ความปลอดภัย

 

ความปลอดภัย

 

 

ผมอยู่กับแขกต่างชาติมาสองสามวันล่าสุด เช้านี้เพิ่งส่งแขกกลับไปกทม. ก่อนที่แขกจะเดินทางลงมาที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ต้องผ่านขั้นตอนการประเมินความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสถานทูตชาติเขาก่อนก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะบอกว่าไปที่ไหนได้บ้าง ห้ามไปที่ไหนบ้าง โรงแรมที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของสถานทูตมีแค่แห่งเดียว คือโรงแรมชื่อดังกลางเมืองปัตตานี

พอพ้นจากพื้นที่ มานั่งกินอะไรชิวๆที่หาดใหญ่ คนหาดใหญ่เลยถามแขกฝรั่งว่า เป็นไงบ้าง เข้าไปในเขตพื้นที่เสี่ยงแบบสามจังหวัดกลัวอะไรไหม

ฝรั่งบอกว่าบ้านเมืองดูสงบเรียบร้อยมาก มีด่านตรวจเต็มไปหมด แต่เหมือนไม่ได้ตรวจอะไรเลย แล้วจะเชื่ออะไรได้ยังไง!!!

ฝรั่งเล่าโจ๊กอันนึงที่ขำมาก เรื่องทีมรักษาความปลอดภัยของสถานทูตที่ประเมินว่ามีโรงแรมแห่งเดียวที่ผ่าน

ฝรั่งบอกว่าโรงแรมนั้นมีรั้วสูงเท่ารั้วกั้นเด็ก หน้ารั้วมีลวดหนามขนาดเท่าครึ่งนึงของนิ้วก้อยกูนี่แหละ ถ้าคนร้ายเอาคีมตัดลวดมาก็ตัดสบาย ถึงแม้หน้าโรงแรมจะมียามสองคน แต่ยามก็เหมือนจะปล่อยให้ทุกคนเข้ามาในโรงแรมได้ ฝรั่งเลยงงว่าทีมรักษาความปลอดภัยของสถานทูตว่าประเมินกันยังไงวะ

เช้าวันนี้ไปส่งฝรั่งที่สนามบินหาดใหญ่ ตรงประตูทางเข้า จนท.ให้รถทุกคันแสดงบัตรแล้วเปิดกระบะหลัง แล้วไม่ค้นอะไรเลย ฝรั่งก็งงว่าจะเปิดทำไม

มาตรฐานการตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยแบบไทยกับฝรั่งนั้นต่างกันมากเลย มีที่เหมือนกันอยู่ที่เดียวคือทางเข้าสนามบิน เพราะใช้มาตรฐานการบินสากลที่ต้องบังคับเหมือนกันทั่วโลก ถ้าฝรั่งตั้งด่านเพื่อตรวจคนเข้าออก หรือตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยแล้ว มันจะตรวจละเอียดยิบแบบที่เราโดนกันที่สนามบินเลยนั่นแหละ แต่ของไทยเรานี้หลายๆที่นั้นตั้งให้มีการตรวจ แต่คุณภาพการตรวจคงไม่ได้เท่าฝรั่งหรอก

จุดที่น่าจะพาฝรั่งไปดูงานมากๆเลยคือด่านตรวจกระเป๋าก่อนเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งตรวจกันเร็วมาก ใช้ไฟฉายวิเศษหนึ่งกระบอก ส่องไม่ถึงวิเหมือนจะเห็นทะลุปรุโปร่งไปหมดทั้งกระเป๋า

กลับมาเรื่องสามจังหวัดต่อ เพราะระเบิดบ่อยเหลือเกิน คนหลายคนก็ตั้งคำถามกับด่านตรวจที่มีอยู่ทุกถนน มีอยู่ทุกทางเข้าออกของเมือง แต่กลับคนร้ายก็เข้าออกเมืองอย่างสนุกสนาน คาร์บอมก็มีหลายครั้งแล้ว ทั้งๆที่มีด่านตรวจคนเข้าออกจากเมืองแล้วด้วย คำถามเรื่อง Effectiveness ของการตั้งด่านเป็นคำถามที่ถามแล้วหาคำตอบไม่ได้ แล้วคงไม่มีคนนอกเข้าไปตรวจสอบได้เช่นกัน

ใจหนึ่งก็เห็นใจคนทำงาน ถ้าตั้งด่านตรวจเข้ม โดนชาวบ้านด่าเละแน่นอน เพราะวิถีประชาเขาดำเนินชีวิตกันแบบง่ายๆสบายๆ ไม่อยากเสียเวลาที่ด่านตรวจ ถ้าตั้งด่านไม่เข้ม ก็โดนชาวบ้านด่าอีกที่ปล่อยให้ระเบิดเข้าเมือง ส่วนคนร้ายก็หนีออกจากเมืองได้ตลอด

ส่วนวัฒนธรรมฝรั่งนี่ถ้าเขาอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแบบเรา คงคิดอีกแบบ น่าจะยอมเสียเวลาให้ค้นละเอียดๆ