Adam Burke ประเมินประชาสังคมชายแดนใต้ “ก้าวหน้ามากแต่ต้องก้าวข้ามข้อท้าทาย”

ที่ปรึกษาและผู้ประเมินการดำเนินงานของเครือข่ายองค์กรประชาสังคมของธนาคารโลกเผยผลการประเมินการทำงานของประชาสังคมชายแดนใต้ในรอบ 10 ปีพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก อย่างไรก็ตามยังมีข้อท้าทายที่องค์กรประชาสังคมในพื้นที่ต้องข้ามผ่านเพื่อการพัฒนาองค์กรต่อไป

10 ปีประชาสังคม ข้อท้าทายไม่ได้มาจากข้างนอก

Adam Burke ซึ่งรับหน้าที่ประเมินการดำเนินงานของโครงการพัฒนาของเครือข่ายประชาสังคมที่สนับสนุนโดยธนาคารโลกกล่าวว่า ผลจากการประเมินผลในรอบ 10 ปีพบว่าเครือข่ายประชาสังคมในพ้นที่ชายแดนใต้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการขยายพื้นที่ถกเถียงในประเด็นเรื่องสันติภาพมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเด่นชัดในกรณีที่มีขบวนการของกลุ่มผู้เห็นต่างหรือขบวนการ BRN เข้าร่วมในพื้นที่ถกเถียงด้วย

ส่วนสำคัญที่เห็นได้ชัดคือในการขับเคลื่อนในพื้นที่ทำให้มีองค์ความรู้และความเข้าใจต่อประเด็นปัญหามากขึ้น มีการเปิดประเด็นถกถียงมากขึ้น มีผู้คนเข้าร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรมากขึ้นทั้งที่เป็นจำนวนขององค์กรที่เกิดขึ้น จำนวนคนที่เขาร่วมขับเคลื่อน มีการพัฒนาศักยภาพ พัฒนายุทธศาสตร์ที่ตรงประเด็นในการแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นโดยตรง รวมทั้งมีการจัดการระบบเก็บข้อมูล การทำสถิติของเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในรอบ 10 ปีหลัง และได้เห็นบทบาทของเครือข่ายผู้หญิงที่มีการทำงานแบบมียุทธ์ศาสตร์และทำงานในระยะยาวมากขึ้น

Adam กล่าวว่า ความท้าทายที่สำคัญที่สุดอยู่ที่องค์กรเครือข่ายประชาสังคมในพื้นที่เอง ไม่ได้มาจากข้างนอก การหาคำตอบว่าองค์กรในพื้นที่ควรจะดำเนินในแนวทางไหนอยู่ที่คนในเองที่เป็นข้อท้าทายสำหรับการเดินไปข้างหน้า

ข้อท้าทาย “สถานการณ์ที่ยากลำบาก ศักยภาพที่มีจำกัด”

อย่างไรก็ตาม Adam กล่าวว่าจากการประเมินผลการทำงานที่ผ่านมาพบว่าองค์กรประชาสังคมชายแดนใต้มีข้อท้าทายที่จะต้องก้าวข้ามให้ได้อยู่หลายประการ ข้อแรกคือ การทำงานที่ยากลำบากอันเนื่องจากบรรยากาศความขัดแย้ง ความรุนแรงในพื้นที่ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการทำงานขององค์กรประชาสังคมทั้งที่เป็นเงื่อนไขของสถานการณ์เอง หรือจากสภาพที่พื้นที่ที่มีกฎหมายพิเศษ กฎอัยการศึกและกฎหมายทั่วไปที่บังคับใช้อยู่

ประการที่สอง ที่เป็นข้อท้าทายคือความยากที่จะต่อไปยังคนที่มีอำนาจที่แท้จริง (power brokers) ในกระบวนการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ ซึ่งการแก้ไขปัญหามีความจำเป็นที่จะต้องเชื่อมระหว่างชาวบ้านผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่กับคนที่มีอำนาจที่แท้จริงไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตามซึ่งการเชื่อมต่อนี้มีความจำเป็นและเป็นเรื่องที่กระทำได้ยากมาก

ประการที่สามที่เป็นข้อท้าทายคือ องค์กรประชาสังคมจำเป็นต้องทำงานระยะยาวที่เป็น Long term ซึ่งข้อจำกัดที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของแหล่งทุนต่างๆ ต่อประชาสังคมในพื้นที่เป็นทุนระยะสั้น ซึ่ง Adam กล่าวว่าเขาได้นำเสนอต่อธนาคารโลกแล้วในเรื่องการให้ทุนระยะยาวซึ่งทางแหล่งทุนอยู่ระหว่างพิจารณาในเรื่องนี้

ข้อท้าทายอีกประการหนึ่งของการทำงานขององค์กรประชาสังคมในพื้นที่คือ ศักยภาพที่มีจำกัดและการพัฒนาศักยภาพองค์กรที่พบว่าองค์กรประชาสังคมในพื้นที่ส่วนใหญ่มีศักยภาพที่จำกัดที่ไม่สอดรับการสถานการณ์ที่ต้องแข่งขันและต้องการความรู้ความสามารถในบางด้านที่สูง ทั้งนี้ Adam กล่าวว่าส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมและบริบทของพื้นที่ ประเด็นการทำงานและอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือศักยภาพของคนทำงานที่ยังต่ำอยู่

ข้อค้นพบ “ต้องปรับปรุงทั้งวิธีการและโครงสร้าง”

Adam Burke กล่าวด้วยว่าจากการคลุกคลีกับองค์กรประชาสังคมในพื้นที่และการประเมินที่ผ่านมาได้มีข้อค้นพบที่น่าสนใจหลายประการ เช่น พบว่าในพื้นที่มีการจัดเวทีพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งจากคนในพื้นที่เอง หรือจากคนที่มาจากข้างนอกซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องปรับปรุงคือ การจัดเวทีต่างๆ พบว่ามีความเป็นทางการมาก (very formal) ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องปรับปรุง ต้องทำให้ไม่มีความเป็นทางการ ที่ต้องทำมากกว่าการบรรยายคือการแลกเปลี่ยน การถกถียงและจำเป็นจะต้องนำเอาผู้ที่มีประสบการเข้ามาทำกระบวนการ

Adam สะท้อนว่าการจัดเวทีต่างๆ ในหมู่บ้านที่มีคนเข้ามามีส่วนร่วมนับเป็นสิ่งที่ดีทีสามารถจะได้รับข้อเสนอและความคิดเห็นใหม่ๆ ได้ แต่ก็มีวิธีการอื่นๆ อีกหลากหลายวิธีที่ดีกว่าที่ไม่จำเป็นต้องจัดให้มีรูปแบบ “บนเวที”

ข้อค้นพบในส่วนของการพัฒนาศักยภาพองค์กรนั้น Adam กล่าวว่าองค์กรประชาสังคมในพื้นที่จำเป็นจะต้องพัฒนาและยกระดับไปสู่การมีโครงสร้างองค์กรที่เข้มแข็ง จะต้องให้พ้นจากลักษณะขององค์กรส่วนบุคคลหรือส่วนตัวหรือ MONGOs (my own NGOs) ซึ่งองค์กรที่มีโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะยาวจะล่มสลายได้ง่าย

ข้อค้นพบประการสำคัญที่เป็นความก้าวหน้าขององค์กรประชาสังคมในพื้นที่คือ มีการนำเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้มากขึ้น ทั้งการมอนิเตอร์ การประเมินผลในรูปแบบต่างๆ การเก็บข้อมูลตัวเลขสถิติ ข้อมูลเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งจะเป็นการช่วยให้การดำเนินงานต่างๆ มีประสิทธิผลมากขึ้น และที่สำคัญที่พบว่าการทำงานคนเดียวโดยไม่มีเครือข่ายเป็นการทำงานที่ยากมาก องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ร่วมกับเครือข่ายจะได้รับผลสำเร็จมากกว่า

ข้อเสนอสู่ธนาคารโลก

Adam กล่าวด้วยว่า จากการทำหน้าที่ประเมินในครั้งนี้ตนได้มีข้อเสนอแนะต่อธนาคารโลกว่าองค์กรประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้มีการพัฒนาเป็นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และได้นำเสนอให้มีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะที่เป็นการริเริ่มของชุมชนท้องถิ่นเอง ทั้งนี้แหล่งทุนเองมีความจะเป็นที่จะต้องหนุนเสริมด้านการให้คำปรึกษาและการอบรมด้านการพัฒนาศักยภาพในหลายด้าน การสนับสนุนด้านการใช้ประโยชน์จากสื่อทั้งที่เป็นสื่อเก่าและสื่อใหม่ การฝึกความอดทนในสถานการณ์ที่ยากลำบาก รวมทั้งเสนอแนะให้ธนาคารโลกให้การสนับสนุนกิจกรรมในระยะยาวรวมทั้งสนับสนุนการเชื่อมต่อทั้งกับเครือข่ายองค์กรอื่นๆ รวมทั้งกับ Partner อื่นๆ ในการพัฒนาทักษะและศักยภาพขององค์กรประชาสังคมในพื้นที่