สัมภาษณ์ ผอ.สถาบัน INSANI แหล่งรวมนักวิชาการรุ่นใหม่ปาตานีเพื่องานวิจัยและพัฒนา

สัมภาษณ์ผู้อำนวยการสถาบันปาตานีเพื่อการวิจัยและพัฒนามนุษย์ (INSANI) ถึงความเป็นมาและทิศทางการทำงานขององค์กรที่รวมนักวิชาการรุ่นใหม่ในพื้นที่ชายแดนใต้ เผยมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพนักวิชาการปาตานีเพื่อสามารถช่วยเหลือสังคมบ้านเกิด เตรียมออกคุตบะห์ที่มีเนื้อหาร่วมสมัย สร้างความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ

ผศ.ดร.มะกือตา หะยีแวสอเหาะ ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันปาตานีเพื่อการวิจัยและพัฒนามนุษย์ (INSANI) ปัจจุบันเป็นอาจารย์รับเชิญที่มหาวิทยาลัย UUM รัฐเคดาห์ ก่อนหน้านี้เคยเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัย Insaniah เป็นเวลา 4 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีด้านชารีอะห์และกฎหมายจากมหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร ปริญญาโทและเอกด้านกฎหมายระหว่างประเทศจากสถาบันวิจัยและศึกษาอาหรับแห่งสันนิบาตอาหรับ ประเทศอียิปต์

ความเป็นและการก่อเกิดของสถาบันปาตานีเพื่อการวิจัยและพัฒนามนุษย์ (INSANI) 

ผศ.ดร.มะกือตา – เนื่องจากที่ได้ทำงานด้านวิชาการมาระยะหนึ่งยังไม่เห็นการรวมตัวของนักวิชาการจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่มารวมตัวกันเพื่อเป้าหมายทางวิชาการ ซึ่งในความเป็นจริงมีนักวิชาการที่เป็นคนที่นี่ ทั้งที่ทำงานในพื้นที่เอง หรือทำงานในต่างประเทศ อย่างเช่นมาเลเซียอยู่จำนวนหนึ่ง และจากที่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ นักวิชาการมาประมาณ 1 ปีกว่า ก็มีแนวคิดจะจัดตั้งเป็นองค์กร เป็นสถาบันที่รวมนักวิชาการเพื่อทำงานวิจัยด้านการพัฒนาศักยภาพของคน การบริการสังคมต่างๆ ซึ่งกลุ่มที่ริเริ่มพูดคุยถึงแนวคิดนี้มีอยู่ประมาณ 20 คน และส่วนใหญ่ก็เป็นนักวิชาการรุ่นใหม่ๆ และอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่

ความคิดแรกเริ่มก็คือ เป็นการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนๆ ที่เป็นนักวิชาการหรือคนที่ทำงานด้านวิชาการ เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย หรือที่สอนหนังสือทั้งในพื้นที่ชายแดนใต้หรือในประเทศมาเลเซีย คือต้องการหนุนเสริมพวกเราที่เป็นนักวิชาการที่เป็นคนจากพื้นที่ก่อนเป็นเบื้องแรก ทั้งนี้เพราะกลุ่มเราเองก็ทำงานอยู่ในหลากหลายสาขา ทั้งด้านภาษา ด้านกฎหมาย ด้านการบริหาร ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กฎหมายอิสลามและอื่นๆ ทำอย่างไรให้พวกเราเข้มแข็งในสาขาของตัวเอง

การเปิดตัวสถาบันเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมามีการวางเป้าหมายจากงานครั้งนั้นอย่างไรบ้าง

ผศ.ดร.มะกือตา – ในการเปิดตัวครั้งแรกที่โรงแรมปาร์กวิวที่ผ่านมา ก็เป็นการเปิดตัวของสถาบันในฐานะที่เป็นองค์กร NGO ที่รวมของนักวิชาการเพื่อทำงานด้านวิชาการเท่านั้น ยังไม่มีเป้าหมายอื่น เป็นการรวมตัวของนักวิชาการในพื้นที่เพื่อการพัฒนาด้านวิชาการในแต่ละสาขาของแต่ละคนในบรรดาสมาชิก สิ่งที่จะเป็นรูปธรรมในเร็วๆ นี้คือ ขณะนี้ทางสถาบันกำลังทำคุตบะห์วันศุกร์ที่เขียนและจะมีการรวมเล่มจากกลุ่มสมาชิก ที่มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ร่วมสมัย ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เรียกร้องและเป็นความต้องการของบรรดาอีหม่ามมัสยิดต่างๆ ในพื้นที่

อีกงานที่เป็นแนวคิดและทางกลุ่มสามารถทำได้ทันทีคือ การก่อตั้งสถาบันภาษาเพื่อติวหรือการกวดวิชาให้กับในเรียนในพื้นที่ ซึ่งเป็นงานที่พวกเราสามารถทำได้ทันที ถือเป็นการบริการสังคมที่เป็นงานอาสาสมัครที่สถาบันมีความพร้อม อาจจะเป็นในลักษณะสถาบันกวดวิชาที่มีการติวในสาขาวิชาต่างๆ อีกอย่างหนึ่งที่เป็นแนวคิดที่ทำได้คือการทำนิตยสารหรือวารสารทางวิชาการสำหรับคนในพื้นที่ซึ่งก็เป็นแนวทางที่เป็นไปได้

อีกประการหนึ่งคือ เมื่อเรามีการตั้งสถาบันที่เป็นองค์กรที่ชัดเจน เราสามารถสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กรด้านวิชาการอื่นๆ ทั้งในประเทศและองค์กรจากต่างประเทศอย่างเช่นในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซียหรือกับประเทศอาหรับในตะวันออกกลางในการทำงานด้านวิชาการอย่างเป็นรูปธรรมได้ ซึ่งจริงๆ แล้วความร่วมมือด้านวิชาการเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มีการเปิดกว้างในด้านความร่วมมือด้านต่างๆ ในระดับอาเซียน ความร่วมมือทางด้านวิชาการยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

ในส่วนที่เป็นการบริการสาธารณะ กลุ่มของเราก็สามารถทำได้เพราะเป้าหมายขององค์กรก็เพื่อเป็นอาสาสมัครซึ่งในส่วนนี้อาจจะเป็นร่วมบรรยายหรือการอภิปรายในเวทีต่างๆ ก็จะเป็นเป้าหมายหนึ่งที่เราได้วางไว้เช่นกัน

นักวิชาการในสถาบัน Insani มีมุมมองอย่างไรต่อสภาพสังคมปัจจุบัน

ผศ.ดร.มะกือตา –สำหรับมุมมองต่อสังคมของกลุ่มนักวิชาการที่เป็นสมาชิกคิดว่าไม่ต่างจากคนส่วนใหญ่ที่เห็นว่าปัญหาใหญ่ของเราขณะนี้เป็นเรื่องของการระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน ซึ่งฐานที่สำคัญของปัญหาก็มาจากเรื่องของการศึกษาที่เรายังด้อยอยู่มากและเป็นปัญหาที่พวกเราเองให้ความสำคัญ ส่วนเรื่องของกระบวนการสันติภาพ การมีส่วนร่วมในกระบวนการต่างๆ นั้นถือเป็นเรื่องที่อ่อนไหว เป็นเรื่องที่เซ้นซิทีฟ เราไม่ได้มีเป้าหมายในเรื่องเหล่านี้แต่ก็เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ เป้าหมายของเรามุ่งไปที่การพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเราก่อน กลุ่มเราเองซึ่งมีความหลากหลายสาขาวิชา และหลากหลายสถาบันที่สังกัดและหลากหลายสถาบันที่จบการศึกษา ทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย จากประเทศอาหรับในตะวันออกกลาง

ยุทธศาสตร์หลักของสถาบันขณะนี้คือการยกระดับกลุ่มของพวกเราเองและการให้บริการต่อสังคมในด้านวิชาการ อันนี้เป็นเป้าหมายหลัก จริงๆ แล้วสมาชิกของสถาบันทุกคนต่างก็มีงานประจำของตัวเอง มีภารกิจหลักของตัวเองที่สังกัดสถาบันการศึกษาต่างๆ ดังนั้นเป้าหมายของสถาบันจึงไม่ได้เป็นเป้าหมายใหญ่มาก ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มาร่วมกันทำงานเพื่อตอบแทนสังคมในงานที่ตัวเองถนัด

จะมีการรับสมัครสมาชิกของสถาบันอย่างไรบ้างและต้องมีคุณสมบัติอะไร

ผศ.ดร.มะกือตา – จริงๆ เราไม่ได้ปิดกั้นการเข้าร่วมเป็นสมาชิกแต่ก็ไม่ได้เปิดกว้างแบบทั่วไป ก็ต้องเป็นไปตามระเบียบและความเหมาะสม ที่กำหนดไว้คือต้องจบปริญญาโท สามารถใช้ภาษามลายู มีเป้าหมายที่สอดคล้องกับสถาบัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขณะนี้เรามีอยู่จำนวน 20 คน ก็คิดว่าจะสามารถทำงานตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจำนวนที่เรามีอยู่ในขณะนี้สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพของแต่ละคนอย่างแท้จริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดสถาบัน INSANI พัฒนาเพิ่มขีดความสามารถนักวิชาการปาตานีสู่ความเป็นเลิศ