LEMPARเตือนระวังนักศึกษามองทหารเป็นศัตรู-ม.อ.ปัตตานีแถลงปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ

ม.อ.ปัตตานีออกแถลงการณ์กรณีทหารพรานใช้อาวุธปืนยิงและข่มขู่นักศึกษา ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบต่อนักศึกษาและประชาชน ด้านสำนักปาตานีรายาฯ(LEMPAR) ระบุว่า หากรัฐไม่ให้ความเป็นธรรม"ทหารจะเข้าไปอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของนักศึกษาว่าเป็นศัตรู"

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ได้ออกแถลงการณ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กรณีทหารพรานใช้อาวุธปืนยังและข่มขู่นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ซึ่งเช้าหอพักออยู่ภายนอกมหาวิทยาลัย ที่ถนนเจริญประดิษฐ์ ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี ระบุว่า ได้ให้นักศึกษาทั้ง 3 รายที่ประสบเหตุได้เข้าพักในหอพักภายในมหาวิทยาตั้งแต่วันเกิดเหตุ รวมทั้งผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร นายกองค์การบริหารองค์การนักศึกษาและเพื่อนนักศึกษาได้ช่วยดูแลสภาพจิตใจของนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ

"มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ขอยืนยันความตั้งใจที่จะดูแลนักศึกษาทุกคนให้ได้รับการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มุ่งมั่นสร้างเสริมสวัสดิภาพทั้งทางกายและจิตใจที่เข้มแข็งให้แก่นักศึกษา รวมทั้งสนับสนุนส่งเสริมให้นักศึกษาสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมตามปณิธานที่ยึดมั่น มีความจริงจังและจริงใจในการทำงานร่วมกับองค์กรในพื้นที่ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างสังคมสันติสุข มหาวิทยาลัยจึงขอปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบต่อนักศึกษาและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นความรุนแรงที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัย และขอเรียกร้องทุกฝ่ายร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างจริงจัง" แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ดังกล่าวลงชื่อรองศาสตราจารย์อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี

อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็ม

สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR)

ขณะที่สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง กรณีเจ้าหน้าที่ทหารพรานยิงนักศึกษา ม.อ.ปัตตานีด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะทำให้ภาพพจน์ชื่อเสียงของกองทัพเสียหายแล้ว ยังส่งผลกระทบด้านลบบั่นทอนบรรยากาศสภาวะแวดล้อมเพื่อเอื้อต่อการสร้างสันติภาพชายแดนใต้อย่างมีส่วนร่วมกันกับทุกภาคส่วนโดยตรง

LEMPAR ระบุว่า หากภาครัฐไม่พยายามดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายซึ่ง เป็นนักศึกษาด้วยแล้วนั้น ผลข้างเคียงที่ตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ก็คือ "ทหารจะเข้าไปอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของนักศึกษาว่าเป็นศัตรูกับนักศึกษา"

“สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR) จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษาดังกล่าวในฐานะผู้เสียหายตามหลักมาตรฐานมนุษยธรรมในระดับสากลให้การยอมรับ เพื่อแสดงถึงรัฐให้ความสำคัญกับนโยบายมากกว่าความรู้สึกของผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดเพียงคนเดียว”

อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็ม

สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR)

เรื่อง กรณีเจ้าหน้าที่ทหารพรานยิงนักศึกษามอ.ปัตตานี

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม 2560 ทหารพรานชื่อ "สิบเอกปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) สังกัดหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 4422 อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ นางสาวฮานาน ซูเดน นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำแหน่งเหรัญญิกคณะบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี บริเวณบ้านพักในเมืองปัตตานี

โดยมีข้อเท็จจริงจากการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากนางสาวฮานาน ซูเดน ดังนี้

หลังจากนางสาวฮานาน ซูเดน ได้จอดรถจักรยานยนต์บริเวณบ้านพัก สิบเอกปรีชา ได้ขับรถยนต์มิตซูบีชิ ไทตัน สีขาว เฉี่ยวรถจักรยานยนต์ฟีโน่ของนางสาวฮานาน นางสาวฮานานจึงเดินออกมาดู และสอบถาม ว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นสิบเอกปรีชา ได้ใช้อาวุธปืนประจำกาย ยิงใส่นางสาวฮานาน 3 นัด แต่กระสุนพลาดเป้า นางสาวฮานานจึงรีบวิ่งหนีเข้าบ้านพัก

เพื่อนของนางสาวฮานานเล่าว่า ขณะที่กำลังจะจอดรถเข้าบ้านพัก ได้พบสิบเอกปรีชากำลังโวยวายอย่างบ้าคลั่ง พร้อมเอาปืนเล็งมาทางพวกเธอ และตะโกนว่า "ใครกล้าเข้ามา คิดว่านี้เป็นปืนปลอมหรอ!!!" พร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้า2 นัด

เหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะทำให้ภาพพจน์ชื่อเสียงของกองทัพเสียหายแล้ว ยังส่งผลกระทบด้านลบบั่นทอนบรรยากาศสภาวะแวดล้อมเพื่อเอื้อต่อการสร้างสันติภาพชายแดนใต้อย่างมีส่วนร่วมกันกับทุกภาคส่วนโดยตรง ซึ่งในระดับนโยบายของความมั่นคงเองนั้น มุ่งหวังอย่างยิ่งที่จะให้สภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสันติภาพอย่างมีส่วนร่วมเกิดขึ้นจริงอย่างมีรูปธรรมผ่านการสนับสนุนให้มีโครงการต่างๆ

อนึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้หากภาครัฐในระดับนโยบายไม่พยายามดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายซึ่ง เป็นนักศึกษาด้วยแล้วนั้น ผลข้างเคียงที่ตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ก็คือ "ทหารจะเข้าไปอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของนักศึกษาว่าเป็นศัตรูกับนักศึกษา" อย่างเข้มข้นขึ้นจากเดิมเป็นทวีคูณ จนอาจถึงจุดหนึ่งที่นักศึกษาต้องมาประเมินศักยภาพตนเองในฐานะศัตรูกับทหารนั้น จะต้องต่อสู้ด้วยวิธีการใดถึงจะสมน้ำสมเนื้อ

ทั้งนี้ผลลัพธ์ของวิธีคิดแบบนี้ของปัญญาชนนักศึกษาในอดีตคือในยุคสมัยของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ก็ชัดเจนว่าการต่อสู้ที่จะพอทำให้นักศึกษารู้สึกมีศักยภาพในระดับที่เทียบเท่าได้บ้างกับทหารก็คือ "การหันหลังให้กับสันติวิธี" แล้วก็ "หันหน้าเข้าหากำลังวิธี"

เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่เข้าทำนอง "น้ำผึ้งเพียงหยดเดียว" ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ฝ่ายรัฐจะแสดงสปิริตเพื่อให้ประชาชนได้ไว้วางใจรัฐตามการเรียกร้องของรัฐเสมอมา โดยการอำนวยความยุติธรรมอย่างเป็นธรรมจริงๆให้กับประชาชน

สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR) จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษาดังกล่าวในฐานะผู้เสียหายตามหลักมาตรฐานมนุษยธรรมในระดับสากลให้การยอมรับ เพื่อแสดงถึงรัฐให้ความสำคัญกับนโยบายมากกว่าความรู้สึกของผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดเพียงคนเดียว

ด้วยจิตรักสันติภาพและประชาธิปไตย

9 สิงหาคม 2560

สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR)