เกาะกระแส “พื้นที่สื่อ-สารสันติภาพ” ในห้วงรำลึกถึง “แบมะ มีเดียสลาตัน”

การสูญเสียนายแวหามะ แวกือจิก หรือที่ทุกๆ คนเรียกว่า แบมะมีเดีย ผู้อำนวยการสถานีวิทยุมีเดียสลาตัน เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา นอกจากความโศกเศร้าที่ครอบครัว ญาติพี้น้องและบรรดามิตรสหายที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักแล้ว ด้วยสถานภาพที่นายแวหะมะเป็นนักการสื่อสารที่สำคัญคนหนึ่งของพื้นที่ชายแดนใต้โดยเฉพาะการสร้างสรรค์พื้นที่สื่อสารสันติภาพในห้วงเวลาที่ชายแดนใต้/ปาตานีได้มีกระบวนการสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ในห้วงเวลานี้ พื้นที่สื่อและการส่งสารที่สะท้อนบทบาทของแบมะ มีเดีย อารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายบุคคลแสดงต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของจึงนับว่าเป็นภาพสะท้อนสถานการณ์ความเป็นไปในสังคมชายแดนใต้ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะในบทบาทของการสื่อสารเพื่อสันติภาพ

สื่อชุมชนเอเซียร่วมไว้อาลัย

หน้าเฟซบุ๊กของ Thitinob Komalnimi ระบุว่า วันนี้ในที่ประชุม 4M Asia Project - Opening Forum Program "Southeast Asian community media future issues and challenges" ซึ่งเป็นที่รวมตัวกันของ Data journalism, local and community journalism ในภูมิภาคเอเซีย ได้ยืนไว้อาลัยแก่นายแวหามะ แวกือจิก ผู้อำนวยการสถานีวิทยุมีเดียสลาตัน ซึ่งเป็นวิทยุชุมชนชนชื่อดังในจังหวัดชายแดนใต้ เจ้าของรายการโลกวันนี้ (DUNIA HARI INI) ผ่านสถานีวิทยุมีเดียสลาตัน ได้เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา และยังกล่าวด้วยว่าหลังจากการริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ในปี 2556 ระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับตัวแทนขบวนการบีอาร์เอ็น "แบมะ" โดยวิทยุชุมชนมีเดียสลาตัน ได้เปิดพื้นที่ให้ทุกเสียงทุกฝ่ายได้ปรากฏอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน แม้จะทำให้ฝ่ายความมั่นคงไม่ค่อยสบายใจนัก แต่นั่นคือภารกิจของนักสร้างสันติภาพ
.
แบมะ พูดอยู่เสมอ "เป้าหมายสำคัญของการสื่อสารในพื้นที่ คือการเป็นพื้นที่กลางให้ทุกภาคส่วนมามีส่วนร่วม เพื่อนำสันติภาพที่ยั่งยืน สันติภาพที่ถาวรมาสู่พื้นที่ชายแดนใต้ และเป็นสันติภาพที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้าใจแก่ทุกภาคส่วนอีกด้วย"

ผู้ยืนหยัดว่าสื่อต้องมีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการสันติภาพ

นายสมเกียรติ จันทรสีมา Somkiatj Sima ผอ.สำนักสื่อพลเมือง ThaiPBS กล่าวถึงนายแวหะมะ หรือ "แบมะ" ว่าผมได้ยินชื่อ “แบมะ” ตั้งแต่สมัยประจำการอยู่โต๊ะข่าวเพื่อสันติภาพ ศูนย์ข่าวอิศรา ประจำมอ.ปัตตานีก่อนปี 2550 แต่ได้มาทำงานร่วมกันเมื่อคราน้ำท่วมใหญ่ปัตตานี ปลายปี 2553 หลังจากนั้น มีโอกาสได้ขึ้นเวทีพูดคุยร่วมกันกับ แบมะในฐานะผู้บุกเบิกและผู้อำนวยการคนแรกของวิทยุมีเดีย สลาตัน หลายต่อหลายครั้ง และบอกว่าแบมะ นั้นมีบุคลิกที่ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง แต่พูดจับใจได้ประเด็นตามสไตล์นักจัดรายการวิทยุภาษามลายูแบบหาตัวจับได้ยาก สร้างความจดจำให้กับผู้ฟังได้ไม่ลืม

ครั้งหนึ่งผมกับแบมะและเครือข่ายประชาสังคมหลายคน ถูกเชิญไปร่วมให้ความเห็นในเวทีสื่อมวลชนท้องถิ่นซึ่งมีหน่วยงานกำกับดูแลด้านสื่อเป็นเจ้าภาพ จำได้ว่า ผมเปิดประเด็นเรื่อง “โจรใต้”กับบทบาทของสื่อในการสร้างสันติภาพในพื้นที่ ท่ามกลางเสียงถากถางเยาะเย้ยของเพื่อนร่วมอาชีพ ที่มองเห็นผมเป็นเพียง “สื่อคนนอก” ที่ไม่รู้เรื่องอะไร แบมะซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ คว้าไมโครโฟน พูดสวนออกไปแบบทีเล่นทีจริง แต่ก็ยืนหยัดแข็งแรงในจุดยืนที่สื่อต้องแยกแยะและเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการสันติภาพ

ริเริ่มก่อตั้งสถานีวิทยุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

บทบาทของ แบมะ ในด้านการก่อตั้งสถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นายอัมราน แมหะ Amran Maeha หนึ่งในผู้ที่เคยร่วมงานเล่าว่า ย้อนไปเมื่อปี 2548 ผมได้มีโอกาสทำงานสื่อด้านสังคมครั้งแรกโดยการชักชวนและไว้วางใจจากแบมะ เริ่มก่อตั้งสถานีวิทยุร่วมด้วย ช่วยกัน 3 จังหวัดภาคใต้ ภายใต้บริษัท ไอ เอ็น เอ็น จำกัด เราเดินทางมาได้ประมาณ 3 ปีเศษ จำเป็นที่จะต้องยุบตัวลงเนื่องจากเหตุผลของบริษัทต้นสังกัด

ปี 2551 เราได้มีการพูดคุยกันในทีมงานว่า เราจะก่อตั้งสถานีวิทยุเพื่อชุมชนขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงเป็นที่มาของสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน สลาตันที่จังหวัดยะลา ออกอากาศระบบเชื่อมโยงสัญญาณในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้สถานียะลาเป็นแม่ข่ายส่งสัญญาณ กระทั่งวันนี้ได้ใช้สถานีในจังหวัดปัตตานีเป็นแม่ข่ายภายใต้ชื่อ มีเดีย สลาตันเป็นต้นมา

ภารกิจของมีเดียสลาตันที่จะต้องเดินหน้าต่อไป

ด้านนายมูฮำหมัดรุซดี เชคฮารูน ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท. ได้นำเทปโทรทัศน์ที่ได้สัมภาษณ์นายแวหะมะ พร้อมกับเขียนโค๊ดคำพูดในรายการของแบมะว่า "เพราะเราคิดว่าถ้าคนคิดเห็นต่างสามารถมาพูดคุยกันได้ สิ่งที่คิดว่ามันยาก มันอาจจะง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นเป็นภารกิจของมีเดียสลาตันที่จะต้องเดินหน้าต่อไป เพราะเราถือว่าเสียงของชาวบ้านคือตัวกำหนดสันติภาพที่แท้จริง สันติภาพจะไม่เกิดขึ้นถ้ารัฐไทยกับฝ่ายคิดเห็นต่างคุยกันแค่สองฝ่าย โดยที่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีส่วนรู้เห็น" ซึ่งเป็นการทวนซ้ำและยืนยันในเจตนารมณ์ของนายแวหะมะอย่างชัดเจนต่อกระบวนการสันติภาพ

ผู้พิสูจน์ให้เห็นว่าสื่อท้องถิ่นที่คนในปาตานีสนใจมากคือวิทยุ

อีกด้านหนึ่ง ผู้คนที่เคยร่วมงานกับแบมะต่างยืนยันถึงความแน่วแน่ของแบมะต่อบทบาทการทำงานด้านสื่อ อย่าง Ekkarin Tuansiri กล่าวถึงร่องรอยแห่งความทรงจำสำหรับคนทำงานว่าสำหรับแบมะ ที่ถือว่าเป็นคนทำงานในฐานะคนที่ต้องรับผิดชอบดูแลองค์กรมีเดียสลาตัน ผมมีโอกาสได้แลกเปลี่ยน ถกเถียงเรื่องภาระหน้าที่ของการทำงานในฐานะคนที่ต้องรับผิดชอบคนและเนื้องาน สิ่งหนึ่งที่ผมเข้าใจได้คือเมื่อผู้นำองค์กรที่ต้องรับผิดชอบคนหลายคนในองค์กร ย่อมต้องอดทนและเก็บความรู้สึกตัวเองเสมอ หลายต่อหลายครั้งผมกับแบมะก็วิจารณ์กันตรงไปตรงมา ทั้งความคิดและการทำงาน แต่ลึกๆก็เข้าใจกัน แบมะผู้ใหญ่ มีวิธีการที่ให้อภัยผมเสมอและบอกผมส่วนตัวเสมอๆ "แบมะเข้าใจได้และเป็นกำลังใจให้" และแม้ว่าการวิจารณ์บางเรื่องของคนบางคน บางกลุ่ม มันไม่เป็นธรรมและไร้เหตุผลสิ้นเชิง ค่อนไปทางอคติทางปัญญาและท่าทีการทำงาน

สำหรับผมแล้วแบมะคือคนทำงานและทำงานเป็น ท่ามกลางวิกฤตตั้งแต่เรื่องประเด็น(issue) การทำงานและการจัดการ อย่างน้อยแบมะก็พิสูจน์ให้เห็นถึงการยืนระยะของการทำงานทางด้านสื่อท้องถิ่นที่คนในปาตานีสนใจมากคือวิทยุ อีกทั้งยังกล่าวด้วยว่าครั้งสุดท้ายที่เจอได้ไปเยี่ยมแบมะที่บ้าน ได้เจอกอดและหอมแก้มแกสองข้าง มีโอกาสได้บีบขาแบมะระหว่างคุย คุยกันหลายเรื่องตั้งแต่สุขภาพส่วนตัว กระบวนการสันติภาพ สื่อ รัฐบาล ฯลฯ

ผู้เป็นต้นแบบให้น้องๆ ทั้งเรื่องงานและเรื่องบอล

ในหน้าเพจของ Insouthvoice ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักสื่อทางเลือกในพื้นที่ชายแดนใต้และเป็นที่รวมของนักกิจกรรมเพื่อสังคมที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ฉายภาพอีกด้านหนึ่งของแบมะ มีเดีย ว่าแบมะเป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆ และให้ความเป็นเพื่อนกับทุกคนเสมอ แบมะไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบเหมือนคนทุกคนในโลก แต่เป็นคนที่ใครรู้จักแล้วต่างนับถือ เราหัวเราะ เถียง หยอกล้อ คุย ปรึกษากันเกือบทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องฟุตบอล

มีเดียสลาตัน ที่แบมะ ชอบสัญลักษณ์เป็น "ประภาคาร"" ที่คอยส่องแสงสว่างในยามที่สังคมมืดมิด มีเดียสลาตันที่แบมะอยากให้ยืนหยัดเพื่อสังคมปาตานี ไม่ใช่เพื่อใครคนใด หรือเพื่อตัวเอง
เหมือนที่แบมะเป็นอยู่ ทำอยู่ ทุกวี่วัน ทุกค่ำคืน

บุรุษผู้เป็นนักสร้างสันติภาพ

บุคคลหนึ่งที่มีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับแบมะ มีเดีย อีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างสำคัญต่อสถานีวิทยุมีเดียสลาตันในช่วงเวลาหนึ่งคือ ชินทาโร่ ฮารา อดีตอาจารย์สอนภาษามลายู คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มอ.ปัตตานี Hara Shintaro ซึ่งได้โพสต์ข้อความเป็นภาษามลายูเล่าความเป็นมาของความผูกพันระหว่างกันและได้เขียนถึงรายละเอียดบทบาทของสถานีวิทยุมีเดียสลาตันในการสร้างสนามสื่อสารสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อเขียนของชินทาโร่ ยืนยันอย่างหนักแน่นในบทบาทของแบมะว่า เขาคือผู้หนึ่งที่เป็นนักต่อสู้ในการสร้างสันติภาพโดยใช้สื่อวิทยุ เพราะสิ่งที่แบมะทำและทุ่มเทอย่างสุดความสามารถก่อนที่จะเสียชีวิตคือ ความพยายามทุกๆ อย่างเพื่อให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริงในพื้นที่นี้

Apa yang ingin saya sampaikan melalui artikel ini ialah peranannya dan jasanya sebagai pejuang pendamaian Patani melalui media, terutamanya melalui siaran radio. Walaupun agak janggal, saya menggunakan istilah ‘pendamaian’ ini bagi beliau sebagai kata terbitan bagi kata kerja ‘mendamaikan’, iaitu melakukan sesuatu bagi mewujudkan kedamaian, bukan ‘perdamaian’ yang kata kerja asalnya ialah ‘berdamai’, iaitu berbaik-baik antara satu sama lain supaya keadaanya dmai, atau ‘kedamaian’ sebagai kata nama yang menunjukkan status atau kondisi. Hal ini kerana apa yang dilakukan oleh beliau sebelum beliau meninggal dunia yang fana ini ialah segala usaha untuk cuba mewujudkan kedamaian yang hakiki di bumi ini mengikut kemampuan yang diberikan kepadanya.

ผู้สร้างพื้นที่กลางที่ฟังเสียงคนที่ไม่เคยมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น

เพชรดาว โต๊ะมีนา กล่าวถึง 'แบมะ' ว่าเสมือนคนในครอบครัวของเรา แบมะ-ข้าวสาร แบมะ-สจ. และแบมะ มีเดีย คือคนๆ เดียวกันที่ได้เรียกขานตามช่วงเวลาการทำงานของแบมะ ทำงานการเมือง ทำงานสหกรณ์ ค้าขาย ที่ทำให้ทำงานร่วมกันมากคืองานสื่อเยียวยา และที่ทำให้คนรู้จักในหมู่คนฟังวิทยุ Bahasa Melayu คือสถานีวิทยุมีเดียสลาตัน เป็นพื้นที่กลางที่ฟังเสียงคนที่ไม่เคยมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น แสดงความต้องการทางการเมืองออกอากาศ จนสถานีต้องถูกเตือนหลายครั้งหลายครา แต่แบมะก็ยืนหยัดในการเป็นสื่อกลางเพื่อการสื่อสารของทุกฝ่าย ห่วงที่สุด และฝากทุกครั้งที่ไปเยี่ยมคือ สถานีวิทยุ Media Selatan : Media rakyat

เขาคือ มืออาชีพที่แท้จริง

ในบล๊อกของ Noi Thamsathien ที่มีโอกาสได้ปรึกษาหารือและเกื้อหนุนกันเรื่อยมาทั้งโดยส่วนตัวและในแง่การงาน ได้เห็นแบมะในหลายแง่มุม ได้รับรู้ความคิด ตระหนักถึงความพยายาม มองเห็นวิถีการดำรงตน กล่าวว่าความฝันอันหนึ่งของแบมะคือมีเดีย สลาตันที่แบมะพยายามจะให้เป็นช่องทางการสื่อสารให้กับคนในสังคมกลุ่มใหญ่ที่ยังมีอุปสรรคหลายอย่างในการเชื่อมต่อ เราว่าแบมะทำหน้าที่สื่อได้อย่างยากจะหาใครเหมือน เขาเติมเต็มหลายอย่างที่ขาดไป พิสูจน์ได้จากการมีแฟนรายการที่เหนียวแน่น แบมะเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ลื่นไหลมีลูกเล่นแพรวพราว คล่องแคล่วมีไหวพริบรับมือสถานการณ์ฉับพลันได้อย่างดี

อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญที่สุดของแบมะในฐานะสื่อไม่ได้อยู่ความเป็นนักพูดที่ลื่นไหล แต่อยู่ที่ความพยายามในอันที่จะทำให้สิ่งที่นำเสนอนั้นมีความหมายและมีเนื้อหาที่ตอบโจทย์จริงจัง แบมะจึงเป็นคนที่แสวงหาความรู้และคนที่เชื่อว่ารู้อยู่เสมอ แต่ในทางกลับกันโจทย์สำคัญของแบมะคือมีเดียเองก็จะต้องอยู่ให้ได้ในภาวะความขัดแย้งที่สื่อไม่เป็นที่พึงปรารถนาของใครหลายส่วน และในภาวะ “หน้าสิ่วหน้าขวาน” สำหรับสื่ออิสระนี้ แบมะก็เจอมรสุมไม่น้อย แต่ไม่ว่าจะเจอคลื่นลมเพียงใด ที่ผ่านมาแบมะก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะนำพามีเดียให้ผ่านไปให้ได้ http://www.deepsouthwatch.org/node/11004

ผู้นำครอบครัวใหญ่ประธานรุ่น 4 ส ใต้ รุ่น 3

Suwara Kaewnuy ได้โพสต์ว่า แบมะ สจ. หรือ แบมะ มีเดียสลาตัน หรืออาจจะเป็นชื่ออื่นๆที่ทุกคนรู้จัก แต่สำหรับพวกเรา ท่านคือ แบมะ ประธานรุ่นของเรา ที่ทำหน้าที่เป็นมากกว่าประธาน เพราะท่านพี่ใหญ่ เป็นพ่อ เป็นแบบอย่างผู้นำที่ดีเสมอมา โดยคำสอนหนึ่งที่แบมะมีให้ฉันในการทำงาน โดยเฉพาะในงานภาคใต้คือ "จงอดทน และจงอดทนนะ" ครอบครัว 4 ส ใต้ รุ่น 3 ขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดแด่ครอบครัวแบมะ ท่านได้ออกเดินทางกลับสู่ความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า เมื่อช่วงตีสามที่ผ่านมา ขอให้ทุกการเดินทางครั้งนี้ของแบมะจงมีแต่ความสุขและรอยยิ้มนะคะ

หนูจะจำไว้เสมอนะคะ และแบมะต้องคอยเป็นกำลังใจให้หนูเดียว และครอบครัว 4 ส ใต้ รุ่น 3 และทุกคนที่ทำงานอยู่ในภาคใต้แห่งนี้ด้วยนะคะ

ผู้เป็นพ่อ เป็นกัลยาณมิตร และการพบกันครั้งสุดท้าย

Goo Badman เขียนถึงแบมะว่า ถึงแม้จะทราบตั้งแต่ตอนเย็นว่าแบมะกลับไปหาพระเจ้าของเขาแล้ว อารมณ์คนอย่างผม กุ ขึ้นมาอีกในวิถีทางที่ต่างจากแบมะมากมาย ผมดื่มเบียร์เตรียมพักผ่อน ไม่รู้อย่างไร อดคิดถึงและอยากส่งแบ อีกครั้ง สู่สุขติแห่งอิสลาม ได้พบเจอแบแต่ละครั้งผมนึกถึง The Man of Lamancha แบคือ Don Quixote ในโลกจริงเสียยิ่งกว่าจริง แบสร้างความรู้สึกนี้ชัดขึ้น ในวันที่เราอยู่บนเวทีเดียวกัน ที่ In_t_af Cafe' & Gallery ที่จัดโดย Pattani forum งานแนะนำหนังสือ มลายูที่รู้สึกของ Sorayut Aiemueayut สง่างาม ผมคิด ณ เวลานั้น เมื่อทราบ มิตรสหายพาไปเยี่ยม แบมะ ได้ทราบว่าแบปฏิเสธการเยียวยาเพราะต้องทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จ แบพูดออกมาได้อย่างปกติ นาทีต่อนาที ที่แบมะให้แก่การมาเยี่ยมสำหรับผมและเพื่อนมิตรสหาย ช่างมีคุณค่า เราได้เรียนรู้บทเรียนที่แสนทรงคุณค่า ผมคุยกับแบโดยไม่รู้เลยว่าจะได้พบกันครั้งสุดท้าย

Hadi Wijaya เขียนถึงความผูกพันที่มีต่อกันว่า “พ่อผมเสียชีวิตเมื่อตอนที่แกอายุ 50 กว่าๆ แม้ตอนนั้นผมจะหนุ่มแล้วแต่ก็พบว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายที่จะต้องรับมือ อีกสิบปีต่อมาพี่ชายที่ผมเคารพรักมากที่สุดท่านหนึ่ง ผู้ที่คอยดูแลห่วงใยทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวก็ได้จากไปอย่างสงบอีกคน มันเศร้าและเสียใจอย่างบอกไม่ถูกกับการสูญเสียบุคคลที่เป็นนักสู้ ผู้ไม่ยอมให้ใครได้เห็นความอ่อนแอของตัวเอง ผู้ที่เป็นแบบอย่างในการทำงาน และผู้ที่เป็นดั่งพลังและแรงใจให้กับผู้คนที่อยู่รอบข้างตลอดเวลา”