แม่ทัพภาคสี่รับผิดพลาด ยิงประชาชนเจ็บพร้อมช่วยเหลือเยียวยา

แม่ทัพภาคสี่รับผิดพลาด ยิงประชาชนเจ็บพร้อมช่วยเหลือเยียวยา

 

มารียัม อัฮหมัด 
ปัตตานี
 


TH-victim-visit-1000
พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 (ขวามือ) และ พลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี เดินทางไปเยี่ยมอาการบาดเจ็บของนางเจ๊ะยารอ อาแว ที่โรงพยาบาลปัตตานี
 ภาพโดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในวันจันทร์ (31 กรกฎาคม 2560) พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยพลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการบาดเจ็บของนางเจ๊ะยารอ  อาแว ที่โรงพยาบาลเมืองปัตตานี พร้อมทั้งได้กล่าวยอมรับถึงความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่ยิงโต้ตอบกับฝ่ายคนร้ายจนประชาชนถูกลูกหลง พร้อมเยียวยาเป็นเงิน 200,000 บาท พร้อมช่วยเหลือด้านอาชีพเสริมให้แก่ครอบครัว

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อตอนค่ำของวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ ที่บริเวณบนถนนชนบทสายกระเสาะ-เกาะจันทร์ ในหมู่ที่ 2 ต.กระเสาะ อ.มายอ จ.ปัตตานี ขณะที่หน่วยจรยุทธของกองร้อยที่ 3 ฉก.ปัตตานี 23 ได้ปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่นายอุสมาน กาแลซา อายุ 27 ปี ลูกชายของนางเจ๊ะยารอ อาแว อายุ 57 ปี ได้ขับรถรถมิตซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู จะกลับบ้าน โดยมีนางเจะยารอ นั่งข้างคนขับ พร้อมด้วยญาติๆ อีกสี่คนนั่งในตอนหลัง

"มันเกิดจากเหตุสุดวิสัย เราจะเยียวยาตามระเบียบกฏหมายที่มี และจะดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ รวมทั้งเรื่องอาชีพเสริมด้วยได้ คุยกับน้องเขาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรส่วนอาการอาการบาดเจ็บของแม่เขา ก็เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วที่จะต้องรักษา" พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวแก่ผู้สื่อข่าว

“ทางเรายอมรับอยู่แล้วว่ามันเกิดอะไร เรื่องที่เกิดขึ้น ถือว่าไม่ได้ผิดระเบียบ ไม่ผิดอะไรทั้งนั้น เพราะมันเกิดขึ้นในเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิด ทุกอย่างเกิดขึ้นช่วงที่ทุกอย่างเข้ามาพอดี เราก็รู้อยู่แล้วเหตุมันเกิดเพราะอะไร ก็มาคุยกันในเรื่องเยียวยาแล้วก็จบกันไป” พลโทปิยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น พลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า เหตุขณะเจ้าหน้าที่ทหารกำลังตั้งด่านลอยบนถนน แล้วมีคนร้ายยิงใส่จากฝั่งตรงข้าม ในขณะที่ทหารก็มีการวางกำลังป้องกันและมีการสกัดรถคันอื่นๆ ไม่ให้ขับผ่านเข้ามาด้วย

“แต่ก็มีรถคันที่ประสบเหตุขับเข้ามา ช่วงที่มีการยิงปะทะเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบสิ่งที่เกิดมันเป็นเรื่องสุดวิสัย” พลตรีจตุพร กล่าว

"ตอนนี้อยู่ในขั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะนำเจ้าหน้าที่ผู้กระทำไปสอบปากคำ กับนำอาวุธปืนไปตรวจสอบ ไปตามเรื่องของเหตุการณ์ ก็จะดูว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่ ถ้าไม่ก็เยียวยาไป ถ้าศาลมีการตัดสินว่าเกินกว่าเหตุ ก็ว่าไปตามกฏหมาย"

ทางด้าน นายอุสมาน กาแลซา 27 ปี กล่าวว่า ตนเป็นคนขับรถกำลังพาครอบครัวกลับ เกือบถึงบ้าน เห็นทหารราว 10 นาย และเห็นไฟแดงกระพริบ ไม่มีแสงสว่างใดๆ จึงชะลอรถและเปิดไฟสูง พบว่าเจ้าหน้าที่ ที่ยืนอยู่ด้านขวามือทำสัญญานมือให้ผ่านไปได้ ตนก็ขับรถไปตามปกติ เมื่อรถวิ่งไปได้แค่ 100 เมตร ก็ได้ยินเสียงปืน

“ผมก็ตกใจรีบเหยียบรถเร่งความเร็ว เพราะกลัวจะโดนลูกหลง แล้วก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง แม่บอกว่า แม่ถูกยิง พอได้ยินว่าแม่ถูกยิง ก็รีบขับรถพาแม่ไปโรงพยาบาลมายอ พอส่งแม่เข้าโรงพยาบาลเสร็จ เพิ่งมารู้จากเจ้าหน้าที่ว่า มีเหตุปะทะกับคนร้าย” นายอุสมาน กล่าว

"ผมไม่เชื่อเหตุที่เจอว่ามีการปะทะ เพราะขณะนั้นทหารกำลังเดินลาดตระเวนปกติ ไม่ได้หมอบหลบกระสุนคนร้าย และไม่ได้มีการตั้งด่าน ลักษณะใช้ไฟฉายส่องให้รถเป้าหมายจอด ผมไม่ได้ฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ เพราะเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้ไปได้ แต่กลับถูกทหารชุดเดียวกันยิงใส่รถ ทำให้แม่และน้องๆ ได้รับบาดเจ็บ" นายอุสมาน กล่าวแย้ง

อย่างไรก็ตาม นายอุสมาน กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจ ที่ทหารยอมรับผิดว่ากระสุนปืนเป็นของทหาร และบอกจะมอบเงินเยียวยาให้ 2 แสนบาท และบอกจะดูแลเรื่องอาชีพเสริม แต่ก็อยากขอเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาช่วยสอบสวนให้ความเป็นธรรมให้กับครอบครัวด้วย

เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างน้อยสองครั้ง ที่ปัตตานี คือ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2555 เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้าใจผิด ยิงชาวบ้าน ขณะจะไปละหมาดศพ ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 4 ราย และมีผู้รอดชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

และอีกเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2558 เจ้าหน้าที่ทหาร ยิงผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบเสียชีวิต 4 ราย โดยเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฟาฏอนี 2 ราย เหตุเกิดที่บริเวณเนินเขา ม.6 บ้านโต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงเป็นคดีอยู่ในชั้นศาล

ชายไทยถูกยิงเสียชีวิตในอำเภอระแงะ

ร.ต.ท.ชูชาติ ฟักสนิท รองสารวัตรสอบสวน สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้กล่าวว่า มีเหตุนายมะแซ กูโนแม อายุ 44 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบนถนนสายปาเซ-กาหนั๊วะ ช่วงบริเวณบ้านปาเซ ม.2 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันอาทิตย์ สภาพศพถูกจ่อยิงในลักษณะกรอกปากทะลุท้ายทอย 1 นัด พบหัวกระสุนปืนตกอยู่ข้างศีรษะผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ ที่บริเวณแขน ลำตัว และขาขวา มีร่องรอยถูกกระสุนปืน เอ็ม.16 จำนวน 5 นัด และเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 ตกอยู่ข้างศพเช่นกัน

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ผู้ตายเคยถูกเจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัวไปสอบสวนกรณีพัวพันเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง ส่วนสาเหตุเกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

มาตาฮารี อิสมะแอ ในนราธิวาส มีส่วนในรายงานฉบับนี้

เผยแพร่ครั้งแรกที่ http://www.benarnews.org/thai/news/TH-deepsouth-shooting-07312017164252.html