ระหว่างคับแคบกับไร้ขอบเขต โดย บรรจง บินกาซัน

 

ระหว่างคับแคบกับไร้ขอบเขต

 

บรรจง บินกาซัน

 

 

แม้ศาสนาเกิดขึ้นมาในอดีตและคำสอนของศาสนายังคงอยู่มาถึงปัจจุบันและต้องอยู่ตลอดไปจนถึงวันสิ้นโลก แต่คำสอนของศาสนาไม่ได้ล้าสมัย ความเข้าใจและการปฏิบัติของศาสนิกผู้นับถือศาสนานั้นๆต่างหากที่ทำให้คนเข้าใจว่าศาสนาเป็นสิ่งล้าสมัย ไปกับปัจจุบันไม่ได้

หลายสิบปีก่อน ผมมีโอกาสพูดคุยกับชาวอาฟกันคนหนึ่งในตอนเหนือของปากีสถานระหว่างสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว เขาบอกว่าเขาอยากมาเมืองไทย แต่มีอุปสรรคบางอย่าง นั่นคือเขาไม่สามารถทำหนังสือเดินทางได้ เพราะเขาต้องถ่ายรูปซึ่งศาสนาอิสลามห้าม

เขายังอ้างอีกว่าแผ่นดินบนโลกใบนี้เป็นของพระเจ้า คนในอดีตไปไหนมาไหนได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องมีหนังสือเดินทาง แต่เดี๋ยวนี้ทำไมต้องมีหนังสือเดินทาง

ผมไม่โต้เถียงอะไรทั้งสิ้น เพราะเรื่องความเชื่อทางศาสนากับการเมือง ถ้ามันฝังอยู่ในใจคนแล้ว ยากที่จะขุด จึงได้แต่คิดอยู่ในใจว่าถ้าคิดอย่างนี้ก็อยู่ตรงนั้นไปเถิด อย่าได้ไปเห็นแผ่นดินอื่นๆที่พระเจ้าได้สร้างไว้อย่างสวยงามเลย

ถามว่าในคำสอนของอิสลามมีข้อห้ามเรื่องทำรูปที่เป็นทั้งรูปวาดและรูปปั้นไหม คำตอบคือมี ไม่ใช่เฉพาะอิสลามเท่านั้น ข้อห้ามทำรูปโดยเฉพาะรูปปั้นก็มีอยู่ในคัมภีร์ไบเบิล

เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังข้อห้ามก็เพราะศาสนากลัวว่าเมื่อมนุษย์วาดภาพหรือทำรูปปั้นขึ้นมาแล้ว มนุษย์จะให้ความสำคัญแก่รูปวาดและรูปปั้นที่มนุษย์ทำขึ้นมาจนถึงกับบูชาสักการะรูปเหล่านั้นควบคู่ไปกับพระเจ้าหรือแทนพระเจ้าซึ่งถือเป็นบาปใหญ่ที่สุดในศาสนาที่ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว

การวาดภาพหรือปั้นรูปสิ่งที่มองไม่เห็นบางอย่างเช่นทูตสวรรค์เกิดขึ้นมานานก่อนหน้าสมัยอิสลาม ในโบสถ์ฮาเกียโซเฟีย ประเทศตุรกี มีภาพวาดพระนางมารีย์และพระเยซูในตอนเกิดอยู่บนผนัง ข้างบนโดมภายในตรงกลางมีภาพวาดทูตสวรรค์อยู่

ชาวอาหรับเคยนำรูปเคารพนับร้อยมาตั้งไว้รอบก๊ะอฺบ๊ะฮฺเพื่อการบูชาสักการะ ไม่เพียงเท่านั้น บนผนังก๊ะอฺบ๊ะฮฺ ชาวอาหรับยังวาดรูปนบีอิบรอฮีมและอิสมาอีลถือธนูเสี่ยงทายไว้อีกด้วย เมื่อนบีมุฮัมมัดพิชิตมักก๊ะฮฺ ท่านได้สั่งให้ลบรูปวาดนั้นและบอกผู้คนว่าชาวอาหรับรู้ดีว่านบีอิบรอฮีมและลูกชายของท่านไม่เคยทำเช่นนั้น และสั่งให้ทำลายรูปวาดและรูปเคารพทั้งหมด

หลังจากนั้น ท่านได้ออกคำสั่งห้ามมุสลิมวาดรูปและทำรูปปั้น นับแต่นั้น มุสลิมจึงไม่มีรูปภาพหรือรูปปั้นพระเจ้าไว้สักการะ อย่าว่าแต่รูปพระเจ้าเลย แม้แต่รูปนบีมุฮัมมัดก็ยังไม่มี

อย่างไรก็ตาม หลังสมัยนบีมุฮัมมัด เมื่อโลกอิสลามเจริญรุ่งเรือง นักวิชาการมุสลิมบางคน เช่น อิบนุสินา ที่โลกตะวันตกตกยกย่องเป็นบิดาทางการแพทย์ได้วาดภาพกายวิภาคของมนุษย์และสัตว์เพื่ออธิบายถึงตำแหน่งและการทำงานของอวัยวะต่างๆซึ่งจำเป็นสำหรับการถ่ายทอดความรู้ ถ้าอิบนุสินาตีความคำสอนเรื่องห้ามวาดรูปอย่างเถรตรง เขาคงไม่สามารถทำตำราถ่ายทอดวิชาการแพทย์ให้ชาวตะวันตกนำไปใช้เรียนจนเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติจนถึงทุกวันนี้ได้

ถ้าห้ามเรียนวาดภาพ เราก็คงเสียประโยชน์จากการมีคนสเก็ตภาพคนร้ายเพื่อตามจับอาชญากร ไม่มีคนวาดภาพเพื่อถ่ายทอดการแต่งกายและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้กัน

ยิ่งในปัจจุบันที่มีกล้องถ่ายรูปและกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว ถ้าตีความคำสั่งห้ามการทำรูปตามตัวอักษร การถ่ายรูปหรือการถ่ายภาพยนตร์ก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน

เมื่อโลกตะวันตกฉีกตัวออกจากศาสนาและเจริญก้าวหน้าหลังยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ศิลปะการวาดภาพในโลกตะวันตกก็เริ่มไม่มีขอบเขตจำกัดทางศีลธรรม ภาพวาดและภาพปั้นหญิงเปลือยกายในท่าทางต่างๆถูกทำขึ้นมาเผยแพร่ในที่สาธารณะ สถาบันการศึกษาถือคติตามฝรั่งว่ามนุษย์เป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดในบรรดาสิ่งถูกสร้างของพระเจ้า ดังนั้น การวาดภาพผู้หญิงเปลือยกายจึงถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนศิลปะวาดภาพ และกิจกรรมการประกวดเรือนร่างของผู้หญิงถูกจัดขึ้นมาในรูปแบบต่างๆจนเป็นที่แพร่หลาย

การตีความคำสอนของศาสนาด้วยความคิดอันคับแคบของหนุ่มชาวอาฟกันอาจทำให้เขาลำบากในการปรับตัวเข้ากับความเจริญของโลกยุคปัจจุบัน แต่การวาดภาพหรือการทำรูปปั้นของชาวตะวันตกอย่างไม่มีขอบเขตทางศีลธรรมนั้นสร้างความเสียหายให้แก่มนุษย์ในโลกที่กำลังเจริญทางวัตถุอย่างมากมายหลายพันเท่า

อิสลามอยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้วนี้ คือไม่คับแคบ แต่ก็ไม่เปิดกว้างจนไร้ขอบเขต