
กลุ่มซูวารอปัตตานี
http://voicepeace.org
ที่นี่มาเลเซีย...
ดินแดนแห่งความหลากหลายทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรม และที่สำคัญคือการมีพรมแดนเชื่อมต่อกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้อันเป็นพื้นที่ที่ความแตกต่างเป็นชนวนหนึ่งของความแตกแยก เราน่าจะลองมาดูกันว่าในมาเลเซียดินแดนด้านกลับทางศาสนาซึ่งคนไทยพุทธเป็นประชากรกลุ่มน้อยเสียยิ่งกว่าประชากรซาไก มาเลเซียมีวิธีการอย่างไรที่ทำให้ ‘คนไทยพุทธ’ ในมาเลเซียจึงไม่รู้สึกเป็นอื่น

กองบรรณาธิการสำนักข่าวอามาน
http://voicepeace.org/
ภาคี เครือข่ายภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน จับมือจัดงานมหกรรมภาพถ่ายชายแดนใต้ (Photo for Peace Festival) สะท้อนเรื่องเล่าสวยงามจากภาพถ่ายกว่า ๕๐๐ ภาพ รวมถึงการจัดประกวดภาพถ่าย การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม ดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีร่วมสมัย ฯลฯ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา หวังกระตุ้นให้ผู้คนได้หันมามองความเป็นมาเป็นไปของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในแง่มุมความรัก ความอาทร การให้กำลังใจ และความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ และกระตุ้นภาคธุรกิจ-การท่องเที่ยวในพื้นที่

กลุ่มซูวารอ ปัตตานี
http://voicepeace.org/
สถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ ยังคงวนเวียนในอ่างใบเดียวขณะที่เหตุความรุนแรงก็ยังเกิดขึ้นทุกวัน จากเหตุการณ์ปล้นปืนจำนวน 413 กระบอก ที่ค่ายปิเล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อค่ำคืนวันที่ 4 ม.ค.2547 ถึงวันนี้ ก็ครบ 6 ปี ของเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่เมื่อตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ปรากฏว่า สามารถตรวจยึดอาวุธที่หายไปมาได้เพียง อาวุธ M16 จำนวน 56 กระบอก ปืนพกสั้น 11 มม. จำนวน 8 กระบอก นับว่าการติดตามอาวุธคืนมาได้ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ขณะจำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุความรุนแรงตลอดระยะเวลา 6 ปีมีมากกว่า 3,000 คน ผู้บาดเจ็บและได้รับผลกระทบอีกจำนวนมาก จึงเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เราจะหาทางออกจากวังวนแห่งความรุนแรงนี้อย่างไร

กลุ่มซูวารอ ปัตตานี
“ขออยู่กับความถูกต้อง ฝ่ายรัฐผมก็ไม่อยู่เพราะเขามาทำงานเอาหน้าเอาตำแหน่งไม่นานเขาก็ต้องกลับไป ส่วนกลุ่มขบวนการก็ไม่ต้องการอยู่ ความถูกต้องเท่านั้นที่ผมขออยู่ ตอนนี้การอยู่ร่วมในพื้นที่ ก็ขอแค่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ใครจะทำอะไรก็ไม่สนใจ แต่ต้องทำและเป็นไปในทิศทางของความถูกต้อง ถ้าเมื่อใดทำในสิ่งที่ไม่ดี ก็ไม่เก็บไว้เหมือนกัน ญาติก็ต้องว่าไปตามกฎหมายเพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย ประชาชนด้วยกันไม่สามารถชี้ขาดว่า ใครผิดหรือใครถูก” อส.หนุ่มวัย 35 แห่งบ้านควนลาแม อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานีฟันธงเปรี้ยงถึงจุดยืนของตัวเอง ท่ามกลางความรุนแรงที่ดำรงอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทางออกอย่าง ‘นครปัตตานี’ ที่หลายคนเพรียกหา

กลุ่มซูวารอปัตตานี
http://voicepeace.org
อีกความเปลี่ยนแปลงใน ‘ธารโต’ เมื่อความจำเป็นของปากท้องเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต ชายแดนใต้จึงไม่ได้มีแค่มลายูมุสลิม ไทยพุทธ จีน หรือซาไกอย่างที่เคยรับรู้กันอีกต่อไป แต่ยังมี ‘ม้ง’ ผู้มาใหม่ที่พร้อมเอาชีวิตเป็นเดิมพันกับการนำปากท้องและความหวังดั้นด้นสู่ดินแดนปลายด้ามขวาน

กองบรรณาธิการสำนักข่าวอามานจับประเด็น แปล และเรียบเรียง
http://voicepeace.org
สื่อมวลชนของมาเลเซียหลายสำนักรายงานข่าวว่า จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียในบ้านเช่าตั้งอยู่ในหมู่บ้าน แกแบ็ง เขตอำเภอปาเซมัส รัฐกลันตันเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลมาเลเซียตระหนักถึงภัยความมั่นคงที่เกิดจากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน

‘ซุลกิพลี บาการ์’ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์อูตูสซันมาเลเซีย
กองบรรณาธิการสำนักข่าวอามาน แปลและเรียบเรียง
http://voicepeace.org
หมายเหตุ: สื่อมวลชนมาเลเซียผู้นี้ฟันธงว่า “การนำสันติสุขกลับคืนสู่ภาคใต้จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้นำประเทศ และประชาชนในพื้นที่” โดยมองว่าภารกิจของนายนายิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีของพวกเขา ‘ท้าทาย’อย่างยิ่งต่อการสร้างสันติภาพในภาคใต้ แต่กระนั้นในขณะที่คนไทยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถามหาความ ‘จริงใจ’ ของรัฐบาล สื่อมวลชนของมาเลย์ก็เรียกร้องให้นายกฯ ของตนเอง ‘จริงจัง’ในการร่วมแก้ปัญหาของประเทศเพื่อนบ้านด้วยแนวคิด “หากเพื่อนข้างบ้านยังทะเลาะกันจะนอนหลับได้อย่างไร” พร้อมกับแนะให้รัฐบาลไทยหา ‘ตัวจริง’ ให้เจอเพื่อเจรจา จึงจะสร้างสันติสุขได้อย่างยั่งยืน กองบรรณาธิการสำนักข่าวอามานแปลและเรียบเรียงข้อเขียนฉบับเต็มมาให้อ่านดังนี้
"ภักดีต่อประเทศชาติ" ถึงแม้ว่าจะเป็นคำพูดสั้นๆ ที่เปล่งออกมาจากปากดาโต๊ะศือรี นายิบ ตุน ราซัก แต่ก็เป็นคำพูดที่มีคุณค่าสำหรับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของไทย

กองบรรณาธิการสำนักข่าวอามาน
http://voicepeace.org
คน 3 จังหวัดชายแดนใต้คึกคัก แห่ร่วมเวที “นครปัตตานีภายใต้รัฐธรรมนูญไทย: ความจริงหรือความฝัน” นับพัน ‘โคทม อารียา’ ซัดรัฐบาลทำไม่เหมือนตอนเป็นฝ่ายค้าน หนุน “รัฐพหุสังคมสยาม” ย้ำคนพื้นที่ต้องออกแบบการปกครองของตนเอง โยนโจทย์ให้มาเลย์ถามขบวนการใต้ดิน “เอาหรือไม่เอา?” ฉันทนาระบุ ถ้าทำเร็วกว่านี้จะรักษาชีวิตคนได้จำนวนมาก ชี้รัฐไทยไม่สามารถอยู่ได้ภายใต้ความไม่มั่นคงของประชาชน แต่รูปแบบการปกครองใหม่ต้องเน้นหลักธรรมาภิบาล นักวิชาการ-ภาคประชาสังคมงัดโมเดลร้อน “เขตปกครองพิเศษภายใต้รัฐธรรมนูญ” โชว์ ผู้จัดยันต้องลงฟังเสียงคนชายแดนใต้ครบทุกพื้นที่และ 4 อำเภอสงขลา

อารูล ราจู สำนักข่าวเบอร์นามา
แปลและเรียบเรียงโดย ตูแวดานียา มือรีงิง
http://voicepeace.org
หมายเหตุ: สื่อมวลชนมาเลเซียให้น้ำหนักของการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย “นายิบ ราซัก” ว่าเป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์อันตึงเครียดของสองประเทศอย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยมักมองว่ารัฐบาลกัวลาลัมเปอร์ชอบเข้ามาแทรกแทรกปัญหาภาคใต้ของไทย เริ่มต้นจากเหตุ 131 คนไทยลี้ภัยเข้ามาเลเซีย เพราะฉะนั้นการเดินทางมาเยือนของนายนายิบครั้งนี้จึงน่าจับตามองว่าจะเกิดความร่วมมือด้านใดตามมา และแนวคิด “นครปัตตานี” ของนายนายิบจะพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์อย่างไร ตูแวดานียา มือรีงิง แปลบทความของอารูล ราจู แห่งสำนักข่าวเบอร์นามา เกี่ยวกับประเด็นที่น่าจับตามองของวาระการเยี่ยมเยือนของนายนายิบ
หลังจากสี่ปีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียตกอยู่ในภาวะที่เย็นชา และวันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศจะพบกันที่กรุงเทพฯ ในวันอังคารนี้

อัซรัน ฟิตรี ราฮีม ( azran.rahim@utusan.com.my )
กลุ่มซูวารอ ปัตตานีแปลและเรียบเรียงจากหนังสือพิมพ์อุตุซันมาเลเซีย
http://voicepeace.org
แม้ว่า “Autonomy”ในฝั่งไทยจะคงยังถูกถกเถียงนิยามคำเสียใหม่เพื่อตีกันให้ห่างจากคำว่า”แบ่งแยกดินแดน”ให้มากที่สุด แต่ในฝั่งมาเลเซียซึ่งนายกรัฐมนตรีของพวกเขาเป็นผู้จุดประเด็นขึ้นมา จะถูกให้นิยามเป็นหนึ่งเดียวว่า “เขตปกครองตนเองภายใต้รัฐธรรมนูญ” และสื่อมวลชนของมาเลเซียพยายามตั้งคำถามเพื่อหาทางออกให้ Autonomy กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่สามารถพูดคุยเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับบทความชิ้นนี้ของ ‘อัซรัน ฟิตรี ราฮีม’ที่สำนักข่าวอามานโดยกลุ่มซูวารอ ปัตตานีแปลและเรียบเรียงมานำเสนอ ดังนี้