ประมวลหนังสือออกใหม่ปี 59 งานความรู้เพื่อสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี

ประมวลหนังสือออกใหม่ปี 59 หลากหลายงานความรู้เพื่อสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี ตั้งแต่เรื่องพื้นที่ปลอดภัย การแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง สันติภาพในหมอกควัน ยุติธรรมทางเลือก ชีวิตหลังอิสรภาพ สิทธิมนุษยชน จินตนาการอิสลาม บทบาทสตรีมุสลิม จิตอาสา วารสาร พจนานุกรม งานพัฒนาชุมชน ไปจนถึงนบีไม่กินหมาก

เพราะงานความรู้คือส่วนหนึ่งของการสร้างสันติภาพ โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ) จึงได้ประมวลรายชื่อหนังสือใหม่ที่เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้(บางส่วน) ที่ตีพิมพ์ในปี 2559 รวม 20 เล่ม มีทั้งที่เกี่ยวกับประเด็นการจัดการความขัดแย้ง การสร้างสันติภาพ พื้นที่ปลอดภัย สิทธิมนุษยชน กระบวนการยุติธรรม ศาสนาอิสลาม การพัฒนา ภาษาและอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมถึงมุมมองที่แตกต่างหลากหลาย สามารถหาอ่านได้ดังนี้

1.“พื้นที่ปลอดภัย”ในปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้

เล่มแรกคือหนังสือ “พื้นที่ปลอดภัย”ในปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขียนโดย อาทิตย์ ทองอินทร์ พิมพ์ครั้งแรก ธันวาคม 2559 สนับสนุนโดย มูลนิธิเอเชีย (Asia Foundation) ออกแบบภาพปกโดย Melayu Living และจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต ถนนพหลโยธิน เมืองเอก ปทุมธานี 12000 โทร. 02997-2200-30

มีเนื้อว่าด้วยการเรียกร้องผลักดัน“พื้นที่ปลอดภัย”(Safety Zone) ในสถานการณ์ความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพในปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ อธิบายถึงเสียงที่แตกต่างกันอย่างน้อย 3 เฉดความหมาย คือ 1.พื้นที่สาธารณะปลอดภัย 2.พื้นที่ปลอดภัยภายใต้กรอบโครงการประชารัฐร่วมใจ และ 3.พื้นที่สันติ

สามารถดาว์นโหลดอ่านได้ที่ http://www.deepsouthwatch.org/node/9969

2.อภิธานศัพท์ว่าด้วยการแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง: 20 แนวคิดเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ

หนังสือ “อภิธานศัพท์ว่าด้วยการแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง: 20 แนวคิดเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ” แปลโดย ภัควดี วีระภาสพงษ์ โดยแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษของมูลนิธิ Berghof ประเทศเยอรมนี ชื่อหนังสือ Berghof Glossary on Conflict Transformation: 20 Notions for Theory and Practice จัดพิมพ์โดยศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ พิมพ์ครั้งแรกปี 2559

ที่ผ่านมามีการจัดงานเปิดตัวและวิพากษ์หนังสือเล่มนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี)

หนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยคำสำคัญ 20 คำซึ่งคณะทำงานมูลนิธิ Berghof เลือกมาจากพื้นฐานประสบการณ์การทำงานภาคสนามในพื้นที่ขัดแย้งเป็นเวลา 40 ปี มานำเสนอเรียงตามตัวอักษร (ภาษาอังกฤษ) มีเป้าหมายที่จะเพิ่มความเข้าใจที่มีต่อคำเหล่านั้นและชี้ให้เห็นคำถามสำคัญที่ควรค้นคว้าต่อไปในงานวิจัย

สามารถดาว์นโหลดอ่านได้ที่ http://www.deepsouthwatch.org/node/9944

3.สันติภาพในหมอกควัน

หนังสือ “สันติภาพในหมอกควัน” ผู้เขียนชื่อ เฟาซ์  เฉมเร๊ะ คนข่าวสันติศึกษา พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2559 เป็นหนังสื่อที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความขัดแย้ง ความรุนแรงกับกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้ ที่เล่าผ่านมุมมองความรู้ความคิดเห็นจากหลากหลายนักวิชาการถูกถ่ายทอดผ่านสันติภาพในหมอกควัน และการทำงานของUNDP (โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ) ในพื้นที่ แม้ว่าจะกระจ่างชัดแต่ทิศทางที่เดินไป แต่“ความยุติธรรม”และชุมชนพัฒนาก็เป็นการรังสรรค์“สันติภาพ”ในชายแดนใต้

คลิกอ่านได้ที่ http://peacestudies.psu.ac.th/ips/index.php/ips-hiden-library/616-2016-11-11-06-21-51

4.ยุติธรรมทางเลือก เพื่อสันติภาพชายแดนใต้

ยุติธรรมทางเลือก เพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ข้อเสนอเชิงนโยบายจากเสียงของประชาชน เป็นหนังสือที่ออกคู่ โดยเล่มแรก เป็นข้อเสนอโดยเครือข่ายชาวไทยพุทธเพื่อสันติภาพ เรียบรียงโดยอันธิชา แสงชัย และคณะ ส่วนเล่มที่สองเป็นข้อเสนอโดยเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี และกลุ่มด้วยใจ เรียบเรียงโดยสุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ

5.ชีวิตหลังอิสรภาพ

“ชีวิตหลังอิสรภาพ” เป็นหนังสือภาพ จัดทำโดยเครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ (JOP) สนับสนุนการจัดพิมพ์โดยมูลนิธิเอเชีย พิมพ์ครั้งแรกเดือนตุลาคม 2559

เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคนที่ตกเป็นผู้ต้องหาที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี และในคดีที่สิ้นสุดแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดยะลาและผู้ที่เคยถูกจองจำในเรือนยะลา รวม 8 ราย (บางคนเสียชีวิตไปแล้ว) เพื่อนำประสบการณ์ที่พบเจอเกี่ยวกับขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมไปถ่ายทอดแนะนำกับกลุ่มคนที่ถูกดำเนินคดีในลักษณะเดี่ยวกัน

หนังสือเล่มนี้มีภาพประกอบที่มุ่งสะท้อนถึงความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของสมาชิก การขับเคลื่อนเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพ และถ่ายทอดชีวิตภายหลังได้อิสรภาพด้วยสื่อภาพ

สามารถดาว์นโหลดอ่านได้ที่ http://www.deepsouthwatch.org/node/9997

6.กระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามหลักธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

หนังสือ “กระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามหลักธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้” จัดทำโดย INTERNATIONAL FEDERATION FOR PEACE AND JUSTICE – IFPJ พิมพ์ครั้งที่ 1 ตุลาคม 2559

หนังสือเล่มนี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชน นโยบายและกฎระเบียบของคนไทยสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐและภาคประชาสังคมเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

7.นบีไม่กินหมาก

หนังสื่อ “นบีไม่กินหมาก” พิธีกรรมความเชื่อมลายูในกระแสการตื่นตัวในศาสนาอิสลาม เขียนโดยอนุสรณ์ อุณโณ จัดพิมพ์โดยปาตานีฟอรั่ม พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2559 ราคาขายเล่มละ 150 บาท

หนังสือเล่มนี้เป็นเสมือนเข็มทิศในการทำความเข้าใจมุสลิมภายใต้บริบทของความเป็นท้องถิ่น อาจารย์อนุสรณ์แสดงให้เห็นว่า คนมลายูในชุมชนที่เขาเข้าไปศึกษาจัดการกับชีวิตของตนเองอย่างไรที่จะรักษาทั้งสำนึกในศาสนาอิสลามที่มีร่วมกันกับมุสลิมในที่อื่นๆ ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงพลวัตของความเป็นท้องถิ่นผ่านการแสดงออกทางพิธีกรรมและความเชื่อซึ่งถูกผนึกร่วมเข้าไปกับศาสนาอิสลาม กล่าวในอีกนัยหนึ่งคือ คนในชุมชนพยายามรักษาสมดุลระหว่างสำนึกในประชาชาติอิสลามหรืออุมมะห์ กับสำนึกในความเป็นท้องถิ่นและประเพณี ทั้งยังพิสูจน์ด้วยว่าสามารถดำเนินร่วมทางกันได้

8.จินตนาการอิสลาม เชิงสังคมวิทยา

หนังสื่อ “จินตนาการอิสลาม เชิงสังคมวิทยา” เขียนโดย ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี จากมหาวิทยาลัยพายับ จ.เชียงใหม่ เป็นหนังสืออีกเล่มที่จัดพิมพ์โดยปาตานีฟอรั่มในปี 2559 โดยพิมพ์ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ราคาขายเล่มละ 180 บาท

หนังสือเล่มนี้ ผศ.ดร.สุชาติตั้งใจพาผู้อ่านไปสู่พรมแดนใหม่ๆ(หรือาจเป็นพรมแดนที่มีอยู่เดิม) ทางศาสนาอิสลามที่เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ทางสังคมผ่านวิธีการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายทว่าซับซ้อนในเชิงวิธีคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพยายามทำความเข้าใจสันติภาพ, ครอบครัวและสตรี ผ่านทัศนะทางศาสนาซึ่งไม่ได้มีลักษณะของการสอนตามตัวบทแบบตายตัว หากมีลักษณะยืดหยุ่นและชวนคิด

9.กลยุทธ์ในการส่งเสริมบทบาทสตรีมุสลิม ต่อการพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

หนังสือ “กลยุทธ์ในการส่งเสริมบทบาทสตรีมุสลิม ต่อการพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย สำนักงานส่งเสรอมและสนับสนุนวิชาการ 12 (สสว.12) สำนักปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พิมพ์เมื่อเดือนกันยายน 2559

10.หนังสือชุด “สตรี(หม้าย)จิตอาสา” โดย ศวชต.

ศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจากสามจังหวัดชายแดนใต้ (ศวชต.) ได้ออกชุดหนังสือเล่มใหม่ที่เป็นเรื่องราวของ “สตรี(หม้าย)จิตอาสา” รวม 5 เล่ม ดังนี้

1.“แสงสว่าง สตรีจิตอาสา : เลี้ยงเด็กกำพร้า ดับไฟใต้”  ว่าด้วยการออกแบบวิธีการเยียวยาเด็กกำพร้ากลางไฟใต้ โดยเร่งสำรวจเด็กกำพร้าที่ตกหล่นจากการเยียวยา แล้วส่งสตรี(หม้าย)จิตอาสาเข้าไปดูแลจิตใจและสิทธิของพวกเขา บนฐานคิดการเยียวยาเป็นหัวใจการจัดการความขัดแย้งและตระหนักว่า สถานการณ์เด็กกำพร้าเป็นจุดพลิกสถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่นี้ได้ โดยเชื่อมั่นว่าวิถีแห่งการเยียวยาด้วยใจและการสร้างความรู้เป็นหนทางสร้างสังคมสันติสุข

2.“โอกาส สตรีจิตอาสา : ฐาน (ข้อมูล) ชุมชน” ว่าด้วยเรื่อง“สตรี(หม้าย)จิตอาสา”เชื่อมงานฐานข้อมูลสู่งานเยียวยา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการความขัดแย้งในอนาคตและการใส่ใจว่าทุกตัวเลขมีชีวิต พวกเธอจึงกลายเป็นมือบน“ผู้ยื่นโอกาส”ในฐานะผู้ให้การเยียวยาที่พร้อมจะให้กำลังใจและความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงรายใหม่ ทั้งหญิงหม้าย เด็กกำพร้าและคนพิการ ให้สามารถลุกขึ้นกับปัญหาต่างๆได้ กล่าวได้ว่า พวกเธอกล้าหาญอย่างสำรวม ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับฐานรากของชุมชน โดยเชื่อมั่นว่าวิถีแห่งการเยียวด้วยใจและการสร้างความรู้เป็นหนทางสร้างสังคมสันติสุข

3.“มิตรภาพ สตรีจิตอาสา : เครือข่ายชีวิต เพื่อนคนพิการ” ว่าด้วย “สตรี(หม้าย)จิตอาสา”ไปเป็นโครงข่ายร่วมดูแลคนพิการที่บาดเจ็บจากความขัดแย้งด้วยอาวุธในพื้นที่ชายแดนใต้ในลักษณะ“เพื่อนช่วยเพื่อน”ได้อย่างไร ทั่งที่พวกเธอก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้สูญเสียและได้รับผลกระทบฯ ต้องแบกภาระดูแลชีวิตสมาชิกครอบครัวที่เหลืออยู่ รวมทั้งลุกขึ้นมามีบทบาทนำของครอบครัว เธอเหล่านี้ก้าวข้ามความทุกข์ยากของตัวเอง ดึงศักยภาพของตนเองออกมา สามารถทำงานจิตอาสาในพื้นที่สาธารณะได้อย่างน่าชื่นชม โดยเชื่อมั่นว่าวิธีแห่งการเยียวยาด้วยใจและการสร้างความรู้เป็นหนทางสร้างสังคมสันติภาพ

4.“หลักชีวิต สตรีจิตอาสา : สร้างอาชีพ สานเศรษฐกิจชุมชน” ว่าด้วยประสบการณ์ชีวิตของ“สตรี(หม้าย)จิตอาสา”เพื่อให้เข้าใจการก้าวข้ามผ่านความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ที่แม้สูญเสียเสาหลักของครอบครัวไปจากเหตุรุนแรง แต่ไม่ได้ลดทอนศักยภาพในการพัฒนาตนเองลงเลย ขอเพียงได้โอกาสจากสังคมให้เธอมีโอกาสเข้าสู่อาชีพมากกว่าการยังชีพเลี้ยงดูสมาชิกในครัวเรือนแล้ว การรวมกลุ่มของพวกเธอกลายเป็นการพยุงเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจชุมชนและรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ด้วย ด้านหนึ่ง กลุ่มอาชีพและสินค้าของผู้ได้รับผลกระทบฯ ที่ออกจำหน่ายในตลาดหลายระดับ กำลังเป็นภาพสะท้อนอัตลักษณ์ใหม่ของชุมชนชายแดนใต้และกำลังส่งเสียงบอกเล่าการมีชีวิตรอดในพื้นที่ความรุนแรง ไม่เกินเลยที่จะกล่าวว่า พวกเธอกำลังก้มหน้าก้มตาใช้งานอาชีพเป็น “พื้นที่ประชุนความสัมพันธ์” ที่แตกร้าวของผู้คนอย่างสงบนิ่งและเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่กำลังก่อรูปขึ้นอย่างเงียบๆ

5.”ชีวิตใหม่ สตรีจิตอาสา : พลังเยียวยาและแรงบันดาลใจ” ว่าด้วย 10 ปีผ่านมาระยะเวลาพิสูจน์ว่า“สตรี(หม้าย)จิตอาสา”เปลี่ยนสภาพจากมือล่างที่รอคอยความช่วยเหลือจากคนอื่นเป็นมือบนในฐานะผู้ให้การเยียวยาที่พร้อมให้กำลังใจและความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบฯ รายใหม่ให้สามารถลุกขึ้นสู้กับปัญหาอุปสรรค์ต่างๆได้ และปรากฏว่ากลไก“สตรีจิตอาสา”ช่วยทำงานเยียวยาได้อย่างมากเป็นทั้ง“แหล่งข้อมูล”“นักเชื่อมประสาน”กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนงานเยียวยา และมีบทบาทนำในระดับชุมชนซึ่งมีส่วนอย่างสำคัญในการปะชุนความสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่ความขัดแย้ง โดยเชื่อมั่นว่าวิถีแห่งการเยียวยาด้วยใจและการสร้างความรู้เป็นหนทางสร้างสังคมสันติสุข

11.วารสาร PATANI FORUM

          ปาตานีฟอรัม องค์กรเอกชนที่ทำงานด้านบริการทางวิชาการ ที่เอื้ออำนวยต่อการแลกเปลี่ยน ถกเถียงอย่างลึกซึ้ง เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดภาคใต้ และสรรค์สร้าง นำเสนอวิธีการที่เหมาะสมที่สุดต่อการแก้ไขปัญหา โดยทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ของท้องถิ่นและนักกิจกรรมในพื้นที่ ด้วยการรณรงค์ การจัดอบรม การมีส่วนร่วมภาคพลเมืองและการวิเคราะห์ เพื่อโน้มน้าวให้สังคมไทยและรัฐ ใช้เป็นแนวทางเพื่อสันติภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ

งานส่วนหนึ่งคือการตีพิมพ์ “วารสาร PATANI FORUM” เผยแพร่โดยการแจกฟรีให้ทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ โดยเฉพาะองค์กรต่างๆ โดยใช้สโลแกนว่า “พื้นที่สาธารณะ พื้นที่แห่งการตื่นรู้” ซึ่งมีเนื้อหาที่หลากหลายทั้งบทความ บทวิเคราะห์ รายงานเสวนา ข้อมูลความรู้ประวัติศาสตร์ ศาสนา มุมมองต่อกระบวนการสันติภาพ และประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจ โดยในปี 2559 ปาตานีฟอรั่มได้ตีพิมพ์วารสารเล่มนี้รวม 5 ฉบับ ดังนี้

ฉบับที่ 14 มีนาคม – เมษายน 2559 “ส่องประวัติศาสตร์ มุสลิม ? เอกภาพหรือพหุภาพ” โดยอธิบายถึงอิสลามที่หาได้จำกัดอยู่แค่ในโรงเรียนหรือราชสำนักเท่านั้น แต่มันเดินทางลงเรือข้ามมหาสมุทรอินเดีย มันถูกแบกไปบนหลังอูฐข้ามทะเลทรายสะฮารา มันแพร่กระจ่ายไปผ่านทั้งทางบทกวีและคมดาบทั่วทวีปเอเชีย

ฉบับที่ 15 เมษายน 2559 “มอง’ อัล–ฆอซาลี’ ในมุมใหม่ (พระเจ้า vs เหตุผล)” เป็นการย้อนทบทวนงานเขียนของอัล-ฆอซาลี มหาปราชญ์อิสลามผู้ตกเป็นเป้าถกเถียงสูงสุดในโลกยุคใหม่ได้ทำพาไปพบ ความรอบรู้และลุ่มลึก และนัยสำคัญต่อโลกปัจจุบันที่ถูกมองข้าม

ฉบับที่ 16 พฤษภาคม 2559 PEACE DIALOGUE” ความก้ำกึ่งไม่เต็มใจของรัฐบาลทหารจะทำให้ความชอบธรรมของผู้ร่วมวงเจรจาสันติภาพชายแดนใต้ ดับวูบอีกครั้ง เมื่อส่วนกลางส่งสัญญาณที่ชวนสับสน อุปสรรคใหญ่สองเรื่องก็เกิดตามมาในกระบวนการสันติภาพ ณ ปลายด้านขวาน ซึ่งไม่ควรจะเกิดหากผู้มีอำนาจเลือกใช้กลยุทธ์แบบก้าวหน้ากับแผ่นดินที่ใช้ภาษามลายูแห่งนี้เสียแต่แรก

ฉบับที่ 17 กันยายน – ตุลาคม 2559 “ไทย ตุรกี องศาที่แตกต่าง” เป็นการทำความเข้าใจบริบททางการเมืองของแต่ละสังคมย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งต่อกรอบพินิจพิเคราะห์ปัญหาและการตัดสินใจเลือกชุดความคิดที่เป็นเห็นเป็นผลต่อปัญหานั้นๆ

ฉบับที่ 18 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2559 “ครม.ส่วนหน้า” ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดที่เขียนถึง “ครม.ส่วนหน้า” ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็น “ศาลาพักใจของเหล่าผู้อาวุโสในกองทัพรวมถึงกลุ่มข้าราชการเก่า” 13 คน ทั้งหมดมีประสบการณ์ในช่วงชีวิตรับราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มองในอีกแง่คือ พวกเขาเหล่านั้นในขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างไร?

ปาตานีฟอรั่ม มีสำนักงานอยู่ที่บ้านเลขที่ 112/21 ม.5 ถ.หนองจิก ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000 อีเมลล์: editor.pataniforum@gmail.com เวปไซต์: www.pataniforum.com, www.seasiaconflict.com

12.พจนานุกรมภาษามลายู-ไทย(ฉบับนักเรียนนักศึกษา)

พจนานุกรมภาษามลายู-ไทย(ฉบับนักเรียนนักศึกษา) บรรจุคำศัพท์มากกว่า 9,000 คำ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ ผลิตและจำหน่ายโดย บริษัท ฟาติมาการค้าระหว่างประเทศ จำกัด

13.ปักษ์ใต้ ดอกไม้บาน

หนังสือ “ปักษ์ใต้ ดอกไม้บาน” 45 บทเรียนการขับเคลื่อนชุมชนน่าอยู่ภาคใต้ ปี 2558-2559 เขียนโดย ถนอม ขุนเพ็ชร์ ผู้สังเคราะห์ คือ ผศ.ดร.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ ผลิตและเผยแพร่โดยสถาบันการจัดระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. พิมพ์เมื่อเดือนกันยายน 2559

หนังสือเล่มนี้ เป็นการรวบรวมบทเรียนการขับเคลื่อนชุมชนน่าอยู่ใน 12 จังหวัดภาคใต้ รวม 45 ชุมชน โดยเป็นของชุมชนที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 ชุมชน ได้แก่ กอดต้นไม้-รักนกเงือก สร้างป่าบูโดเจาะกะพ้อ, “ลาซัง”แต่งงานโต๊ะชุมพุก ฟื้นสัมพันธ์พี่น้องสายบุรี, เยาวชนสร้างสื่อ เปิดตำนาน“สโลปาแต”, เปลี่ยนขยะเป็นสินค้าโอท็อป กติกาสูชุมชนท่องเที่ยวบาลา

14.ดอกไม้ ใต้ชุมชน

หนังสือ “ดอกไม้ ใต้ชุมชน” บทเรียนแนวคิดบริหารจัดการจากคนทำงานโครงการร่วมสร้างชุมชนในน่าอยู่ภาคใต้ เขียนโดย ถนอม ขุนเพ็ชร์ ผู้สังเคราะห์ คือ ผศ.ดร.พงศ์เทพ สุธีรวุฒิ ผลิตและเผยแพร่โดยสถาบันการจัดระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. พิมพ์เมื่อเดือนกันยายน 2559

โดยเป็นการสัมภาษณ์คณะทำงานโครงการรวม 14 คน ในจำนวนนี้เป็นคณะทำงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 คน ได้แก่ วันชัย บ่อเงิน สร้างเครือข่ายขยะ ณ พื้นที่สีแดง, เกษมณี ชัยรัตนมโนกร นำชุมชนพ่อค้าสู้ระเบิด และ สาปินะห์ แมงสาโมง ผู้หญิงเก่งชายแดนแว้ง