KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน ทำไมคนแห่ไปดูผลงานนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ของ ช.ช.ต.

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน นราธิวาส กระบวนการที่สร้างการเรียนรู้ จาก 18 ฐานการเรียนรู้ใน 13 หมู่บ้านยกระดับสู่ศูนย์เรียนรู้ที่มีทั้งคนไทยและคนมาเลย์แห่ไปดูงาน นี่คือผลงานจากการสร้างและพัฒนาชาวบ้านธรรมดาให้เป็นนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ ในโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ช.ช.ต.) ของสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือLDI 

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน นราธิวาส

อาจเรียกได้ว่า KK Park คือตัวอย่างงานพัฒนาที่เดินคู่ไปกับการสร้างสันติภาพ ตามเป้าหมายของโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ช.ช.ต.) ของสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือLDI

KK Park คือ ศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกเคียนตั้งอยู่อาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)โคกเคียนหลังเก่า ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส มีนายมะดิง อารง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโคกพะยอม หมู่ที่ 2 ต.โคกเคียน เป็นประธาน ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูล 13 หมู่บ้านใน ต.โคกเคียน รวมทั้งหมด 18 ฐานการเรียนรู้

ล่าสุดมะดิง พาคณะทำงานชุมชน (Village Implementing Committee: VIC) และคณะทำงานระดับตำบล (Tumbol Implementing Committee: TIC) รวม 15 คนมาเข้าอบรมเรียนรู้เรื่องการเขียนรายการดำเนินโครงการและการเขียนสรุปโครงการ ที่คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีระหว่างวันที่ 7-8 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา

เป้าหมายส่วนหนึ่งของพวกเขาก็คือ เพื่อเรียนรู้เรื่องการเขียนรายงานเพื่อสื่อสารให้คนได้เข้าใจอย่างง่ายๆ เกี่ยวกับโครงการและผลงานของพวกเขา พร้อมๆกับการพัฒนาและแลกเปลี่ยนศักยภาพการปฏิบัติงานของผู้เข้าอบรมจาก 6 ตำบลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 50 คน

การอบรมครั้งนี้เป็นเพียงกิจหนึ่งของโครงการ ช.ช.ต.ที่ใช้กระบวนการการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเป็นหลัก (Community Driven Development : CDD)ที่ LDI และธนาคารโลก หรือ World Bank ที่เข้ามาทำโครงการในตำบลโคกเคียนตั้งแต่ปี 2553

18 ฐานการเรียนรู้ใน 13 หมู่บ้าน

มะดิง บอกว่าเหตุที่ต้องมากันหลายคนก็เพราะว่าKK Park ของเขามีถึง 18 ฐานครอบคลุมทั้ง 13 หมู่บ้าน เช่น ศูนย์เรียนรู้เรื่องนิทานพื้นบ้าน เรื่องบอกเล่า สานกระจูด เรือกอและจำลอง เรือท้ายตัด(เรือใหญ่) กะทิสด ดอกไม้จัน น้ำยางสด ไฟแนนซ์+สหกรณ์ออมทรัพย์ กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง(ปุ๋ยอัดเม็ด) เป็นต้น

โดยบางฐานมีวิทยากรหรืออาจารย์ประจำฐาน คอยบรรยายให้ความรู้แก่คนที่มาศึกษาดูงาน และแต่ละฐานก็เป็นศูนย์เรียนรู้ของแต่ละหมู่บ้านไปในตัวด้วย โดยขึ้นกับ KK Park ซึ่งเปิดให้คนมาดูงานได้ตลอด

“แต่ละฐานมีคนมาดูงานกันเยอะ มีทั้งหน่วยงานรัฐ นักเรียนนักศึกษา คน มาเลย์ก็มาดูงานที่นี่ นี่คือสิ่งที่เราต้องการสื่อสารออกไป” มะดิงยืนยัน

มะดิง ซึ่งควบตำแหน่งต่างๆกว่า 10 ตำแหน่งทั้งที่เป็นทางการและตำแหน่งทางสังคม เช่น ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ประธานชมรมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความปลอดภัย (ผรส.) พิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 

ส่วนกิจกรรมที่โครงการ ช.ช.ต.สนับสนุนเฉพาะในหมู่บ้านของเขาเองก็มีถึง 4โครงการ ได้แก่ การค้าสหกรณ์ ไฟแนนซ์หรือกองทุนการเงิน ศาลาอเนกประสงค์ควบห้องสมุดหมู่บ้านและลานกีฬา

ผลงานจากการสร้างนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่

เขาบอกว่า LDI เข้ามาทำโครงการในตำบลโคกเคียนตั้งแต่ปี 2553 พร้อมกับธนาคารโลกนั้น เริ่มแรก LDI เข้ามาเก็บข้อมูลก่อนในพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านโคกเคียน หมู่ที่ 2 บ้านโคกพะยอม และหมู่ที่ 11บ้านทอนอามาน แต่หลังจากนั้นก็มองเห็นศักยภาพของพื้นที่จึงขยายพื้นที่โครงการไปจนครบทั้ง 13 หมู่บ้านในตำบลโคกเคียน

ด้วยเหตุเพราะโครงการ ช.ช.ต.ที่ใช้กระบวนการ CDD นี้หนึ่งใน 4 เป้าหมายหลักของโครงการนี้นอกจากการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ก็คือการสร้างและพัฒนานักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั่นเอง

มะดิงเองก็เป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นตามเป้าหมายนี้ของโครงการ ซึ่งเขาเห็นว่า การเข้ามาทำโครงการของ LDI ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพื้นที่หลายอย่าง เช่นการเกิดขึ้นของคณะทำงานชุมชน 15 คนจาก 13 หมู่บ้าน จากนั้นก็เลือก 3 คนมาเป็นคณะทำงานระดับตำบล ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนที่คอยขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนนั่นเอง

กว่าจะเป็นKK Park

ศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกเคียน หรือKK Park ที่มี 18 ฐานก็คือผลผลิตสำคัญของโครงการนั่นเอง แต่กว่าจะมีถึงวันนี้ได้ก็ต้องผ่านการเรียนรู้หลายอย่าง ซึ่งกระบวนการ CDD ได้แบ่งขั้นตอนการดำเนินงานหลักๆไว้ 6 ขั้นตอนด้วยกัน

1.ขั้นการเตรียมความพร้อมพื้นที่และทีมงาน

2.การเตรียมการด้านสังคมและการทำแผนพัฒนาชุมชน

3.การเขียนข้อเสนอโครงการ

4.การพิจารณาโครงการและการอนุมัติโครงการย่อย

5.การดำเนินโครงการย่อยในพื้นที่ และ

6.การสิ้นสุดโครงการ การส่งต่องานและการบำรุงรักษา

แต่นั่นก็เป็นเพียงขั้นตอนตามที่ระบุไว้ในเอกสาร แต่ในการทำงานจริงๆนั้น มะดิงบอกว่า มีความท้าทายพอสมควร เพราะกว่าจะได้ตั้งKK Park จริงๆ ต้องผ่านการประชุมอีกลายครั้ง จัดเวทีประชาคมอีกหลายหน ต้องตั้งโจทย์หลายๆโจทย์เพื่อค้นหาคำตอบว่า อะไรคือความจำเป็นและความต้องการของพื้นที่จริงๆ

กระบวนการสร้างการเรียนรู้

จุดเริ่มต้นของการตั้ง KK Parkเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 โดยมาจากความต้องการที่จะยกระดับให้เป็นโครงการระดับตำบลที่ LDI 0tสนับสนุนหลังจากได้สนับสนุนโครงการและกระบวนการในระดับหมู่บ้านทั้ง 13 หมู่บ้านมาแล้ว ซึ่งประสบความสำเร็จดีและเห็นศักยภาพของคณะทำงานระดับหมู่บ้านมาแล้ว

เริ่มจากการคัดเลือกคณะทำงานระดับหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 3 คนมาเป็นคณะทำงานระดับตำบล รวมทั้งหมด 15 คน และมีการประชุมกันหลายครั้งโดยการตั้งประเด็นที่จะทำโครงการไว้ 3 ประเด็น คือ การศึกษา การป้องกันไฟป่า และการเกษตร 

จากนั้นก็แบ่งกลุ่มคณะทำงานตามประเด็น โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแต่ละประเด็นมาให้ความรู้ เช่น เรื่องการศึกษาก็จะมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) มาให้ความรู้ เป็นต้น

สุดท้ายเมื่อคณะทำงานส่วนใหญ่เลือกประเด็นการศึกษา จึงมีการนำคณะทำงานทั้งหมดไปศึกษาดูงานที่อุทยานการเรียนรู้ยะลา หรือ TK Parkยะลา (Thailand Knowledge Park YALA) ดูว่ามีรูปแบบและการบริหารจัดการอย่างไร 

จากนั้นคณะทำงานทั้งหมดก็มาร่วมถอดบทเรียนกันที่ดิอามานรีสอร์ท อ.เทพา จ.สงขลา ได้ข้อสรุปว่าจะตั้งศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกเคียน แต่กว่าจะได้ชื่อนี้ก็เถียงกันหลายรอบ เพราะมีการเสนอชื่อมาทั้งหมด 18 ชื่อ สุดท้ายก็ได้ชื่อว่า ศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกเคียนKK Park

หน่วยงานร่วมและแผนพัฒนาที่มาจากชาวบ้านจริงๆ

มะดิงบอกว่า ในการจัดเวทีประชาคมแต่ละครั้ง มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมด้วย ทั้งอบต.โคกเคียน และทางจังหวัดนราธิวาส ที่จริงนายก อบต.โคกเคียนก็เข้าร่วมในกระบวนการมาตลอดด้วยเช่นกัน 

ในที่สุดท้ายเมื่อแต่ละหมู่บ้าน อบต. และจังหวัด ต่างก็มีแผนพัฒนาพื้นที่ของตัวเองอยู่แล้ว ก็ให้ถือว่าการจัดเวทีประชาคมก็คือที่มาของการจัดทำแผนพัฒนาดังกล่าวด้วย หมายถึงมีที่มาจากชาวบ้านในพื้นที่ โดยการนำประเด็นจากเวทีประชาคมไปจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่นั่นเอง

ยกระดับชาวบ้านสู่นักพัฒนารุ่นใหม่

มะดิงบอกว่า สิ่งที่ได้จากกระบวนการแบบนี้มีหลายอย่างมาก นอกจากการเรียนรู้แล้ว ยังเป็นการยกระดับพื้นที่ตำบลโคกเคียนให้เป็นที่รู้จักของคนนอกด้วย เพราะโคกเคียนมีสิ่งดีหลายอย่าง แต่คนไม่ค่อยรู้ รู้แต่ว่าโคกเคียนมีสถานที่ราชการหลายแห่งและเป็นที่ตั้งสนามบินนราธิวาส แต่ไม่รู้ว่าตามหมู่บ้านมีอะไรบ้าง

สิ่งที่อีกอย่างคือ แต่ละฐานการเรียนในแต่ละหมู่บ้านมีวิทยากร สามารถบรรยายให้ความรู้ต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งพวกเขาก็คือชาวบ้านที่เป็นคณะทำงาน เมื่อผ่านกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ ก็สามารถยกระดับตัวเองเป็นวิทยากรไปด้วย เช่นตัวเขาเองก็เป็นทั้งคณะทำงานระดับตำบล เป็นประธานศูนย์และเป็นวิทยากรในเรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์

ชาวบ้านร่วมมือเพราะมีส่วนร่วม

มะดิงกล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่สำคัญคือ ตอนนี้ชาวบ้านร่วมมือมากเพราะเราทำประชาคมที่ทำให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในงานพัฒนาหมู่บ้านของตัวเองจริงๆ ชาวบ้านเองก็ได้มาเรียนรู้เรื่องงานพัฒนา และยังสามารถปรับใช้ในการทำงานของตัวเองด้วยหลายอย่าง”

กล่าวได้ว่า KK Park และโครงการอื่นๆในของ ช.ช.ต.ในตำบลโคกเคียนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานความพยายามในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในด้านการพัฒนา ซึ่งแน่นอนว่าต้องมาจากการร่วมไม้ร่วมมือและการเรียนรู้ของชาวบ้านนั่นเองดังนั้นในกระบวนการทั้งหมดนี้ การพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีศักยภาพมากขึ้นจึงเป็นประเด็นสำคัญที่สุด 

แน่นอนว่าเป็นงานที่ต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างสันติภาพในเกิดขึ้นในพื้นที่ให้ได้ด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร

สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการ LDI “จะหนุนงานสันติภาพเดินคู่กับงานพัฒนาชายแดนใต้ต่อไป”

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(2) ดูผลสำเร็จใน 5 พื้นที่ขัดแย้ง-กองทุนสันติภาพในไทย