‘จตุรนต์ เอี่ยมโสภา’กับการกลับมาของ ‘มีเดียสลาตัน’ที่เป็น Safety Voice for Peace

สัมภาษณ์พิเศษ “จตุรนต์ เอี่ยมโสภา” ผู้จัดการสถานีมีเดียสลาตัน กับ 2 ปีที่กว่าจะได้ออกอากาศอีกครั้งในช่องทางที่หลากหลายกว่าเดิม กับความเป็น Media Rakyat สื่อเพื่อประชาชน ชี้สันติภาพเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีพื้นที่กลาง จะมี Safety Zone ไม่ได้ ถ้าไม่มี Safety Voice

การกลับอีกครั้งของ“สถานีวิทยุมีเดียสลาตัน” หนึ่งในสถานีวิทยุชุมชนในชายแดนใต้ที่จะสร้างปรากฏการณ์ “สนามการสื่อสารสันติภาพ” อย่างที่เคยทำมาแล้วหลังการเกิดขึ้นของกระบวรการพูดคุยเพื่อสันติภาพอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2556 ได้อย่างไร หลังจากถูกสั่งปิดอันเนื่องมาจากการรัฐประการเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

การกลับมาครั้งนี้มี “บอย” จตุรนต์ เอี่ยมโสภา กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิอาจารย์ฮัจยีสุหลง อับดุลกอเดร์ โต๊ะมีนา ซึ่งมีประสบการณ์งานวิทยุมาก่อนมาเป็น “ผู้จัดการสถานี” จะมีส่วนในสานต่อและพัฒนาช่องทางการสื่อที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้เป็น Media Rakyat หรือสื่อเพื่อประชาชนเพื่อสันติภาพที่เป็น Safety Voice ได้อย่างไร

การกลับมาของมีเดียสลาตัน ที่มากกว่าวิทยุ

จตุรนต์ กล่าวว่า สถานีวิทยุมิเดียสลาตันถูกปิดเนื่องจากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เช่นเดียวกับสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศ เมื่อครั้งการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนกระทั้งถึงวันที่สามารถเริ่มส่งเสียงได้อีกครั้งแรกในวันที่ 5 กันยายน 2559 รวมระยะเลาที่หยุดไปก็ประมาณ 2 ปีเศษ

ในระหว่างนั้นมีการเดินเรื่องเพื่อขอเปิดอีกครั้ง แต่กว่าจะได้เปิดอีกครั้งก็หนักหนาสาหัสพอสมควร เพราะต้องลดจำนวนวัตต์ในการส่งสัญญาณ ทำให้ความแรงของคลื่นลดลงจากเดิมมาก อีกทั้งยังต้องมีการตรวจเครื่องส่งอีกหลายอย่างตามคำสั่งของ กสทช.(สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) และคณะรัฐประหาร เพราะเขาต้องการควบคุมอะไรบางอย่าง ซึ่งทำให้เราได้รับผลกระทบไปด้วย

จากเดิมที่มีกำลังกระจายเสียงอยู่ที่ประมาณ 500 วัตถ์ซึ่งสามารถกระจายเสียงไปไกลมาก ก็ต้องลดลงตอนนี้เหลือไปไกลสุดก็ประมาณ 10 กิโลเมตร

2 ปีกว่าจะได้เปิดอีกครั้ง

จตุรนต์ กล่าวว่า ก่อนอื่นขอเท้าความว่า จริงๆผมเป็นคนใหม่ในวงการสื่อสารที่นี่ เพราะปกติผมทำงานของมูลนิธิอาจารย์ฮัจยีสุหลง อับดุลกอเดร์ โต๊ะมีนา และทำงานของครอบครัวคือบริษัท ปัตตานีขนส่ง จำกัด ที่จริงอยู่ในแวดวงการเมือง (ช่วยงานนายเด่น โต๊ะมีนา อดีตนักการเมืองของจังหวัดปัตตานี)

แต่แล้วแบมะมิเดีย (คือนายแวหามะ แวกือจิก ผู้ก่อตั้ง/ผู้อำนวยการสถานีวิทยุมิเดียสลาตัน) ซึ่งคุ้นเคยกันมานานกว่า 30 ปีได้ชักชวนมาจึงยินดีมาร่วมงาน ทั้งที่ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงที่ว่าง ประกอบกับเริ่มเข้ามาทำงานในภาคประชาสังคมแล้ว เพราะตอนนั้นก็เริ่มทำงานของมูลนิธิอาจารย์ฮัจยีสุหลง อับดุลกอเดร์ โต๊ะมีนาอย่างเต็มที่แล้ว จึงตัดสินใจมาช่วยที่นี่ มาแล้วก็เริ่มทำอะไรหลายๆอย่าง

หลังจากได้ออกอากาศอีกครั้ง ตอนแรกๆเราก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้เป็นที่รู้จักเหมือนเดิมเพราะผู้ฟังของเราหายไป 2 ปีมันนานมาก ลูกค้าและแฟนรายการก็หายไปด้วย เราก็เลยปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเดิม แต่ปรากฏตอนนั้นก็ยังเปิดสถานีอย่างเป็นทางการไม่ได้ เพราะการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ช่วงนั้นต้องหยุดการถ่ายทอดเสียงจึงทำให้เงียบไป แต่ก็มีบ้างLive ทางเฟสบุ๊คบ้างนิดๆหน่อยๆ

เมื่อการถ่ายทอดเสียงทางคลื่นวิทยุหยุดไป 1 เดือนหลังการสวรรคต ก็เลยต้องเลื่อนการเปิดตัวสถานีอย่างเป็นทางการไปด้วย แต่บางคนก็ไม่รู้ว่ายังมีช่องทางอื่นอย่างเฟสบุ๊คที่ถ่ายทอดอยู่บ้าง

Media Selatan Media Rakyat

จตุรนต์ กล่าวว่า หลังจากได้ออกอากาศอีกครั้งก็มานั่งคุยกับน้องๆ ซึ่งเป็นทีมงานใหม่ มีเพียงช่างเทคนิค 2 คน ธุรการ 1 คน และแบมะที่เป็นคนเดิม อัซฮารที่เป็นนักจัดรายการที่ประสบอุบัติเหตุตอนยังป่วยอยู่

เราได้ข้อสรุปว่า เราจะมีสโลแกนว่า Media Selatan Media Rakyat หมายถึง สถานีวิทยุมีเดียสลาตันเป็นสื่อเพื่อประชาชนเพื่อสันติภาพ เบื้องต้น มีเดียไม่ใช่ของแบมะคนเดียว ไม่ใช่ของจตุรนต์ แต่เราอยากทำให้มีเดียสลาตันเป็นของทุกคน เป็นมีเดียที่ทุกคนสามารถมาใช้ได้ อยากทำให้เป็นพื้นที่กลางจริงๆ

รายการ Dunia Hari Ini คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

จตุรนต์ กล่าวว่า พอได้เปิดรายการออกอากาศอีกครั้งก็ได้รับเสียงตอบรับพอสมควรจากแฟนรายการเก่าๆ เพราะรายการหลักของมีเดียสลาตันคือ รายการโลกวันนี้ หรือ Dunia Hari Ini ซึ่งเมื่อก่อนมี Astora Jabat แบมะและ Azhar เป็นผู้จัดรายการ ซึ่งมีแฟนรายการเยอะมาก ทำให้มีเดียสลาตันมีชื่อเสียงมากจนมีคนติดตามมาก

ตอนนั้นแบมะได้สัมภาษณ์คุณฮัสซัน ตอยยิบ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นออกอากาศ ตอนนั้นพีคมากจนถูกรัฐบาลจับตามอง ทั้งๆที่มีเดียสลาตันก็สัมภาษณ์ทั้ง 2 ฝ่าย คือได้สัมภาษณ์ พล.อ.ภราดร พัฒนถาบุตร และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ด้วยมันก็ส่งผลกระทบในสายตาของรัฐบาล

แบมะเคยเล่าให้ฟังว่า ช่วงที่มีการพูดคุยสันติภาพ คุณฮัสซัน ตอยยิบ ต้องการสื่อสารผ่านสื่อในพื้นที่เพราะต้องการสื่อสารกับคนในพื้นที่จริงๆ สุดท้ายก็เลือกมีเดียสลาตัน จึงทำให้เป็นจุดเปลี่ยนจุดหนึ่งของมีเดียสลาตันที่ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้นทั่วประเทศ ทั้งที่เป็นวิทยุชุมชนเล็กๆที่ตั้งใจทำงานตรงนั้น

รายการเด่น Dunia Hari Ini-ร่วมด้วยช่วยกัน-Suara Wanita

จตุรนต์ กล่าวว่า รายการที่เป็นจุดขายของสถานีมีเดียสลาตัน ยังคงเป็นรายการ “โลกวันนี้” หรือ Dunia Hari Ini ในช่วงกลางคืน ส่วนช่วงกลางวันก็เป็นรายการ “ร่วมด้วยช่วยกัน” ซึ่งผมรับผิดชอบการจัดรายการช่วงนี้และอาจเป็นรายการเดียวที่ใช้ภาษาไทย เพราะต้องการเป็นสื่อกลางให้คนอื่นๆด้วย

ส่วนรายการที่น่าสนใจที่เพิ่มมาคือ รายการเสียงผู้หญิง Suara Wanita ซึ่งเราสัมภาษณ์ผู้หญิงในหลายๆแบบ หลายๆมุม หลายๆประเภทมาออกอากาศ เช่น สัมภาษณ์คุณรอมือละห์ แซแยะ ผู้หญิงเก่งคนหนึ่งในพื้นที่

ขณะที่รายการ Dunia Hari Ini ก็ได้สัมภาษณ์อันวาร์สามีของรอมือละห์ในวันเดียวกัน(ช่วงหลังจากอันวาร์ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำเนื่องจากได้รับอภัยโทษ) เราไม่ได้ถามเรื่องคดีความใดๆ แต่เราพูดถึงการใช้ชีวิตรอมือละห์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากอันวาร์ถูกคุมขังในเรือนจำมาเป็นเวลา 3 ปี 7 เดือน 8 วัน

รอมือละห์เล่าว่า เธอไม่มียานพาหนะอะไรเลย บางช่วงเธอต้องนั่งรถโดยสารทุกวันเพื่อไปเยี่ยมสามี ในรายการเราแค่ถามในมุมมองของความเป็นภรรยาเท่านั้น

เป็นสื่อของคนฟังที่หลากหลาย

จตุรนต์ กล่าวว่า ตอนนี้มีรายการใหม่เรื่องพหุวัฒนธรรม น่าจะเปิดประมาณปลายเดือนมกราคมนี้ เราจะเน้นให้คนมาจัดรายการ เพราะไม่อยากให้เป็นสื่อของคนมลายูอย่างเดียว

ใครก็ตอมที่ติดตามเราและเป็นผู้ฟังของเรา ไม่ว่าจะรับฟังทางวิทยุ ทางเพจ หรือทางเว็บไซต์ก็เป็นประชาชนของสถานีทั้งหมด ไม่ได้เจาะจงกลุ่มชาติพันธุ์หรือกลุ่มศาสนิก

เราอยากให้มีความหลากหลายและครอบคลุม เมื่อก่อนนั้นมันไม่ครอบคลุมขนาดนี้ เดี่ยวนี้อย่างน้อยๆ ภาคประชาสังคมได้ทำอะไรที่สามารถสื่อสารกับคนอื่นทั่วไปได้มันก็เข้าหลักเกณฑ์นี้

สันติภาพเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีพื้นที่กลาง

จตุรนต์ กล่าวว่า อาจจะมีคนถามว่าวิทยุสื่อสันติภาพอย่างไร คำถามนี้มีคนถามเยอะ แต่สิ่งที่เราทำนั้นก็เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคน สันติภาพเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีพื้นที่กลางให้ทุกคนสามารถพูดอะไรหรือถ่ายทอดอะไรออกมาได้

สถานีวิทยุมีเดียสลาตันเป็นเพียงสื่อหนึ่งที่ถ่ายทอดออกไปได้ ถ้าเขาไว้ใจให้เราเป็นพื้นที่กลาง ใครโทรมาในรายการได้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือใครก็ตามเราเปิดให้ทุกคน

จะมี Safety Zone ไม่ได้ ถ้าไม่มี Safety Voice

จตุรนต์ กล่าวว่า ผมชอบคำหนึ่งของอาจารย์อาทิตย์ ทองอินทร์ จากมหาวิทยาลัยรังสิตว่า ตอนนี้ทุกคนมุ่งสู่กระแส Safety Zone แต่อาจารย์บอกว่าจะมี Safety Zone ไม่ได้ ถ้าไม่มี Safety Voice และนี่ก็คือ Safety Voice ซึ่งเป็นสื่อกลางหนึ่งที่ทุกคนพูดได้แล้วมีความรู้สึกปลอดภัย

เช่น ผู้ฟังโทรเข้ามาในรายการโดยไม่ต้องบอกชื่อก็ได้ บอกแค่ว่าตอนนี้เขากำลังเจอแบบนี้อยู่ เขามีปัญหาแบบนี้อยู่ ให้เขาพูดออกมา ถามว่าเขาปลอดภัยไหม เราก็ไม่ได้บอกชื่อออกอากาศ บอกแค่เพียงว่าเป็นท่านผู้ฟัง อย่างน้อยก็เป็นช่องทางหนึ่งให้เขาได้ระบายออกมา ถ้าทุกคนยังไม่พูดความจริงมันก็จะไม่เกิด

การสื่อสารสันติภาพในมุมมอง Safety Voice

จตุรนต์ กล่าวว่า ทุกคนสามารถพูดได้โดยอิสระ แต่มันมีวงเล็บน่ะ หมายถึงต้องให้เหตุผลและข้อเท็จจริง ไม่เอาอารมณ์เข้ามาใส่ ไม่โจมตีกันไปมา

ในรายการของเราจะเปิดให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมในการแสดงความแสดงความเห็นและพูดคุยแลกเปลี่ยนผ่านรายการ โดยใช้ข้อเท็จจริง อันนี้ย้ำไว้เลยว่า ต้องคุยด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงเท่านั้น

ความมั่นคงกับการสื่อสารสันติภาพ

จตุรนต์ กล่าวว่า เมื่อถามว่าจะควบคุมอย่างไร เขาบอกว่า วิทยุชุมชนของเราจะไม่ออกอากาศในเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ การเมือง ความมั่นคง แต่คงจะสงสัยว่า ถ้าไม่พูดถึงความมั่นคงแล้วจะสื่อสารสันติภาพได้อย่างไร มันมีวิธีก็คือ ในความมั่นคงเราไม่ได้ไปโจมตีใคร เราไม่ได้ไปเอาเรื่อง เราไม่ใช่สถานีวิทยุปลูกระดม เราเป็นสถานีวิทยุเพื่อถ่ายทอด

เพราะฉะนั้น 4 มกราคมที่ผ่านมา รายการ Dunia Hari Ini จึงพูดถึงครบรอบ 13 ปี เหตุการณ์ไฟใต้ ถามว่ามีคนโทรเข้ามาไหม มีครับ ถ้ามีคนบอกว่าพูดเรื่องความมั่นคงไม่ได้ แต่เราต้องบอกว่า 13 ปีไฟใต้คุณคิดอย่างไร คุณมองเห็นอดีตที่ผ่านมากับอนาคตที่กำลังจะก้าวไปอย่างไร มองจากปัจจุบันมันจะเป็นอย่างไร แล้วชีวิตที่เคยเป็นมาในอดีตก่อน 13 ปีเป็นอย่างไร

เราไม่อยากถูกปิดอีกแล้ว

จตุรนต์ กล่าวว่า ชาวบ้านที่โทรมาเล่าว่าเมื่อก่อนมีความสุขกัน อยู่ด้วยกันทำมาหากินกันได้ แต่พอมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็กลัวระเบิด ทำมาหากินยากขึ้น เศรษฐกิจก็ฝืดๆ มันก็คือมุมมองความมั่นคงเหมือนกัน แต่เราต้องพูดในมุมมองที่ชาวบ้านพูด

แต่ไม่ใช่ว่ามีใครโทรเข้ามาก็ปล่อยออกอากาศเลย เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าจะคุยกันแบบนี้ เพราะเราต้องการเป็นพื้นที่กลาง เราไม่อยากถูกปิดอีกแล้ว แต่ขอชมผู้ฟังด้วยของสถานีวิทยุมีเดียสลาตันเลยว่าเป็นผู้ฟังที่เก่งและเยี่ยมมากเลย เขาแสดงความคิดเห็นแต่ละข้อคม แล้วก็อยู่ในประเด็น

ตั้งแต่จัดรายการ Dunia Hari Ini มาหนึ่งเดือนแล้วยังไม่มีใครแสดงความคิดเห็นอย่างสุ่มเสี่ยงเลย เราจัดพูดคุยรายการประเด็น ครบรอบ 13 ปีไฟใต้ ประเด็น Peace Survey ประเด็น Life After Freedom ชีวิตหลังอิสราภาพ ซึ่งถ้าพูดถึงเนื้อหาหนักเลย

มีคืนหนึ่งทั้งผู้ดำเนินรายการและผู้ฟัง น้ำตาไหลกันเลยทีเดียว เพราะมีบังเซ หรือ ซะการีย์ยา อมตยา เข้าสายอ่านบทกวีด้วย ซึ้งดีมาก สามารถฟังย้อนหลังได้ เราจัด 4-5 เรื่องนี้ มันก็คือความมั่นคง แต่ก็ต้องมีวิธีสื่อสารของมัน

ผู้ฟังเองก็มีส่วนช่วยตรงนี้อย่างมากเลย บางเรื่องก็โทรมาถามหลังไมค์ ผมเชื่อว่าผู้ฟังมีเดียสลาตันเป็นผู้ฟังที่มีคุณภาพมาก เพราะไม่มีประเด็นไหนที่พวกเขาตามไม่ทัน

ช่องทางในการฟังและติดตามวิทยุมีเดียสลาตัน ได้แก่

จ.ปัตตานี คลื่น 91.5 Mhz จ.ยะลา คลื่น 96.25 Mhz

https://www.facebook.com/radiomediaselatan/?fref=ts

http://www.mediaselatan.com/