โอกาส CSO ปาตานีในกระบวนการสันติภาพ ข้อท้าทายใหญ่หากไม่รวมเป็นหนึ่งเดียว

ดร.นอเบิตร์ โรเปอร์ส ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือสันติภาพ (PRC) บรรยายให้หัวข้อโอกาส & ความท้าทายของภาคประชาสังคมในการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ (Opportunities & Challenges of CSOs supporting Peace Processes) ในการสัมมนากับเครือข่ายประชาสังคมนราธิวาส ชี้ประชาสังคมมีหลายหลายหนทางในการหนุนเสริมและมีส่วนในกระบวนการสันติภาพขณะเดียวกันมีข้อท้าทายที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้าเช่นกัน

ประชาสังคมคือใครกันแน่ พวกเขาทำหน้าที่อะไร

สิ่งแรกที่ ดร.นอเบิตร์ กล่าวถึงคือ ประชาสังคมคือใคร ซึ่งคำอธิบายทั่วไปคือ  “องค์กรที่ไม่ใช่รัฐและสถาบันซึ่งเน้นประโยชน์และเจตจำนงของประชาชน” เป็นองค์กรที่แตกต่างจากรัฐบาล พรรคการเมือง ภาคธุรกิจ วิถีชีวิตส่วนตัวหรือครอบครัว ซึ่งนิยามแบบนี้กว้างเกินไป ดังนี้จึงนิยามให้แคบลง คือ “พื้นที่ที่มีเสรีภาพในการพูด สิทธิพลเมือง และการแสดงคุณค่าเชิงประชาธิปไตย” ซึ่งนักกิจกรรมในยุโรปตะวันออกชอบนิยามนี้

ประการต่อมา อะไรคือหน้าที่โดยรวมและมิติต่างๆ ของภาคประชาสังคมในความพยายามด้านสันติภาพ ซึ่งหน้าที่นี้ได้แก่การสร้างพื้นที่สาธารณะเพื่อแปลงเปลี่ยน ขับเคลื่อนความขัดแย้งรุนแรงทั้งในแนวระนาบ คือ ทำงานระหว่างคู่ขัดแย้ง โดยเป็นตัวเชื่อมระหว่างแทรก 1 และ 2 และในแนวดิ่งคือ ทำงานกับคนในระดับที่แตกต่างกัน หน้าที่อีกแบบหนึ่งคือ การเชื่อมมิติของการแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และนานาชาติ เช่น บทบาทของเอ็นจีโอ และเอ็นจีโอระหว่างประเทศ ยกตัวอย่าง OIC Geneva call HD รวมทั้งหน้าที่ในการทำงานเพื่อแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

หน้าที่ กิจกรรมและมิติ 7 ประการที่เป็นรูปธรรมของประชาสังคม

ดร.นอเบิตร์ กล่าวถึงคุณูปการ 7 ข้อของภาคประชาสังคมต่อการแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพ ซึ่งเป็นงานได้แรงบันดาลใจมาจากงานวิจัยของ Thania Paffenholz ที่เก็บข้อมูลสองชุดคือ การทำงานในพื้นที่ความขัดแย้ง คือสามารถเข้าไปทำได้เลย และอีกชุดคือเข้าสู่กระบวนการพูดคุยที่จะต้องได้รับการอนุมัติจากคู่ขัดแย้ง โดย ดร.นอเบิตร์ กล่าวว่าทำหมดนี้ได้ทำไปแล้วในปาตานี คือ

  1. ป้องกันความรุนแรง (การใช้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ) คือการเรียกร้องของกลุ่มผู้หญิงเรียกร้องพื้นที่สาธารณะปลอดภัย
  2. มอนิเตอร์การละเมิดสิทธิมนุษยชนและความรุนแรงทั่วๆไป เช่น ที่ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ที่มอนิเตอร์ความรุนแรง หรือบางกลุ่มที่ท้าทายการทำงานของเจ้าหน้าที่รับอยู่
  3. งานเยียวยาบาดแผล มนุษยธรรมและความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน คนที่ได้รับผลกระทบจะคุ้นเคยกันดี
  4. รณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ความเป็นธรรมและสันติภาพ เป็นกิจกรรมที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
  5. สร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามกลุ่ม การศึกษาสันติภาพ และ พหุวัฒนธรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน
  6. การสานเสวนา การอำนวยการพูดคุย
  7. ความพยายามของประชาสังคมที่จะสร้างเครือข่ายประชาสังคมเพื่อให้มีอิทธิพลต่องานแทรค 1

โอกาสทอง 7 ประการในกระบวนการสันติภาพ

ดร.นอเบิตร์ กล่าวถึงโอกาสและข้อท้าทายของประชาสังคมในกระบวนการสันติภาพ ซึ่งเป็นผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบบทบาทประชาสังคมในกระบวนการสันติภาพ 40 แห่ง ระหว่างปี 1990-2014 ในโครงการของกลุ่มนักศึกษาปริญญาเอก ซึ่งมี Thania Paffenholz เป็นที่ปรึกษาจากสถาบันการศึกษาระหว่างประเทศและการพัฒนาแห่งเจนีวา มีอยู่ 7 ประการ

  1. การเป็นตัวแทนทางตรงบนโต๊ะเจรจา Direct representation at the negotiation table

การเป็นตัวแทนทางตรงบนโต๊ะเจรจา กรณีนี้เกิดยากแต่ก็มีบ้าง ที่มีบ้างก็เกิดจากการริเริ่มของประชาสังคมเองด้วย คือ แนวคิด “การสานเสวนาระดับชาติ” เป็นกรณีพิเศษซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมาก เช่น กรณีของตูนีเซียที่เป็นการสานเสวนาระดับชาติที่ริเริ่มหลังจากเหตุการณ์อาหรับสปริงโดย 4 องค์กร คือ สหภาพแรงงาน สหภาพอุตสาหกรรมและการค้า สหพันธ์สิทธิมนุษยชน และกลุ่มนักกฎหมาย อีกตัวอย่างหนึ่งคือเมียนมาร์ที่พยายามจะจัดการสานเสวนาระดับชาติที่จะสร้างเวทีที่ครอบคลุมทุกฝ่ายที่รวมเอาตัวแทนของรัฐ พรรคการเมือง และประชาสังคมแต่ยังไม่สำเร็จ กรณีนี้จะสำเร็จได้คือต้องเป็นซีเอสโอที่มีพลังและมีผู้สนับสนุนมากเพียงพอ

  1. ผู้สังเกตการณ์ Observer Status

เป็นผู้สังเกตการณ์บนโต๊ะเจรจา โดยที่บางครั้งในการเจรจาได้ให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละฝ่ายทำหน้าที่นี้ เช่น การพูดคุยระหว่างรัฐบาลไทย-บีอาร์เอ็น 2556 ที่มี อ.ศรีสมภพ เข้าร่วมด้วย หรือการเจรจาสันติภาพหลายครั้งที่ร่วมจัดโดย สหประชาชาติ และ สหภาพแอฟริกา ได้เชิญตัวแทนจากประชาสังคม แต่ปัญหาคือ ใครเป็นคนตัดสินใจเลือก และข้อจำกัดเกี่ยวกับการแบ่งปันข้อมูลจากการเจรจาคืออะไร

  1. ให้คำปรึกษา Consultations

ให้ประชาสังคมให้คำปรึกษาทั้งที่เป็นทางการหรือไม่ทางการ ประเด็นเฉพาะ หรือกับระดับชนชั้นนำ หรือระดับกว้างขึ้น และครอบคลุมทุกฝ่าย เช่น ในอัฟกานิสถาน (ตามประเพณีพัชตุน) ในปี 2001 หลังจากตาลีบันหมดอำนาจลงมีการใช้อย่างกว้างขวาง โดยผู้นำชนเผ่าที่เป็นผู้ชาย หรือกรณีในเคนยาที่มีการสานเสวนาระดับชาติ และการปรองดอง 2008-2013 โดยมีผู้หญิงในระดับนำที่ใกล้ชิดกับแทรค 1 มีบทบาทและมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อกระบวนการสันติภาพซึ่งเป็นกลุ่มที่โด่งดังมีชื่อเสียงทั่วโลก

  1. คณะกรรมการที่ครอบคลุมทุกฝ่าย Inclusive Commissions

ตั้งเป็นคณะกรรมการที่ครอบคลุมทุกฝ่าย Inclusive Commissions โดยมีหลากหลายแบบ คือ แบบที่ 1 คณะกรรมการที่ครอบคลุมทุกฝ่าย หลังมีข้อตกลง ตัวอย่างที่มินดาเนา หลังจากที่มีข้อตกลง ประชาสังคมถูกขอให้สนับสนุนการมอนิเตอร์ข้อตกลงหยุดยิงและจัดอบรมสร้างศักยภาพให้กับคู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะให้กับขบวนการต่อต้านรัฐ และแบบที่ 2 คณะกรรมการเตรียมการก่อนการเจรจาสันติภาพ ตัวอย่าง ไอร์แลนด์เหนือ ประชาสังคมทำเตรียมการต่างๆ ของการบวนการสันติภาพ งานล๊อบบี้เพื่อเรียนรู้ความผิดพลาดจากอดีตและหนุนให้ทุกๆ ฝ่ายเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. การริเริ่มของประชาสังคมระดับสูง High-level Civil Society Initiatives

การริเริ่มของประชาสังคมที่ทำงานในระดับบน ระดับสูง หลักๆ จะอยู่ในระดับแทรค 1.5 และแทรก 2 เพื่อมองหาโอกาสในการประนีประนอมและทำหน้าที่เป็นกลไกแก้ปัญหา โดยคนที่อยู่ใกล้ชิดกับแทรก 1  ตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งกรณีจอร์เจีย-อัพคาเซีย และ จอร์เจียน-ออสเซเทียใต้ แต่จะเป็นการทำงานที่ยากมากและอาจต้องใช้เวลานาน

  1. การตัดสินใจโดยสาธารณชนและการทำสำรวจความเห็นประชาชน  Public Decision-making and public surveys

การตัดสินใจโดยสาธารณชนและการทำสำรวจความเห็นประชาชน ตัวอย่างเช่น การลงประชามติ  ตัวอย่างของข้อตกลงสันติภาพในโคลอมเบียที่มีข้อตกลงต่างๆ ในกระบวนการสันติภาพ แต่เมื่อมีการทำประชามติกลับถูกปฏิเสธและประชาชนไม่ยอบรับข้อตกลงที่เกิดขึ้น แม้ว่าประชามติจะเป็นวิธีหนึ่งกระบวนการตัดสินใจของประชาชน แต่ก็ต้องคิดให้ดีว่าเมื่อทำประชามติแล้วจะชนะหรือเปล่า

ส่วนการทำโพลสันติภาพและการทำสำรวจสันติภาพ ถือเป็นความพยายามที่จะทำงานร่วมกันของหลายๆ ฝ่าย การสำรวจสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี ได้รับประสบการณ์ไอร์แลนด์เหนือที่พยายามให้คู่ขัดแย้งหรือทุกส่วนมีส่วนในการกำหนดคำถามต่างๆ ในแบบสำรวจ

อีกวิธีหนึ่งคือการรับฟังความเห็นประชาชน (Public hearing) เป็นวิธีการที่มีประโยชน์แต่มักถูกวิจารณ์โดยประชาสังคมเพราะ พวกเขาไม่ได้ถูกเชิญเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่กลับเป็นได้เพียงแค่คนวิพากษ์

  1. ปฏิบัติการมวลชน Mass Action

Mass Action ปฏิบัติการมวลชน เกิดขึ้นเมื่อประชาชนรู้สึกว่าเพียงพอแล้วกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเกิดการปฏิบัติการของมวลชนขึ้น ปฏิบัติการหนุนเสริมสันติภาพที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ ขบวนการผู้หญิงต่อต้าน ชาร์ล เทเลอร์ ปี 2003 ในประเทศไลบีเรีย แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี ในด้านกลับกัน เช่น ปฏิบัติการต่อต้านสันติภาพอันน่าเศร้าก็คือการประท้วงขนานใหญ่ของชาวสิงหลต่อต้านกระบวนการสันติภาพศรีลังกา 2003-2005 ที่สุดท้ายถูกปราบปรามอย่างรุนแรง

CSO ต้องมียุทธศาสตร์ มีทักษะการเชื่อมประสาน ฉลาด ไม่แตกกันเอง

ในบทสรุป ดร.นอเบิตร์ กล่าวว่าจะอย่างไรก็ตาม ประชาสังคมเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในสังคมที่มีความขัดแย้งทุกสังคม แต่ประชาสังคมจำเป็นต้องทำงานวางอยู่บนยุทธศาสตร์ หากต้องการมีอิทธิพลต่อผู้ที่อยู่ในแทรค 1 หรือคู่เจรจาในกระบวนการสันติภาพ แต่มีปัญหาใหญ่ที่มักจะพบ คือ ประชาสังคมมักจะแตกกันเองยิ่งกว่าแทรค 1 ดังนั้นจำเป็นต้องมีทักษะในการสร้างพันธมิตรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญคือ การทำงานที่ครอบคลุมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกๆ ฝ่าย เพราะทุกแห่งที่มีความขัดแย้งย่อมมีกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับกระบวนการสันติภาพ จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการอย่างฉลาด เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายและกระบวนการสันติภาพสามารถล้มได้และไม่ง่ายที่จะเริ่มใหม่