KK Park โคกเคียน ได้โอกาสต่อยอดโครงการ เน้นเพิ่มศักยภาพ“ชาวบ้านนักพัฒนา”

KK Park โคกเคียน นราธิวาส ได้โอกาสต่อยอดโครงการ เน้นเพิ่มศักยภาพ“ชาวบ้านนักพัฒนา” ด้านคณะทำงานระดับตำบลโคกเคียน ในโครงการ ช.ช.ต.เปิดเวทีทำความเข้าใจก่อนลุยงาน

คณะทำงานระดับตำบล (Tumbol Implementing Committee: TIC) ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ในโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ช.ช.ต) ระยะขยายผล โดยความร่วมมือระหว่าง สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) ธนาคารโลก (WB)และกระทรวงการคลัง จัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจโครงการศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกเคียน (Khokkhian Knowledge Park – KK Park) ระยะที่ 2 ให้แก่ TIC ตัวแทนคณะทำงานระดับชุมชน (Village Implementing Committee: VIC) องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)โคกเคียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) บัณฑิตอาสา กศน.และหน่วยงานอื่นๆใน ต.โคกเคียน รวมกว่า 100 คน เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม อบต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกเคียน (Khokkhian Knowledge Park – KK Park) ระยะที่ 2 เป็นโครงการที่คณะทำงานระดับตำบลเสนอขอสนับสนุนจากสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาเพื่อการต่อยอดจากโครงการในระยะแรกที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 นอกจากจากนี้ยังเป็นการรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับภารกิจของ KK Park ในระยะที่ 2 เพิ่มเติมจากเดิมที่เป็นดัง“ห้องสมุดมีชีวิต” เพื่อเป็นสื่อกลางในการสืบสานและถ่ายทอดความรู้ที่มีลักษณะเฉพาะของตำบลโคกเคียนจากทั้ง 13 หมู่บ้านรวม 18 ฐาน โดยมีนายมะดิง อารง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโคกพะยอม หมู่ที่ 2 ต.โคกเคียน ในฐานะประธาน KK Park เป็นประธานการประชุม

สำหรับการต่อยอดโครงการ KK Park ในระยะที่ 2 ในครั้งนี้ คณะทำงานระดับตำบลต้องการที่จะเน้นการพัฒนาศักยภาพคณะทำงานและวิทยากรในแต่ละฐานเป็นหลักเพื่อให้สามารถจัดการข้อมูลแหล่งเรียนรู้ตำบลโคกเคียนให้เป็นระบบ สามารถถ่ายทอดข้อมูลให้คนในตำบลและนอกพื้นที่ได้รับรู้ รวมทั้งสามารถการบริหารจัดการและถ่ายทอดความรู้ได้

ดังนั้นกระบวนการดำเนินงานในโครงการจึงเป็นเรื่องการอบรมเป็นหลัก เช่น อบรมพัฒนาศักยภาพคณะทำงาน อบรมเรื่องการสื่อสาร การใช้สื่อเพื่อถ่ายทอดข้อมูลภายในและภายนอก สื่อประชาสัมพันธ์ของแต่ละฐานในศูนย์เรียนรู้ อบรมเชิงปฏิบัติการเป็นวิทยากร การถ่ายทอดฐานเรียนรู้แต่ละฐานให้เยาวชน/นักเรียน (ยุวบรรณารักษ์) การประสานงาน การถอดบทเรียน และการจัดมหกรรมศูนย์เรียนรู้เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงาน เป็นต้น

โครงการนี้มีระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560-31 พฤษภาคม 2560 รวม 5 เดือน งบประมาณ 400,000 บาทจากโครงการ ช.ช.ตและกิจกรรมสมทบจากชุมชน

โดยในเวทีมีข้อเสนอที่หลากหลาย เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานโครงการระดับตำบลของ LDI เสนอให้มีการเชื่อมโยงและหนุนเสริมฐานเรียนรู้ชุมชนทั้ง 13 ชุมชนในเรื่องข้อมูลเพื่อให้ตอบโจทย์คนที่เข้ามาเยี่ยมชมหรือดูงาน รวมทั้งในเรื่องการตลาดด้วย นอกจากนี้ยังเสนอในเรื่องงบประมาณว่าสามารถที่จะเชื่อมต่อกับหน่วยงานไหนบ้างเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือได้ โดยไม่หยุดอยู่แค่งบประมาณของ LDI เท่านั้น

ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมมีการเสริมในเรื่องของการจัดการขยะ การบริหารสุขภาพวะในชุมชน การปรับภูมิทัศน์เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการอยู่บริเวณชายหาดในเรื่องการกำจัดขยะต่างๆโดยเสนอให้กำหนดเป็นวาระของ อบต.ในเรื่องขยะด้วย รวมทั้งเสนอเรื่องการให้ความรู้เยาวชนในเรื่องโทษของยาวเสพติด

ข้อมูลโครงการ KK Park ระยะที่ 2

ต.โคกเคียง ได้รับเลือกเป็นพื้นที่ในระยะนำร่องของโครงการ ช.ช.ต. ตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งเป็นการให้ทุนสนับสนุนระดับหมู่บ้านต่อเนื่องมาตั้งแต่ระยะนำร่องจนถึงระยะขยายที่ผ่านมา โดยเกิดโครงการที่ผ่านการวิเคราะห์และจัดลำดับสำคัญตามความต้องการของชุมชน

จากโครงการดังกล่าวข้างต้น คณะทำงานโครงการระดับหมู่บ้านจัดเวทีวิเคราะห์ประเด็นระดับตำบลร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ ได้แก่ อบต.โคกเคียน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลโคกเคียน (กศน.โคกเคียน) มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) ประมงอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอและเกษตรอำเภอ เป็นต้น เมื่อ 19 พฤษภาคม 2558 ณ โรงแรมตันหยง อ.เมืองนราธิวาส จนได้ข้อสรุปว่า ระหว่างการดำเนินโครงการชุมชนได้เกิด“ความรู้”ในด้านต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

ในกรณีที่เป็นความรู้ด้านอาชีพซึ่งมีทุนความรู้จากโครงการ ช.ช.ต.โดยตรง เพื่อยกระดับ “ความภาคภูมิใจในความเป็นชุมชน”ในกรณีที่เป็นความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของคณะทำงานช่วงวัยที่ต่างกัน อาชีพที่ต่างกัน เพื่อยกระดับ“ความสมพันธ์”ของคนชุมชน ในกรณีที่เป็นความรู้ที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้และการทำงานร่วมกันระหว่างผู้นับถือศาสนาอิสลามและสาสนาพุทธ

ดังนั้น คณะทำงานโครงการและตัวแทนจากทั้ง 13 หมู่บ้านจึงเห็นควรให้มี “ห้องสมุดระดับตำบลโคกเคียน”ขึ้น เพื่อเป็นสื่อกลางในการสืบสานและถ่ายทอดความรู้ที่มีลักษณะเฉพาะของตำบลโคกเคียน โดยมีรูปแบบเป็น “ห้องสมุดที่มีชีวิต” ซึ่งมีตั้งแต่ความเคลื่อนไหว กิจกรรมเรื่องเล่าทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ผลการดำเนินโครงการ KK Park ทำให้เห็นโครงสร้างคณะทำงานกลางที่ดูโครงการภาพรวม ที่ผ่านมา KK Park มีการจัดค่ายเด็กนักเรียนร่วมเรียนรู้ฐานเรียนในตำบลโคกเคียน มีการออกบูทประชาสัมพันธ์หน่วยงานต่างๆ มีคนเข้ามาเรียนรู้ทั้งมาจากมาเลเชีย อินโดนิเชีย และหน่วยงานใน มนร. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)

จากการถอดบทเรียนการดำเนินงานที่ผ่านมาคณะทำงานระดมความคิดเห็นว่า ต้องการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกเคียนให้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กับคนรุ่นหลังต่อไป ด้วยเหตุดังกล่าวคณะทำงานตำบลโคกเคียนจึงขอเสนอให้มีการต่อยอดโครงการ KK Park ระยะที่ 2 เพื่อให้ศูนย์เรียนรู้ตำบลโคกเคียนเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลถ่ายทอดแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ มีดังนี้ 1.เพื่อจัดการข้อมูลแหล่งเรียนรู้ตำบลโคกเคียนให้เป็นระบบสามารถถ่ายทอดข้อมูลให้คนในตำบลและนอกพื้นที่ได้รับรู้ 2.เพื่อพัฒนาศักยภาพคณะทำงานและวิทยากรแต่ละฐานในการบริหารจัดการและถ่ายทอดความรู้ 3.เพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้ให้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลและถ่ายทอดแหล่งเรียนรู้ในตำบลโคกเคียน และ 4.เพื่ออนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กับคนรุ่นหลัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน ทำไมคนแห่ไปดูผลงานนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ของ ช.ช.ต.

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรม สถ.รับแนวทางไปใช้กับท้องถิ่นทั่วไทย

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นและLDI เปิดเวทีนำเสนอบทเรียนให้อปท.6จังหวัดภาคกลาง

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร

สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการ LDI “จะหนุนงานสันติภาพเดินคู่กับงานพัฒนาชายแดนใต้ต่อไป”

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(2) ดูผลสำเร็จใน 5 พื้นที่ขัดแย้ง-กองทุนสันติภาพในไทย

เปิดใจเยาวชน‘บ้านแยะ’ รามัน ทำไมอยากเป็นนักพัฒนารุ่นใหม่

แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0 “ถ้าไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก”

อีก 15 หมู่บ้านเสนอโครงการ ช.ช.ต.รอบ 3 ถึงคราวชาวบ้านเรียนรู้และต่อยอดงานพัฒนา