Skip to main content

 

เรื่องเล่าเท่าที่สังเกต

ตอน ความเท่าเทียมจำเป็นจริงหรือ?

 

จากประเด็นที่ถือว่าร้อนแรงในช่วงไม่กี่วันมานี้ ข้าพเจ้าในฐานะคนสังเกตการณ์คนหนึ่ง ที่ชอบติดตามเรื่องราว ข่าวสารต่างๆ และความเป็นไปจากโลกออนไลน์ เท่าที่สังเกต สัมผัสได้เลยว่าเราต่างมีความต่างกันจริงๆ เริ่มจากมุมมอง ความคิด ตลอดจนวิธีการแสดงออกต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้าน หรือเห็นด้วยก็ตาม สำหรับข้าพเจ้าแล้ว คิดว่า เรื่องบางเรื่องผิดถูกไม่สำคัญเท่ากับการยอมรับการมีอยู่ของความเป็นคู่ขนานหรือความเป็นตรงกันข้ามมากกว่า ในชีวิตจริง คำถามหนึ่งคำถามอาจมีได้หลายคำตอบ เพราะฉะนั้น ในมุมมองของวิธีการบางอย่าง สามารถมองได้หลายๆ แง่มุม ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่า การมองสิ่งเดียวกันอาจเห็นไม่เหมือนกัน

ข้าพเจ้าไม่สามารถให้ความคิดเห็นหรือตีความเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเชิงหลักการทางศาสนาได้ เนื่องจากความรู้ที่มีด้านนี้ยังน้อยนิดมาก  ทว่าหากในมุมของคนคนหนึ่งในสังคมที่ติดตามเรื่องราวและเหตุการณ์ครั้งนี้ เท่าที่สังเกตข้าพเจ้าคิดว่าเรากำลังมีปัญหาเรื่องการสื่อสารกันอยู่  การส่งสารกับการรับสารยังไม่สามารถจูนกันได้ดีพอ เรายังหาคลื่นความถี่ของกันและกันไม่ชัดเจนนัก ข้าพเจ้าเข้าใจถึงเจตจำนงของผู้ส่งสารและเป้าหมายในกิจกรรมครั้งนี้ดี  แต่สังเกตว่าวิธีการที่สื่อมันยังไม่สามารถตอบโจทย์ของคนในพื้นที่นี้ได้ หรือบางทีเราควรทบทวนและตั้งคำถามกันใหม่ เนื่องด้วยสังคมมุสลิมสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นสังคมที่มีหลักการศาสนาแทรกซ้อนอยู่ในวิถีชีวิตทุกกระเบียดนิ้วหรือแทบทุกอณูเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมีความเห็นใจต่อผู้ส่งสาร ถึงผลสะท้อนในด้านลบที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังคาดหวังที่จะเห็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นจุดเปลี่ยนในการหาจุดร่วมที่ลงตัวด้วยกันและขอเป็นกำลังใจให้ในการค้นหาและเรียนรู้ต่อไป

ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งแห่งนี้ ในชีวิตก็มีหลายบทบาทด้วยกัน มีทั้งบทของความเป็นลูก บทของความเป็นแม่ บทบาทของความเป็นภรรยา และอีกหลายๆ บทบาทด้วยกัน ซึ่งหากจะถามถึงสิทธิที่ข้าพเจ้ามี แน่นอนว่าข้าพเจ้ามีสิทธิมากมายเลย เริ่มจากสิทธิความเป็นมนุษย์ สิทธิความเป็นพลเมือง  ฯลฯ

แต่มีอยู่สิทธิหนึ่งที่ข้าพเจ้าสังเกตว่า หลายคนต่างมองข้ามและละเลยสิทธินั้นไป โดยที่มันมีอยู่ในมือของเราอยู่แล้ว นั่นคือ สิทธิในการรังสรรค์สังคมที่ดี หลายคนมองข้ามสิทธินี้ไปได้อย่างไรกัน?

ข้าพเจ้าเชื่อว่า ผู้หญิงมีสิทธิที่จะสร้างสังคมที่ดีได้จริงๆ รวมถึงมีส่วนผลักดันให้สังคมน่าอยู่ด้วย เช่น การปั้นแต่งหรือสร้างบุคคลคนคนหนึ่งให้มีคุณภาพเพื่อป้อนสู่สังคม ในบทบาทของความเป็นแม่ ส่งเสริมความเป็นผู้นำที่ดี ผ่านบทบาทของความเป็นภรรยา สร้างค่านิยมความกตัญญูกตเวที ในบทบาทของความเป็นลูก โดยสิทธิที่ว่านี้มาพร้อมกับหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งก็มีอยู่ในชีวิตประจำวันในบทบาทต่างๆ ของแต่ละคน และข้าพเจ้าคิดว่ายังมีอีกหลายคนมากที่ยังไม่ทราบหรืองมองข้ามสิทธินี้ไป

ข้าพเจ้าเชื่อว่าทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ต่างก็มีสิทธิและหน้าที่ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งสิทธิที่เรามีก็มาพร้อมกับหน้าที่ด้วยเช่นกัน ทว่าเราต่างทราบถึงสิทธินั้นจริงหรือไม่  และเราต่างได้ทำหน้าที่กันดีพอหรือยัง นั่นคือคำถาม เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสังคมปัจจุบันกำลังมีปัญหาเรื่องนี้จริง ๆ  

สิทธิและหน้าที่ไม่เคยแยกออกจากกัน

บางทีความเท่าเทียม

ก็อาจไม่ใช่ความเท่ากัน

หากว่า...

เรายังแค่…รู้จักสิทธิของตนเอง

โดยที่ไม่ได้..รู้จักสิทธิของผู้อื่น 

หรือเราเพียง…รู้จักหน้าที่ของผู้อื่น

แต่กลับละเลยหน้าที่ของตัวเอง

ฉะนั้นแล้ว การเรียกร้องสิทธิจะมีประโยชน์อันใดเล่า?

 

#สายลมแห่งตักวา