“ห้วยกระทิง”ที่นี่ต้องการแรงมือ-แรงใจ สร้างฝายฟื้นชีวิตและความไว้วางใจ เป้าหมายธนาคารโลก

ย้อนรอยจากเหตุเด็กหนุ่มปะทะเจ้าหน้าที่เมื่อ 28 เมษา 47 วันนี้ชาวบ้านห้วยกระทิง จ.ยะลา ร่วมสร้างฝายไม้ไผ่เพื่อฟื้นคืนที่ชีวิตให้คลองและสร้างความไว้วางใจให้กลับคืนมา ภายใต้โครงการ ช.ช.ต. ความเชื่อมั่นไว้ใจกลับคืนมา ผ่านการสนับสนุนของ LDI และธนาคารโลก ที่นี่ยังต้องการแรงคน แรงมือ แรงใจ เพราะงานสร้างคน-สร้างสันติภาพหยุดไม่ได้

เหตุยิงถล่มฐานตำรวจที่กรงปินังเมื่อวันก่อนส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สร้างความตระหนกตกใจและน่าสพรึงกลัวไม่น้อย แต่ที่“คลองกูวา”หนึ่งในลำน้ำสาขาของแม่น้ำปัตตานี บริเวณด้านใต้สะพานตันหยงแห่งบ้านกูวา หมู่ที่ 1 ชาวบ้านบางคนรู้สึกว่าลำน้ำเล็กๆสายนี้เริ่มจะมีชีวิตชีวากลับคืนมาแล้ว อย่างเช่น “สายูตี เบ็นสุเด็น”

แม้มันยังไม่อาจเทียบเท่ากับความอุดมสมบูรณ์อย่างในอดีตที่ยังอยู่ในความทรงจำของเขา ยิ่งเมื่อเขามองไปยังเด็กๆที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในคลองที่มีระดับน้ำสูงไม่ถึงหัวเข่า ทั้งที่ฝนเพิ่งตกหนักอยู่หลายวันก่อนหน้านั้น

สายูตีเล่าว่า เมื่อก่อนระดับน้ำบริเวณนี้ลึกไม่ต่ำกว่า 3 เมตร แต่ตอนนี้ระดับน้ำหายไป 80% เมื่อ 30 ปีที่แล้วนำเริ่มแห้งเพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เนื่องจากมีการตัดต้นไม้ทำลายป่ามากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณป่าต้นน้ำ ทำให้คลองค่อยๆเสื่อมโทรมลง ถึงขนาดที่ว่า ปัจจุบันเด็กๆว่ายน้ำไม่เป็นแล้วเพราะไม่มีที่ให้ว่ายน้ำ

แน่นอน สายูตีก็เป็นคนหนึ่งละที่พร้อมลงแรงร่วมมือกับชาวบ้านคนอื่นๆจากอีกทั้ง 4 หมู่บ้านใน ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ในการสร้างฝายไม้ไผ่กั้นลำน้ำสายนี้เกือบทุกวัน

ไม่ใช่ฝายธรรมดา–เป้าหมายของธนาคารโลก

ฟังดูเหมือนฝายไม้ไผ่ธรรมดาๆ แต่ทว่ามันเป็นความร่วมมือที่เกิดจิตสำนึกที่ต้องการฟื้นคืนชีวิตให้คลองของชาวบ้าน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากกระบวนการการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเป็นหลัก เรียกว่ากระบวนการ CDD (Community Driven Development) ภายใต้โครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ช.ช.ต.) ของสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) โดยการสนับสนุนของธนาคารโลก (World Bank)

ถือเป็นกระบวนการที่สร้างการเรียนรู้ให้ชาวบ้านและสร้างการมีส่วนร่วมได้จริง ที่สำคัญยังลดช่องว่างความหวาดระแวง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างชาวบ้านด้วยกันเอง ระหว่างคนต่างศาสนา ระหว่างชาวบ้านกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกับหน่วยงานต่างๆ ทำให้รู้จักที่จะประสานงานกับฝ่ายต่างๆ พูดง่ายๆก็คือ สามารถสร้างชาวบ้านธรรมดาๆให้เป็นนักพัฒนาขึ้นมาได้จริง ทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ ไม่ใช่แค่มีโครงการก่อสร้างที่ทำโดยผู้รับเหมาให้เสร็จแล้วก็จบไปเท่านั้น

นั่นคือเป้าหมายของธนาคารโลกที่ใช้กระบวนการเดียวกันนี้ในพื้นที่ขัดแย้งในหลายๆประเทศมาแล้ว เพื่อเป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่ไปพร้อมกับเสริมศักยภาพในด้านการพัฒนาไปด้วย เป็นงานสันติภาพชุมชนที่เดินคู่ไปกับงานพัฒนา

ย้อนรอยห้วยกระทิง ความตายเมื่อ 28 เมษา 47

ครั้งหนึ่งเด็กหนุ่มแห่งบ้านกูวาและใกล้เคียงหลายคนจบชีวิตจากเหตุปะทะเมื่อวันที่ 28 เมษายนปี 2547 รวมทั้งเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้สร้างความตึงเครียดและความหวาดระแวงระหว่างขึ้นในพื้นที่อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะระหว่างชาวบ้านในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐ

เมื่อปี 2552 ต.ห้วยกระทิงได้รับเลือกจากสถาบันชุมท้องถิ่นพัฒนาให้เป็นพื้นที่เป้าหมายในการทำโครงการ ช.ช.ต.ในส่วนของการพัฒนาในระดับพื้นที่โดยการทำ“แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น” ซึ่งทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เช่นเดียวกับพื้นที่เป้าหมายอีก 5 ตำบลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

โครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อชุมชนอย่างยั่งยืน ต.ห้วยกระทิง ระยะที่ 2 เป็นโครงการที่สองของโครงการระดับตำบลที่ ช.ช.ต.สนับสนุนให้กับคณะทำงานระดับตำบลของ ต.ห้วยกระทิง ที่มีนายสะมาแอ มะเกะ ประธานโครงการ

ส่วนโครงการแรกคือโครงการเก็บข้อมูลชุมชนตำบลห้วยกระทิง มีนายมะซอดี มะลี เป็นประธานโครงการ ขณะที่โครงการในระดับชุมชนที่ ช.ช.ต.สนับสนุนให้กับชุมชนหมู่บ้านใน ต.ห้วยกระทิงรวมแล้ว 4 โครงการ ซึ่งจากการดำเนินโครงการทั้งหมดนั้นทำให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะคนที่เป็นคณะทำงานระดับหมู่บ้านและระดับตำบลค่อยๆเรียนรู้กระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วมมาอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาคือจุดเริ่มต้นการเรียนรู้

นายสะมาแอ มะเกะ ประธานโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อชุมชนอย่างยั่งยืน ต.ห้วยกระทิง ระยะที่ 2 บอกว่า ความเสื่อมโทรมหนักๆที่ชาวบ้านเริ่มเห็นชัดเจนเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากมีการขุดลอกคลองระยะทาง 2 กิโลเมตร ซึ่งการขุดลอกคลองนั้นก็เป็นความต้องการของชาวบ้านด้วยเพราะคิดว่าจะทำให้มีน้ำเยอะขึ้น แต่กลับมีผลที่สวนทางกัน

ปีที่แล้วเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรง จึงมีการขุดลอกคลอง แต่กลับทำให้ปัญหายิ่งรุนแรงขึ้น เพราะหน้าแล้วน้ำก็แห้ง แต่พอหน้าฝนน้ำมามากแต่ก็ยิ่งไหลแรงทำให้กัดเซาะตลิ่ง ต้นไม้ริมน้ำและบริเวณที่เป็นวังน้ำมาก่อนก็หายไปจากขุดลอก ยิ่งทำให้สัตว์น้ำหายไปด้วย

“ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าปัญหาคืออะไร แต่จะแก้ปัญหาอย่างไรยังไม่รู้”

ฝายมีชีวิต

นายสะมาแอ เล่าว่า ชาวบ้านต้องการแก้ปัญหาทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม คณะทำงานระดับตำบลจึงมาประชุมกันแล้วตกลงกันว่า จะไปดูวิธีการแก้ปัญหาทั้งสองอย่างที่บ้านชัยมนตรี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชว่าทำไมจึงประสบความสำเร็จ ทั้งที่เคยมีปัญหาขาดแคลนน้ำถึงขนาดทำให้บางครอบครัวแตกแยก

ที่นั่น ชาวบ้านเคยสร้างฝายคอนกรีตมาแล้วแต่ก็ล้มเหลว จึงมาสร้างฝายโดยใช้ไม้ไผ่แทนปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะนอกจากไม่ทำให้น้ำแห้งและไม่ทำให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งแล้ว ยังทำให้สัตว์น้ำกลับมาเหมือนเดิมและไม้ไผ่ที่ปักไว้ก็แตกยอดกลายเป็นต้นไม้ริมน้ำ สร้างความร่มรื่น ทำให้เกิดมีชีวิตขึ้นมา จึงเรียกว่า“ฝายมีชีวิต”

ชาวบ้านห้วยกระทิงทั้ง 50 กว่าคนที่ไปดูงานตัดสินใจกันว่า จะต้องสร้างฝายไม้ไผ่กั้นคลองกูวา แต่กลับมาแล้วกว่าจะได้จัดประชุมกันเตรียมจัดเวทีประชาคมเพื่ออธิบายให้ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้านใน ต.กรงปินังให้เข้าใจ เวลาก็ล่วงเลยมาหลายเดือน ทั้งที่คนทั้ง 4 หมู่บ้านรู้และเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น เพียงแต่ยังไม่เข้าใจว่าการสร้างฝายไม้ไผ่จะช่วยแก้ปัญหาอย่างไร

สิ่งก่อสร้างที่สร้างคน ชีวิตและความไว้วางใจ

กระทั่งต่อมา คณะทำงานจึงได้จัดเวทีประชาคมขึ้นมาหลายครั้ง ทั้งในระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล โดยเชิญนายอำเภอมาเป็นประธาน และในวันแรกที่ลงมือทำก็ได้เชิญรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลามาเปิดพิธี ซึ่งท่านรองผู้ว่าฯก็รับปากจะช่วยเหลือในการหากระสอบบรรจุทรายมาให้ เพราะหลังจากคณะทำงานได้หาซื้อกระสอบที่มีอยู่ตามร้านใหญ่ๆในจังหวัด ปรากฏว่ามีไม่เพียงพอเพราะต้องใช้ประมาณหมื่นใบ ทำให้สั่งซื้อจากโรงงานในจังหวัดสมุทรสาคร

ส่วนไม้ไผ่ก็ต้องหาไม้ไผ่พันธุ์ดีที่แข็งแรงคงทน เวลาตอกลงดินจะไม่แตก และไม่ผุง่าย แต่ไม้ไผ่ชนิดนี้หาได้ในพื้นที่เพราะมีชาวบ้านปลูกไว้ ไม่ใช่ไม้ไผ่ป่า แต่ราคาค่อนข้างสูง จึงตกลงราคากันได้ที่ 60 บาทต่อท่อน ท่อนละประมาณ 7 เมตร

จากนั้นก็ต้องซื้อเชือกจำนวนมากมาใช้มัดไม้ไผ่ จากร้านใหญ่ๆ 4 ร้านในจังหวัด ปรากฏว่าก็ยังไม่พอจึงต้องใช้วิธีทยอยสั่งซื้อ ส่วนทรายที่จะใช้บรรจุในกระสอบเอาไปถมในช่องนั้น หาไม่ยากเพราะมีบ่อทรายหลายแห่งในพื้นที่

แม้งบประมาณที่ใช้ในการสร้างฝายนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนมาเป็นล้านซึ่งหากจ้างผู้รับเหมาคงไม่พอแน่นอน แต่เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ตัวสิ่งก่อสร้าง หากแต่อยู่ที่การมีส่วนร่วม ความไว้วางใจและการฟื้นคืนชีวิตให้คลอง

ที่นี่ต้องการแรงคน แรงมือ แรงใจ

แต่ปัญหาใหญ่ที่สะมาแอบอกไว้ก็คือ กำลังคนที่จะมาใช้ในการสร้างฝาย ต้องใช้แรงงานประมาณวันละ 50 คน ซึ่งลำพังชาวบ้านในหมู่บานกูวาอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะชาวบ้านต้องไปทำงานด้วย สามารถมาช่วยสร้างฝายได้ในเวลาที่ว่างเท่านั้น จึงติดต่อกำนันให้ช่วยประสานทางอำเภอขอกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน(อส.)มาช่วยด้วย

เริ่มลงมือทำฝายครั้งแรกวันที่ 28 มีนาคม 2560 โดยชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้านมาช่วยกันตัดไม้ไผ่ นำไปปักเป็นแนวยาวตามแบบที่จะสร้างฝาย ช่วยๆกันคนละไม้คนละมือ ใครมีของกินอะไรมาให้ก็เอามา ออกมาทำกันทุกวัน

นายสะมาแอ บอกว่า คนที่จะได้ประโยชน์ฝายมีชีวิตนี้ คือชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้านเพราะตั้งอยู่ตามแนวคลองกูวานั่นเอง ซึ่งหลังจากสร้างเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำได้ในระยะ 2 กิโลเมตรทางเหนือฝาย ส่วนทางใต้ฝายอีก 2 กิโลเมตรก็จะได้ประโยชน์ในการบริหารจัดการน้ำโดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง และจะทำให้ระบบนิเวศน์ในคลองกูวากลับฟื้นคืนมา

มะซอดี มะลี-ข้อมูลทำให้เรารู้จักบ้านของตัวเอง

นายมะซอดี มะลี ประธานโครงการเก็บข้อมูลชุมชนตำบลห้วยกระทิง เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญในงานโครงการของ ช.ช.ต. ใครผ่านไปผ่านมาตรงจุดสร้างฝายมักเห็นเขาตัวเปียกชุ่มตลอด เช่นเดียวกับคนอื่นๆ เพราะถ้าไม่อยู่บนฝั่งตัดลำไม้ไผ่ก็อยู่ในน้ำจับตอกตามแนวให้เป็นระเบียบ

มะซอดี เล่าว่า โครงการเก็บข้อมูลชุมชนตำบลห้วยกระทิงมีการแบ่งทีมเก็บข้อมูลทรัพยากรในทุกหมู่บ้าน ทั้งทรัพยากรแหล่งน้ำ ป่าไม้ สัตว์น้ำ พื้นที่เกษตร รวมทั้งประวัติหมู่บ้าน ทำให้คณะทำงานฯมีข้อมูลพื้นฐานและรับรู้ถึงทรัพยากรที่มีอยู่ใน ต.ห้วยกระทิงอย่างดี จึงสามารถนำมาเป็นฐานในการแก้ปัญหาในหมู่บ้านได้ โดยเฉพาะต้นทุนด้านความร่วมมือของชาวบ้านมาเป็นแนวทางแก้ปัญหาคลองกูวาได้

โครงการเก็บข้อมูลดังกล่าวมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทั้งวิทยาเขตปัตตานีและวิทยาเขตหาดใหญ่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรธรรมชาติมาช่วยเป็นที่ปรึกษา ทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้เรื่องต่างๆมากมาย

“ทำให้เรารู้ว่าในพื้นที่ 1 ตางรางกิโลเมตรมีต้นไม้ใหญ่กี่ต้น มีแหล่งน้ำกี่แห่ง จากเดิมชาวบ้านไม่รู้เลยว่าเรามีทรัพยากรอะไรในพื้นที่บ้าง ตอนนี้ชาวบ้านมีข้อมูลทั้งหมดและได้เรียนรู้หลายอย่าง”

งานสร้างคน-สร้างสันติภาพหยุดไม่ได้

มะซอดี บอกว่า เราได้เรียนรู้เรื่องการเก็บข้อมูลและการทำเวทีประชาคม รวมถึงการทำงานโครงการ วิธีประสานงาน ทำให้รู้ว่างานแต่ละอย่างมีหน่วยงานไหนเกี่ยวข้อง เราก็เชิญหน่วยงานนั้นเข้ามาร่วมประชุมด้วย

วิธีการของโครงการ ช.ช.ต.ต่างจากโครงการอื่นๆที่เข้ามาในหมู่บ้านอย่างมาก เพราะโครงการนี้ใช้กระบวนการที่ให้ชาวบ้านขับเคลื่อนงานเอง โดยทาง LDI จะมาให้ความรู้หรือให้การอบรมในเรื่องต่างๆ ทั้งวิธีการทำงาน การใช้เครื่องมือต่างๆ ซึ่งทำให้คณะทำงานได้รู้ว่าการทำโครงการที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมจริงๆ เป็นอย่างไร

เรามีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน การรับฟังความคิดเห็น ไปจนถึงการตัดสินใจและการลงมือปฏิบัติ หลังจากเสร็จโครงการแล้วก็มีการประเมินผลโดยชาวบ้านเอง ทำให้ชาวบ้านมีความรู้เรื่องการทำโครงการมากขึ้น เดิมบางคนไม่กล้าพูดก็สามารถเป็นวิทยากรบรรยายได้

“โครงการนี้จึงเป็นการสร้างคนขึ้นมาด้วย ทำให้วิธีการของโครงการนี้สามารถที่จะนำไปใช้ในการแก้ปัญหาอื่นๆได้อีกด้วย” มะซอดีกล่าวทิ้งท้าย

แม้ฝายมีชีวิตนี้ยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันและแรงงานอีกหลายสิบชีวิตกว่าจะแล้วเสร็จ แต่ดูเหมือนว่าเป้าประสงค์หลักของธนาคารโลกปรากฏให้เห็นแล้ว เพราะทุกวันจะมีทั้งชาวบ้าน นักการเมืองท้องถิ่น ครู ตาดีกา ข้าราชการ อส. รวมถึงคนนอกพื้นที่ที่แวะเวียนมาช่วยกันลงแรงลงมือ(หรือเล่นน้ำ)กันอย่างครื้นเครงสนุกสนาน

บางคนคิดไกลไปถึงการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้ว แม้ว่าความพยายามสร้างสันติภาพในพื้นที่ยังอาจดูห่างไกลแต่ก็หยุดไม่ได้เช่นเดียวกับงานพัฒนา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการ LDI “จะหนุนงานสันติภาพเดินคู่กับงานพัฒนาชายแดนใต้ต่อไป”

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(2) ดูผลสำเร็จใน 5 พื้นที่ขัดแย้ง-กองทุนสันติภาพในไทย

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร

เปิดใจเยาวชน‘บ้านแยะ’ รามัน ทำไมอยากเป็นนักพัฒนารุ่นใหม่

แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0 “ถ้าไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก”

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรม สถ.รับแนวทางไปใช้กับท้องถิ่นทั่วไทย

KK Park โคกเคียน ได้โอกาสต่อยอดโครงการ เน้นเพิ่มศักยภาพ“ชาวบ้านนักพัฒนา”

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน ทำไมคนแห่ไปดูผลงานนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ของ ช.ช.ต.

เปิดใจชาวบ้านนักพัฒนาแห่งบ้านทุ่งกง “ได้รู้ว่าความโปร่งใสและมีส่วนร่วมจริงเป็นอย่างไร”

LDI สืบสานภูมิปัญญาเรือหางตัด ผุดศูนย์เรียนรู้ในชุมชนอนุรักษ์สู่คนรุ่นใหม่

ช.ช.ต.เตรียมเปิดเวทีใหญ่ เผยนวัตกรรมใหม่งานพัฒนาท้องถิ่น จากสันติภาพชุมชนขยายสู่ท้องถิ่นทั่วไทย