เปิดผลงาน 1 ปีผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ขับเคลื่อน 11 ด้านแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

พลเอก อุดมเดช สีตบุตร หัวหน้าผู้แทนพิเศษ เป็นประธานการประชุมแถลงข่าวผลงานการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของผู้แทนพิเศษของรัฐบาลที่นอกเหนือจากงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาแล้ว ยังมีผลงานด้านการพูดคุยเพื่อสันติสุข การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับองค์กรระหว่างเทศเพื่อสนับสนุนกระบวนการพูดคุยรวมทั้งการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารพื้นที่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย พลทหารราบที่ 15 จังหวัดปัตตานี นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขานุการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลรายงานถึงผลการประชุมและผลการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของผู้แทนพิเศษของรัฐบาล โดยรายงานผลงานประจำปีงบประมาณ 2560 ที่ได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 11 ด้านคือ

1.งานด้านความมั่นคง ได้จัดตั้งชุดคุ้มครองตำบล จำนวน 60 ชุด โดยใช้ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งได้มีการบรรจุสมาชิกอาสาสมัครไปแล้ว 720 อัตรา อยู่ระหว่างการฝึก ณ โรงเรียนการกำลังสำรอง ค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

2.งานป้องกันและบำบัดยาเสพติดให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสร้างจิตอาสาในหมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน 1,300 หมู่บ้าน เข้าทำงานในพื้นที่แล้ว 1,228 หมู่บ้าน

3.งานเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐระดับผู้บังคับหมวด ผู้บังคับกองร้อย ปลัดอำเภอ และตำรวจระดับสารวัตร โดยให้ร่วมจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมกันระดับหมู่บ้าน ตำบล เพื่อนำแผนไปปฏิบัติร่วมกัน

4.บูรณาการระบบการช่วยเหลือเยียวยาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกฎหมายเยียวยากลาง เพื่อให้งานดำเนินการตามระบบจึงดำเนินการตามระเบียบของ ศอ.บต.

5.งานยุติธรรมชุมชน ได้จัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนในทุกตำบลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 290 ตำบล 

6.งานบูรณาการระบบฐานข้อมูลกลางด้านความมั่นคงและทางคดี เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้เกิดการดำเนินงานร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

7.การเสนอขอปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง

8.งานเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานสอบสวนคดีความมั่นคง โดยจัดชุดพนักงานสอบสวนคดีความมั่นคง จำนวน 9 ชุด ทำให้สามารถสั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีความมั่นคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 40

9.จัดตั้งกองกำกับการเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด เพื่อยกระดับขีดความสามารถของงานเก็บกู้วัตถุระเบิด เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบวัตถุพยาน และสร้างความน่าเชื่อถือในการออกหมายจับดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

10.จัดตั้งคณะกรรมการร่วมบริหารพื้นที่ปลอดภัย โดยสร้างกลไกความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และแนวร่วมกลุ่มผู้เห็นต่างให้มีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัย ตามแนวทางสันติวิธี สนับสนุนการพูดคุยเพื่อสันติสุข

11.พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับองค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ซึ่งต่างตื่นตัวต่อกระบวนการสันติภาพ และพร้อมให้การสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขในพื้นที่