เจ้าหน้าที่สรุปยอดจับกุมตัว 7 ผู้ต้องสงสัยระเบิดบิ๊กซี

 

เจ้าหน้าที่สรุปยอดจับกุมตัว 7 ผู้ต้องสงสัยระเบิดบิ๊กซี

 

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
 
 
 
 
 

TH-bombsite-1000
เจ้าหน้าที่กำลังดับเพลิงสถานที่เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์หน้าห้างบิ๊กซี ปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560
 เบนาร์นิวส์
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในวันศุกร์ (12 พ.ย. 2560) นี้ เจ้าหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวสรุปการติดตามจับกุมคนร้ายในเหตุระเบิดห้างบี๊กซีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ถึงปัจจุบันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้รวม 7 ราย พร้อมทั้งได้เปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุระเบิดครั้งนี้อีกแปดราย ซึ่งเป็นรายชื่อเดียวกันกับผู้ต้องหาส่วนหนึ่งในคดีระเบิดเจ็ดจังหวัดภาคใต้ตอนกลางเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองปัตตานี นายวีรนันนท์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี และพล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดปัตตานี ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าของการติดตามจับกุม คนร้ายที่ก่อเหตุคาร์บอมบ์บิ๊กซีปัตตานี

เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยรายแรก คือ นายสะมะแอ มามะ เป็นอิหม่าม จากบ้านพักในอำเภอหนองจิก ปัตตานี เมื่อก่อนเช้าของวันพฤหัสบดี อ้างอิงตามคำแถลงของ กอ.รมน.ภาคสี่ ส่วนหน้า

ส่วนในการแถลงข่าววันนี้ โดยพลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า หลังจากที่พบศพนายนุสน ขจรคำ เจ้าของรถกระบะที่ถูกปล้นแล้วในช่วงบ่าย เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมผู้สั่งการปล้นฆ่านายนุสน รายที่สอง ตามมาด้วยผู้ต้องสงสัยคนอื่นๆ อีกห้าราย

"สามารถจับ นายสุไฮมิง สะมะแอ ที่ตำบลเกาะเปาะ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี นำไปสอบสวนที่ ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิกปัตตานี ได้สารภาพว่าอยู่ในกลุ่มที่ก่อเหตุโดยมีผู้เกี่ยวข้องอีก 8 คน คือ 1.นายอานุวา กาซอ 2.นายรุสลัน ใบมะ 3.นายเมาลานา สาเมาะ 4.นายอิสมาแอ มอซู 5.นายบุคคอลี หลำโซะ 6.นายอับดุลอาซิ จะปะกียา 7.นายมะนาเซ ไซดี 8.นายมูฮำมัด กาซอ" พล.ต.จตุพร กล่าว

ทั้ง 8 คน เป็นผู้ต้องหาส่วนหนึ่งในคดีระเบิดแหล่งท่องเที่ยวในเจ็ดจังหวัดภาคใต้ตอนกลาง เมื่อวันที่ 10 ถึง 12 สิงหาคม ปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสี่ราย และพล.ต.จตุพร กล่าวว่า ทั้งแปดคนเคยก่อเหตุมาหลายคดี ในพื้นที่ปัตตานี และยะลา อีกด้วยขณะนี้ ได้หลบหนีไปอาศัยในจังหวัดยะลา

พล.ต.จตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนผู้ที่ถูกควบคุมตัวแล้ว จำนวน 7 คน เป็นผู้นำศาสนา และผู้นำท้องถิ่น รวม 2 คน ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ ส่วนอีก 5 คน กำลังสอบสวน แต่กลุ่มนี้ เป็นเพียงถูกบังคับและมีส่วนรู้เห็นเท่านั้น

"ส่วนสาเหตุเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างศาสนา เนื่องจากคนร้ายปล้นรถของคนไทยพุทธ และมีการบังคับอิหม่ามให้ร่วมในขบวนการด้วย" พล.ต.จตุพร กล่าว

"จากการประเมินภาพรวมของคดีทั้งหมด เชื่อว่าเป็นการวางแผนมาตั้งแต่ต้น คนร้ายพยายามใช้สถานที่ที่เป็นสัญญลักษณ์ทางศาสนาและบุคลากร เพื่อดึงเข้ามาเกี่ยวข้องในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากเราไม่วิเคราะห์ให้รอบด้าน ก็จะตกเป็นเหยื่อของวงจรอุบาทว์ที่เขาสร้างเพื่อให้เกิดความแตกแยก จากการวิเคราะห์แรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ คือทางฝ่ายขบวนการพยายามใช้ความรุนแรงเพื่อควบคุมมวลชน เพราะว่าประชาชนหันมาให้ความร่วมมือกับฝ่ายรัฐมากขึ้น"

พล.ต.จตุพร ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมานั้น สถานการณ์รุนแรงได้ลดลงมาก และมีผู้หลงผิดเข้ามารายงานตัวกับทางการมากขึ้น เรามากขึ้น แต่ก็มีบางคนที่อาจจะถูกบังคับหรืออาจเรียกกลับไปใหม่ แต่ก็มีเพียงส่วนน้อย

ทั้งนี้ นายสุไฮมิง สะมะแอ เป็นหนึ่งในบุคคลที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน แต่ไม่ได้กลับใจ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฎิบัติการในพื้นที่นายหนึ่ง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ ได้ระมัดระวังการแก้แค้นต่อเป้าหมายที่เป็นบุคคลในศาสนาพุทธโดยฝ่ายผู้ก่อเหตุ หลังจากมีการจับกุมอิหม่าม

"ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ดูแล และรักษาความปลอดภัยกับพระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาต หรือให้พาชาวบ้านมาทำบุญที่วัด และหากจำเป็นเพื่อความปลอดภัยให้จัดอาหารนำไปถวายพระ และให้ทำความเข้าใจกับประชาชนให้ดี ถ้ารับกิจนิมนต์ต้องจัดกำลังรักษาความปลอดภัย" นายตำรวจผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าว

ก่อเหตุรุนแรงต่อเนื่อง

ในจังหวัดยะลา ร.ต.อ.กฤชพิชญ์ พิชญนิตินัย รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงชาวบ้าน ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ที่บริเวณซอยรวมเงิน แยกตือเบาะ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นายอับดุลอาบีดีน ดือราแม อายุ 15 ปี และนายซาฟาวี ดือราแม อายุ 16 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

ส่วนประเด็นและสาเหตุ ร.ต.อ.กฤชพิชญ์ กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างสอบสวนและสืบสวน

ในจังหวัดปัตตานี ในตอนเช้าวันนี้ ร.ต.อ.สราวุธ นุชรังค์รอง สว.สอบสวน สภ.หนองจิก รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงหม้อแปลงไฟฟ้าบริเวณบ่อกุ้ง ในพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านโต๊ะตาวอ ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนเอ็ม-16 และอาก้า ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 2 ปลอก หม้อแปลงไฟฟ้าได้รับความเสียหายจำนวน 2 ลูก

"เมื่อเวลาประมาณตีห้าได้ยินเสียงปืนจำนวนหลายนัดบริเวณบ่อกุ้ง จึงเข้าไปดูเมื่อตอนเช้า ปรากฏว่าหม้อแปลงไฟฟ้าได้รับความเสียหาย" นายวสิน เกียรติไพบูลย์ ผู้ดูแลบ่อกุ้ง กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

ด้าน ร.ต.อ.สราวุธ เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบตอบโต้เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายที่ระเบิดบิ๊กซี