ทหารชายแดนใต้ขอประชาชนอย่ากลัวการข่มขู่จากกลุ่มขบวนการ

ทหารชายแดนใต้ขอประชาชนอย่ากลัวการข่มขู่จากกลุ่มขบวนการ

 

มารียัม อัฮหมัด
ปัตตานี
 

TH-children-1000
เด็กๆ เดินถือป้ายเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง ในจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560
 เบนาร์นิวส์
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในวันศุกร์ (7 กรกฎาคม 2560) ที่ผ่านมา พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ภาคที่ 4 ส่วนหน้า กล่าวผ่านสื่อมวลชน ขอร้องให้ประชาชนในพื้นที่อย่าหวาดกลัว หรือตื่นตระหนกกับการปล่อยใบปลิวข่มขู่เอาชีวิตเจ้าหน้าที่ความมั่นคง โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะเพิ่มมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง หลังจากมี เหตุยิง อส. และประชาชน เสียชีวิต 3 ราย ที่ปัตตานี

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาคที่ 4 ส่วนหน้า เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบพยายามใช้วิธีการข่มขู่เอาชีวิตเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้เกิดในพื้นที่ แต่อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

“คนร้ายมีความพยายามข่มขวัญประชาชน ขอให้ทุกคนมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากมีสมาชิกกลุ่มหันหลังให้กับกลุ่มขบวนการจำนวนมากเพื่อมาร่วมเข้าโครงการพาคนกลับบ้าน กลุ่มขบวนการจึงต้องทำทุกวิถีทางในการข่มขวัญ” พ.อ.ปราโมทย์กล่าว

การเปิดเผยของ พ.อ.ปราโมทย์ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบใบปลิวข่มขู่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่บ้านควนหรัน อ.เทพา จ.สงขลา และใบปลิวดังกล่าวถูกเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง โดยใบปลิวดังกล่าวระบุข้อความว่า

“เรียนเพื่อทราบทุกหน่วยงานภาครัฐ ทหาร ตำรวจ ที่อยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าไม่อยากขึ้นเครื่องบินฟรีกลับที่บ้านเกิด ควรออกจากพื้นที่สามจังหวัด เพราะที่สามจังหวัดไม่ใช่แผ่นดินของพวกคุณ อย่ากล่าวหาว่าไม่เตือน ก่อนที่จะเกิดสงครามใหญ่ จาก นักรบปัตตานี BRN”

และเป็นการข่มขู่เอาชีวิตเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อว่า Suding Su Pattany ได้โพสต์รูปของ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และระบุข้อความกำกับรูปว่า “ประกาศตัดหัวให้ 1,000,000” และ “ตาต่อตาฟันต่อฟัน” พร้อมทั้งได้ส่งต่อให้ผู้ใช้เฟซบุ๊ครายอื่น จนเป็นที่วิพากษ์-วิจารณ์ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการรายหนึ่ง เปิดเผยต่อเบนาร์นิวส์ถึงการข่มขู่ของกลุ่มขบวนการครั้งนี้ว่า เจ้าหน้าที่จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ถูกข่มขู่ในปัจจุบันได้ หากมีการวางแผนที่ดี และเชื่อว่าประชาชนในพื้นที่จะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่

“ตอนนี้ชาวบ้านคุยกันเยอะมากเรื่องการข่มขู่เจ้าหน้าที่ทุกระดับอย่างเปิดเผย นอกจากนี้ก็มีการคุยกันในโลกออนไลน์อย่างหนักในประเด็นนี้ วัตถุประสงค์ของคนร้ายต้องการข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ ในฐานะคนทำงานในพื้นที่มั่นใจว่า ถ้าเราไม่ประมาท ไม่สร้างเงื่อนไขเพิ่ม กลุ่มคนร้ายไม่สามารถทำอะไรเราได้ เพราะเรามีชาวบ้านเป็นกำลังคุ้มกันให้เรา” เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุ

ด้านนายเจะยอ หะยีอาแซ ชาวปัตตานีแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ต่อเบนาร์นิวส์ว่า  เชื่อว่าสาเหตุหนึ่งของปัญหาความไม่สงบมาจากเรื่องการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพล ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่สามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้ ปัญหาจะลดน้อยลง

“ชาวบ้านร้องให้เจ้าหน้าที่ใช้ความเข้มในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน และต่างเชื่อว่า หากรัฐจริงจังปราบปรามอิทธิพล และการเมืองในพื้นที่ ปัญหาความไม่สงบจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนเกิดความสงบในที่สุด” นายเจะยอกล่าว

อย่างไรก็ดีนายเจะยอเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่บางคนรู้สึกหวาดกลัวการข่มขู่ในลักษณะดังกล่าว

“ชาวบ้านหลายกลุ่มพูดกันว่า ขนาดเจ้าหน้าที่ยังถูกข่มขู่ ทั้งที่ในพื้นที่มีกำลังเจ้าหน้าที่อยู่มากกว่าฝ่ายคนร้าย แล้วชาวบ้านจะไปหวังพึ่งใคร” นายเจะยอระบุ

อาสาสมัครรักษาดินแดนและประชาชน ถูกยิงเสียชีวิต ราย ที่ปัตตานี

ในช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมชาย ด้วงตุด รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธร อ.มายอ จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน และประชาชน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ในพื้นที่ อ.มายอ

“จุดแรกในตลาดนัดตาแบะ ม.3 ต.ลางา นายมะแอ แวดอเลาะ อายุ 23 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะหนึ่งเสียชีวิตทันที จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังเดินซื้อของในตลาดตามลำพัง มีคนร้าย 2 คนเดินปะปนกับชาวบ้าน เมื่อได้โอกาสจึงชักปืนจ่อยิงที่ศีรษะทันที 1 นัด จนผู้ตายล้มลงต่อหน้าชาวบ้าน ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป” ร.ต.อ.สมชายกล่าว

“ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ริมถนนภายในหมู่บ้าน ม.3 ต.สะกำ นายมะร๊อบอิง มะเกะ อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.มายอ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณศีรษะและลำตัว 2 นัดจนเสียชีวิต จากการสอบสวนทราบ คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดด้านหลังก่อนใช้อาวุธปืนยิงที่ศีรษะและลำตัว ขณะที่ผู้ตายกำลังเติมเงินโทรศัพท์มือถือ” ร.ต.อ.สมชายระบุ

และเหตุสุดท้าย เกิดขึ้นที่ริมถนนภายในหมู่บ้านกูบังบาเดาะ ม.4 ต.สะกำ นายซำซูดิง เจะซอ อายุ 22 ปี ถูกยิงขณะเดินทางกลับบ้าน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมายอ เหตุจูงใจในการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่

หลังเกิดเหตุ พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะพยายามเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยประชาชนอย่างเต็มที่ และได้รายงานผลการตรวจยึดอาวุธที่เชื่อว่าจะใช้ก่อความไม่สงบในช่วงเดือนรอมฎอนที่ผ่านมาด้วย

“การปฏิบัติการด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้ 9 กระบอก อุปกรณ์แผงวงจร และถังแก๊สพร้อมโทรศัพท์มือถือจำนวนหนึ่ง สามารถทำลายแหล่งผลิตน้ำกระท่อมขนาดใหญ่ในพื้นที่ บ้านวังพลา ม. 9 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี พร้อมสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญาได้ 2 ราย คือ นายอาบัส เจ๊ะหะ และ นายมะรอมซี มะแตหะ นอกจากนี้ ระหว่างการปิดล้อมจับกุม นายลุกมาน มะดิง ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา 5 หมาย ได้เกิดเหตุปะทะทำให้นายลุกมาน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ”

โดย กอ.รมน.ระบุว่า รัฐจะเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างรวดเร็วที่สุด จะให้การเยียวยาครอบครัวของผู้เสียหายในครั้งนี้อย่างเต็มที่ และขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหวาดกลัวกับการข่มขู่ของกลุ่มขบวนการด้วยวิธีต่างๆ

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่ http://www.benarnews.org/thai/news/TH-flier-07072017162031.html