อีก 15 หมู่บ้านเสนอโครงการ ช.ช.ต.รอบ 3 'ถึงคราวชาวบ้านเรียนรู้และต่อยอดงานพัฒนา'

15 หมู่บ้านร่วมพัฒนาข้อเสนอ ในโครงการ ช.ช.ต. พบหลากหลายปัญหาและแนวคิดโครงการจากหมู่บ้าน โคกป่าคาเสนอการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน เพราะทำ 2 โครงการ LDI มาแล้วทำให้รู้ว่ายังไม่เข้มแข็ง และได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือการพัฒนา ส่วน 4 โครงการของบ้านชุมบกมีทั้งความสำเร็จและล้มเหลว แต่ได้เรียนรู้เครื่องมือที่ให้ชาวบ้านได้ทำงานพัฒนาเองได้

15 หมู่บ้านร่วมพัฒนาข้อเสนอ ในโครงการ ช.ช.ต.

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2560 ที่ห้องประชุมโสภาสัย โรงแรมตันหยง อ.เมือง จ.นราธิวาส สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือ LDI จัดกิจกรรมเวทีพัฒนาข้อเสนอโครงการระดับชุมชน รอบที่ 3 ครั้งที่ 2 โครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ช.ช.ต.) ระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2560 มีตัวแทนชุมชนจาก 15 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5-6 คน ได้แก่ บ้านชุมบก, บ้านปูยู, บ้านสันติสุข ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส บ้านฮูแตทูวอ, บ้านทอน, บ้านทอนนาอีม, บ้านทอนอามาน, บ้านโคกป่าคา, บ้านบาโร๊ะบูตอเหนือ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส บ้านบูเก๊ะลาโม๊ะ, บ้านเจาะลีมัส, บ้านบูเก๊ะบือราแง, บ้านแยะ ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา และ บ้านนาจาก ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

สำหรับกระบวนการในการพัฒนาข้อเสนอโครงการระดับชุมชนตลอด 3 วันนี้ หลักๆ เริ่มจากในวันแรกให้ผู้เข้าร่วมฟังบรรยายหัวข้อ สถานการณ์ชุมชนและการทำงานจิตอาสาในบริบทความขัดแย้งในชายแดนใต้และในประเทศไทย 4.0(ยุคดิจิตอล) จากมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ จากนั้นเป็นการพูดคุยทำความเข้าใจปัญหาในชุมชนในภาพรวม เป็นการเหลาประเด็นให้คมมากขึ้น รวมทั้งให้โจทย์วิเคราะห์ความสำคัญของปัญหาและสาเหตุที่ต้องเสนอโครงการ

วันที่สองเป็นการให้แต่ละชุมชนเขียนรายละเอียดโครงการมานำเสนอ เพื่อให้มีการระดมความคิดเห็น จากนั้นจึงฝึกการเขียนหลักการและเหตุผล รวมทั้งข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง และวันที่สามซึ่งเป็นวันสุดท้ายก็จะการแบ่งกลุ่มนำเสนอโครงการเพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาโครงการเพื่ออนุมัติ และดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเป็นหลัก (Community Driven Development : CDD) ทั้งนั้นการสนับสนุนโครงการในระดับชุมชนในโครงการ ช.ช.ต.อยู่ในส่วนของ“ทุนสนับสนุนการพัฒนาชุมชน”

หลากหลายปัญหาและแนวคิดโครงการจากหมู่บ้าน

หลังผ่านกระบวนการนำเสนอแนวคิดโครงการที่ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์โดยใช้ต้นไม้ปัญหาและต้นไม้ที่พึงประสงค์ในวันแรกคณะทำงานบ้านแยะซึ่งเป็นเยาวชนทั้งหมด เสนอโครงการพัฒนาเยาวชน ส่วนบ้านนาจาก เสนอโครงการจัดการทรัพย์สินสาธารณะ บ้านชุมบก เสนอโครงการจัดตั้งร้านค้าสวัสดิการชุมชน บ้านปูยูเสนอเรื่องการพัฒนาศักยภาพกลุ่มออมทรัพย์ บ้านโคกป่าคาเสนอโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน บ้านบาโร๊ะบูตอเหนือ เสนอโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชุมชน และ บ้านบูเก๊ะลาโม๊ะ เสนอเรื่องการแก้ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคในหมู่บ้าน

ส่วนอีก 7 หมู่บ้านที่เหลือ ได้แก่ บ้านสันติสุข, บ้านฮูแตทูวอ, บ้านทอน, บ้านทอนนาอีม, บ้านทอนอามาน, บ้านเจาะลีมัส และ บ้านบูเก๊ะบือราแง จะนำเสนอในวันพรุ่งนี้เพื่อให้ที่ประชุมช่วยกันแสดงความเห็นเพิ่มเติม จากนั้นให้ทุกกลุ่มเขียนเป็นโครงการเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาในวันที่สามของงาน

สำหรับกิจกรรมเวทีพัฒนาข้อเสนอโครงการระดับชุมชนรอบที่ 3 มีการจัดไปแล้วในครั้งแรกระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2560 ที่โรงแรมซีเอส อ.เมือง จ.ปัตตานี มีตัวแทนชุมชนจาก 9 หมู่บ้านเข้าร่วม ได้แก่ บ้านทุ่งเค็จ, บ้านบาเลาะ, บ้านจ่อกองและบ้านลุ่ม ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี บ้านกูวา, บ้านตรือปา, บ้านบารู และบ้านควนนางา ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา และบ้านกือเม็ง ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา

ทั้งนี้มีหลายหมู่บ้านที่เสนอโครงการมาหลายครั้งแล้ว การเสนอโครงการครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดจากโครงการเดิมและเป็นการเรียนรู้ของคณะทำงานชุมคนคนใหม่ๆด้วย

ต้นไม้ปัญหา/ต้นไม้พึงประสงค์ - นายนัฐพล ศรีสุวรรโณ ประธานคณะหมู่บ้านโคกป่าคา นำเสนอแนวคิดโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน หลังจากผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์โดยใช้ต้นไม้ปัญหาและต้นไม้ที่พึงประสงค์

โคกป่าคา เสนอโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน

ลุงภิญโญ บุญแก้ว ผู้นำตามธรรมชาติแห่งบ้านโคกป่าคา หมู่ที่ 9 ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส และเป็นในคณะทำงานชุมชน (Village Implementing Committee: VIC) ของโครงการ ช.ช.ต. เปิดเผยว่า วันนี้คณะทำงานชุมชนของบ้านโคกป่าคามาด้วยกัน 6 คน เพื่อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการเสนอโครงการรอบที่ 3 แล้วสำหรับบ้านโคกป่าคา

“บ้านโคกป่าคาเข้าโครงการ LDI มา 2 ปีกว่าแล้ว ครั้งแรกเสนอโครงการโรงผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด ตอนนี้ยังทำอยู่แต่เพียงพอแค่คนในหมู่บ้าน ยังไม่ได้ขยาย ครั้งที่สองเสนอโครงการปรับภูมิทัศน์ถนนละม้ายอุทิศที่ผ่านพื้นที่หมู่บ้าน ซึ่งก็ทำเสร็จแล้ว แต่ทั้งสองโครงการทำให้เรารู้ว่า คณะกรรมการหมู่บ้านของเรายังไม่แข็งแรง หมู่บ้านเรายังขาดบุคลากรที่มีความสามารถมาก” ลุงภิญโญ กล่าว

ทำโครงการ LDI ทำให้รู้ว่าเรายังไม่เข้มแข็ง

ลุงภิญโญ บอกว่า จากการทำโครงการดังกล่าว สิ่งที่ได้คือ ได้รู้รูปแบบการทำเวทีประชาคมหมู่บ้าน ได้รู้ว่าหมู่บ้านเรายังไม่แข็งแรง โครงการจึงไม่สำเร็จเท่าที่ควร จึงทำให้ต้องพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน และทำให้ได้ ว่าหมู่บ้านอื่นๆเขาทำโครงการกันอย่างไร

“ครั้งนี้เรามาเสนอโครงการในนามของคณะทำงานระดับหมู่บ้านที่มี 15 คน เพื่อที่จะเสนอให้ทำโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้านที่มีทั้งหมด 25 คน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่สนับสนุนเพราะเห็นแล้วว่าจากการทำ 2 โครงการที่ผ่านมา จำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งก่อนที่จะมาเสนอโครงการครั้งนี้ก็มีการทำประชาคมมาแล้วด้วย” ลุงภิญโญ กล่าว

ได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือการพัฒนา

ลุงภิญโญ กล่าวด้วยว่า แม้ทั้ง 2 โครงการยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่สิ่งที่ชาวบ้านได้เรียนรู้จากการทำโครงการของ LDI มีหลายอย่างและสามารถไปประยุกต์ใช้กับงานพัฒนาอย่างอื่นๆ ได้ด้วย สามารถบูรณาการงานต่างๆในหมู่บ้านได้ ไม่ใช่แค่ของ LDI อย่างเดียว

“เมื่อก่อนเวลาประชุมชาวบ้าน ชาวบ้านก็งงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้าให้ยกมือก็ยกตามๆกันไป หรืออยากให้รีบประชุมจบเร็ว หรือขี้เกียจรำคาญจึงยกมือไปก่อน แต่โครงการ LDI มีส่วนกระตุ้นให้ชาวบ้านได้เรียนรู้วิธีการทำโครงการหรืองานพัฒนาต่างมากขึ้น”

“ต่างจากเมื่อก่อน ที่ทำโครงการลงมาในหมู่บ้าน แต่ไม่มีการบอกวิธีการให้ ไม่มีเครื่องมือในการทำงาน ทำให้ผลการประชุมมาไม่ตรงเป้าหมายหรือความต้องการที่แท้จริง พอ LDI มาก็ทำให้ชาวบ้านรู้ว่าจะใช้เครื่องมืออย่างไร ทำให้ตรงกับเป้าหมายและความต้องการที่แท้จริงได้” ลุงภิญโญกล่าว

แถมเรื่องภาษากับความมั่นคง

ลุงภิญโญ ซึ่งให้สัมภาษณ์ด้วยภาษามลายูถิ่นได้อย่างคล่องแคล่วบอกว่า ตนเองเป็นคนนราธิวาสดั้งเดิม เป็นคนมลายูที่นักถือศาสนาพุทธและพูดภาษาไทยเจ๊ะเห ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยพูดภาษาเจ๊ะเหแล้ว เช่นเดียวกับคนมุสลิมรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยพูดภาษามลายูหรือพูดภาษามลายูไม่คล่องแล้ว ทั้งเด็กพุทธและมุสลิมต่างก็พูดภาษาไทยกลางไปแล้ว น่าเสียดายมาก

แต่เมื่อถามว่า ทำไมไม่เสนอโครงการฟื้นฟูภาษาเจ๊ะเห ลุงภิญโญบอกว่า เสี่ยงมากอาจมีปัญหาความมั่นคงได้ ซึ่งเขาอธิบายว่า “ถ้าให้บอกว่า ผมเป็นคนลังกาสุกะจะมีปัญหาความมั่นคงได้ เพราะคิดต่างจากรัฐ” แต่ก็มีหลายอย่างที่จะทำให้ภาษาดั้งเดิมหายไปได้ เพราะมีหลายเรื่องที่คนรุ่นใหม่ไม่รู้จัก

ความสำเร็จและการเรียนรู้ของบ้านชุมบก

นายซูกูรมัม มูซอ เลขานุการคณะทำงานระดับชุมชน บ้านชุมบก หมู่ 9 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ครั้งนี้มาเสนอโครงการจัดตั้งร้านค้าสวัสดิการชุมชนบ้านชุมบก เพราะในหมู่บ้านยังไม่มีร้านค้าส่วนกลาง เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการประกอบธุรกิจขนาดเล็กโดยเป็นสมาชิก และรับปันผล โดยจะมีการจ่ายซากาตด้วย

นายซูกูรมัม เปิดเผยอีกว่า ที่ผ่านมา บ้านชุมบกเสนอโครงการมาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งแรกเป็นโครงการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์บ้านชุมชก ซึ่งนอกจากงบโครงการจาก LDI แล้ว ชาวบ้านยังสามารถระดมทุนจนก่อนสร้างแม้ยังไม่เสร็จแต่ก็ได้ใช้ประโยชน์แล้ว

โครงการที่ 2 คือการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และร้านค้าลอยฟ้าบ้านชุมบก เป็นการฝากเงินแล้วให้กู้ซื้อของแต่ไม่มีร้านของตัวเอง ประสบความสำเร็จมากมาคนมาดูงานด้วย ทั้งจากชุมชนในโครงการ ช.ช.ต.และอื่นๆ บุคคลากรของกลุ่มยังสามารถเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการตั้งกลุ่มออมทรัพย์ได้ด้วย

โครงการที่ 3 โครงการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนซึ่งสำเร็จบางส่วนและล้มเหลวบางส่วน เพราะกลุ่มอาชีพในหมู่บ้านมีหลายกลุ่ม บางกลุ่มไม่พร้อมและมีความสำมารถไม่เหมือนกัน ทำให้กลุ่มที่ยังอยู่คือกลุ่มน้ำดื่มหยอดเหรียญและกลุ่มโรงสีชุมชนจากทั้งหมด 4 กลุ่ม

โครงการที่ 4 โครงการเสริมสร้างศักยภาพกลุ่มออมทรัพย์ มี 2 อย่างคือสร้างที่ทำการใหม่และพัฒนาศักยภาพกรรมการและสมาชิกเพื่อกระตุ้นการทำงาน ซึ่งมีผลสำเร็จทั้ง 2 อย่าง โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพที่สามารถกระตุ้นการทำงานและนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้หลายเรื่อง

โครงการ ช.ช.ต.ให้เครื่องมือชาวบ้านได้พัฒนาเองได้

“ก่อนจะเสนอโครงการเราสำรวจข้อมูล วิเคราะห์ และจัดลำดับความสำคัญ โดยมีการประชุมกันหลายครั้ง ซึ่งที่จริงเราสะสมต้นทุนมาเยอะมากแล้วตั้งแต่เริ่มทำโครงการกับ LDI เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทั้งเรื่องคนและศักยภาพในเรื่องการบริหารจัดการ” นายซูกูรมัม กล่าว

นายซูกูรมัม กล่าวว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ ช.ช.ต.ในปี 53 มีผู้ประสานงานพื้นที่ของ LDI มาทำทำกระบวนการบวนการในพื้นที่ ซึ่งเราเห็นและยอมรับแนวทางนี้ จึงเข้าเป็นคณะทำงานโครงการ และเริ่มเสนอโครงการเพื่อขอสนับสนุน โดยเฉพาะการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ที่นำงบโครงการ 200,000 บาทจาก 280,000 บาทมาเป็นทุน ปัจจุบันทางกลุ่มมีทุนหมุนเวียนถึง 2.5 ล้านรวมทรัพย์สิน โดยเพิ่มมาจากสมาชิกที่เพิ่มขึ้น เงินฝากและผลกำไร

นายซูกูรมัม กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการมากจากกระบวนการ CDD ที่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม ต่างจากเมื่อก่อนที่ไม่มี โดยเฉพาะโครงการจากรัฐที่ให้แค่งบประมาณมาทำแต่ไม่ได้ให้เครื่องมือและวิธีการ แต่เมื่อ LDI เข้ามาทำโครงการ ทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้และสามารถเดินเองได้ ถ้ามีงบประมาณส่วนหนึ่งให้พอเริ่มต้น ซึ่งวิธีการแบบนี้จำเป็นมากสำหรับพัฒนาสังคม เพราะนอกจากให้ชาวบ้านได้เรียนรู้แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ชาวบ้านตื่นตัวด้วย สามารถไปต่อยอดกับโครงการอื่นได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0 “ถ้าไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก”

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน ทำไมคนแห่ไปดูผลงานนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ของ ช.ช.ต.

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร

สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการ LDI “จะหนุนงานสันติภาพเดินคู่กับงานพัฒนาชายแดนใต้ต่อไป”

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(2) ดูผลสำเร็จใน 5 พื้นที่ขัดแย้ง-กองทุนสันติภาพในไทย