เครือข่ายพุทธอาสายะลา เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาเหตุรุนแรงต่อชาวพุทธอย่างจริงจัง

 

เครือข่ายพุทธอาสายะลา เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาเหตุรุนแรงต่อชาวพุทธอย่างจริงจัง

 

มารียัม อัฮหมัด
ยะลา
 
TH-buddhists-1000
เครือข่ายพุทธอาสายะลา ถือป้ายเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเด็ดขาด ระหว่างงานเผาศพ นายนุสน ขจรคำ วันที่ 15 พฤษภาคม 2560
 เบนาร์นิวส์
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในวันจันทร์ (15 พฤษภาคม 2560) นี้ นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพนายนุสน ขจรคำ เหยื่อที่ถูกคนร้ายปล้นรถกระบะ แล้วนำไปประกอบระเบิดคาร์บอมบ์โจมตีที่หน้าห้างบิ๊กซี ปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่เครือข่ายพุทธอาสายะลาถือป้ายพร้อมข้อความเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ยกเลิกโครงการพาคนกลับบ้าน เพราะผู้ต้องสงสัยที่สังหารนายนุสน เพื่อชิงรถไปประกอบคาร์บอมบ์ เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้

พร้อมด้วย นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษรัฐบาลส่วนหน้า นายเถลิงศักย์ ยกศริ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ญาติ เพื่อนร่วมงาน และเครือข่ายชาวพุทธอาสายะลาจำนวนมาก ร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้าย

นายนุสน ขจรคำ ผู้ตาย อายุ 44 ปี 5 เดือน มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดลำปาง เป็นบุตรของนายสมบัติและนางสังวาล ขจรคำ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 4 คน ย้ายมาตั้งภูมิเนาที่จังหวัดยะลา เมื่อปี 2533 สมรสกับ นางสาวิตรี ขจรคำ มีบุตรธิดา 2 คน ขณะที่ห้างบิ๊กซีพร้อมเปิดชั่วคราวอย่างไม่เป็นทางการ ในวันที่ 16 พ.ค. นี้

ส่วนการดูแลครอบครัวของ นายนุสน ขจรคำ ภาครัฐได้เข้าให้ความช่วยเหลือเยียวยา และอำนวยความสะดวกในการจัดงานบำเพ็ญกุศลในวันแรก และร่วมเป็นเจ้าภาพในการสวดพระอภิธรรม ซึ่งในวันนี้จะมีพิธีฌาปนกิจในช่วงบ่าย และเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ มีทั้งสิ้น 80 กว่าราย ส่วนเจ้าของยานพาหนะ 149 ราย ทาง ศอ.บต.และทางจังหวัด ได้มีการเยียวยาช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการช่วยเหลือห้างบิ๊กซีและร้านค้าย่อย ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรอรับรายงานการประเมินทรัพย์สินอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมกับร่วมมือในการเร่งฟื้นฟูให้ห้างกลับมาสู่สภาวะปกติภายใน 1 สัปดาห์ ได้รับรายงานจากทางห้างบิ๊กซีว่า เกิดความเสียหายทั้งหมด 30 ล้านบาท

โครงการพาคนกลับบ้าน เป็นประโยชน์ หรือส่งผลเสีย

ตามที่ปรากฏผู้ก่อเหตุคาร์บอมบิ๊กซีปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วม"โครงการพาคนกลับบ้าน"กลับไปก่อเหตุนั้น ถือเป็นจำนวนที่น้อยมากที่กลับไปก่อเหตุซ้ำ ทาง กอ.รมน.และ ศอ.บต.จะมีการเพิ่มมาตรการ การติดตามและประเมินผลผู้เข้าร่วมโครงการ รวมถึงการจัดกิจกรรมให้มากขึ้น

“มั่นใจว่า โครงการพาคนกลับบ้าน เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ เราช่วยให้เขาได้กลับบ้าน เราต้องทำต่อไปและเพิ่มความรัดกุมให้มากขึ้น"

นายวารินทร์ สุคนธชาติ รองประธานเครือข่ายพุทธอาสายะลา กล่าวว่า "พวกเราขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เลิกพาโจรกลับบ้าน"

นายดำ ไม่ขอออกนามสกุล ชาวไทยพุทธ จ.ยะลา กล่าวว่า "ผลของการพาโจรกลับบ้าน เพื่อมาฆ่าคนบริสุทธิ์ ทุกคนต้องถูกฆ่า คนที่ทำแบบนี้ได้ต้องเป็นคนที่ไม่มีน้ำยา ราดผักชีหลอกหลวงสังคมไปวันๆ โครงการพาคนกลับบ้านคือ โครงการพาโจรกลับบ้าน พวกเราขอให้ยกเลิกโครงการนี้"

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พร้อมคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อรับทราบสถานการณ์ล่าสุดและติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาทั้งด้านการดำเนินคดี การช่วยเหลือเยียวยา และมาตรการการป้องกันกรณีเหตุวางระเบิดที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “ได้กำชับในเรื่องของการข่าว ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น สามารถหาข่าวได้ทุกกลุ่มทุกอาชีพ และสร้างความเข้าใจให้ครอบคลุมด้วย และปรับแผนการข่าวให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด”

ส่วน ความคืบหน้าคดีนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 8 คน และออกหมายจับไปแล้ว 1 คน พร้อมกับเชิญตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน มาซักถาม ซึ่งทั้งสองให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายคดีอย่างมาก

ให้ UN ร่วมแก้ไขปัญหาจังหวัดแดนใต้

นายรักชาติ สุวรรณ เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ จังหวัดชายแดนภาคใต้กล่าวว่า จริงๆ แล้วเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกินความคาดหมายอยู่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้

เพราะเมื่อเกิดการจี้ชิงรถ โดยที่ยังคงหาเจ้าของรถไม่เจอหรือยังไม่ทราบชะตากรรม ก็ต้องคิดอยู่แล้วว่า ไม่น่าจะมีชีวิตรอด เพียงแต่ยังแอบมีความหวังว่าจะมีชีวิตรอดเท่านั้น "ความรู้สึกโดยทั่วไป คิดว่าคนพุทธ เริ่มที่จะไม่อดทนต่อการแก้ปัญหาของรัฐ และมีความจำเป็นต้องออกมาพูด โดยผ่านการแสดงออกโดยการถือป้าย และแสดงความคิดเห็นผ่านตัวหนังสือ"

แต่ที่สำคัญ คือ ผู้คนที่เข้าร่วมไม่เยอะ และไม่รู้เรื่อง และไม่เข้าใจในการทำงานของรัฐ

"ในแถลงการณ์ ที่มีการนำมาแจกจ่ายในงานฌาปนกิจ กลับมีการเรียกร้องให้ UN ร่วมลงมือแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเท่ากับหนุนเสริมข้อเรียกร้องของ BRN ที่ต้องการให้นานาชาติ เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาเช่นกัน"

ซึ่งตรงข้ามกับรัฐบาลไทย ที่ไม่ต้องการให้นานาชาติ เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะถือเป็นการยกระดับปัญหาเข้าสู่นานาชาติ

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปัตตานี กล่าวว่า "พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเหตุคาร์บอมบ์ที่บิ๊กซีปัตตานี ได้นำสำนวนและพยานหลักฐานเสนอศาลจังหวัดปัตตานี เพื่อขออนุมัติหมายจับจำนวน 11 คน ในคดีความมั่นคง"

ทั้งชุดที่นำระเบิด คาร์บอมบ์ไปวางที่หน้าห้างบิ๊กซี และ ปล้นรถยนต์และฆ่านายนุสน เพื่อนำรถไปทำระเบิด ผู้ที่จะออกหมายจับทั้งหมด มีหมาย ป.วิอาญาอยู่แล้ว ในคดีที่ลอบวางระเบิดภาคใต้ตอนบน และพื้นที่ชายแดนใต้ ส่วนคนอื่นๆนั้น กำลังเร่งหาพยานหลักฐาน ยังมีอีกหลายคนที่จะต้องติดตามมาดำเนินคดี ก่อนหน้านี้ได้ออกหมายจับแล้ว 1 คน คือ นายมะกอเซ็ง หม้าแอ

"คดีนี้คืบหน้าไปมากแล้ว 80 เปอร์เซ็น คนที่ก่อเหตุ บางคนได้หลบหนี บางคนยังอยู่ในพื้นที่

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่ http://www.benarnews.org/thai/news/TH-deepsouth-killing-05152017171615.html