อีกหนึ่งโมเดล: จากทบวงชายแดนใต้สู่ “สามนคร”

DeepSouthWatch's picture
 
ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
 
 
            แม้เสียงสะท้อนจากผู้เล่นคนสำคัญของผู้กุมการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของรัฐไทยต่อข้อเสนอการปกครองท้องถิ่นรูปแบบใหม่ในชายแดนภาคใต้ดูจะเป็นไปในทิศทางตั้งข้อกังขาและเน้นย้ำถึง “ความสำเร็จ” ที่ผ่านมาจากมุมมองของตน ทว่าข้อเสนอเดียวกันนี้กลับเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะในแวดวงคนชั้นนำที่อาจเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลง และถึงแม้ว่าจะยังไม่มีข้อสรุปที่เห็นพ้องในประเด็นทั้งรายละเอียดปลีกย่อยและประเด็นใจกลางอย่างเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับท้องถิ่นในรูปแบบใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญและหลักการรัฐเดี่ยวก็ตาม
 
ข้อเสนอก่อนหน้านี้จึงยังเป็นที่สนใจ ทว่าล่าสุด “โครงการความมั่นคงศึกษา” ซึ่งได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้เผยแพร่จุลสารความมั่นคงศึกษาฉบับที่ 69 ซึ่งตีพิมพ์ในเดือนธันวาคม 2552 ในหัวข้อ “ตัวแบบทางกฎหมายสำหรับการปกครองท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ขึ้นมาเป็นอีกโมเดลหนึ่ง ข้อเสนอชิ้นนี้เขียนขึ้นโดย อำนาจ ศรีพูนสุข นักวิจัยของโครงการความมั่นคงศึกษา และเป็นหนึ่งในนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารภาครัฐคนสำคัญ โดยมี สุรชาติ บำรุงสุข หัวหน้าโครงการ เป็นบรรณาธิการ
 
 
โมเดลดังกล่าวได้พยายามให้ภาพที่แตกต่างไปจากตัวแบบที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะจังหวะก้าวที่มีเนื้อหาและขั้นตอนในการเปลี่ยนผ่านอย่างค่อยเป็นค่อยไปสู่การจัดการปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษและยึดหลักถ่วงดุลระหว่างรัฐส่วนกลางกับท้องถิ่น ตลอดจนเนื้อหาบางประการที่เป็นประโยชน์ต่อการถกเถียงประเด็นนี้ในอนาคต
 
            อำนาจ ได้เน้นย้ำถึงรากของปัญหาที่เกี่ยวโยงกับ “การบริหารการปกครองหรือโครงสร้างและรูปแบบการปกครองที่ไม่เหมาะสม” ที่แม้จะมีกลไกพิเศษใดๆ ก่อนหน้านี้ก็ไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้ จึงนำมาสู่ข้อเสนอให้มีกาจัดตั้งเขตปกครองพิเศษชายแดนใต้บนหลักการบางประการ อาทิเช่น การยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม การที่รัฐจะต้องใช้ประโยชน์จาก “พลังทางศาสนาและวัฒนธรรม” ของผู้นำ ผู้รู้และครูสอนศาสนา ตลอดจนหลักการที่ต้องอยู่ภายในขอบเขตของรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ หากแต่จำต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายระดับพระราชบัญญัติบางฉบับ เป็นต้น
 
            ข้อแตกต่างจากการโมเดลอื่นๆ ของข้อเสนอชิ้นนี้ คือ การให้รายละเอียดในการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไปเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่อาจใช้เวลา 5 – 10 ปี เพื่อเน้นการปรับโครงสร้างและกลไกของระบบราชการและก่อความเป็นเอกภาพในการบริหารการปกครอง ก่อนที่จะเข้าสู่ในช่วงสถาปนาการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่จะรองรับการกระจายอำนาจให้คนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น
 
๐ ก้าวแรก...ระยะเปลี่ยนผ่าน
 
            ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าจะกินเวลา 5 – 10 ปีนี้ อำนาจมีข้อเสนอให้จัดตั้ง “ทบวงการบริหารพื้นที่ชายแดนใต้” เพื่อให้เป็นผู้นำในระดับนโยบายและองค์กรกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ มีรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ มีทบวงที่มีฐานะเทียบเท่ากับกระทรวง โดยที่มีส่วนราชการในระดับกรมคือจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามการแบ่งเขตการปกครองเดิมเพื่อเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากคามผูกพันและการระบุตนเอง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเดิมมีฐานะเท่าอธิบดีของจังหวัด ในขณะที่ระเบียบราชการในอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านยังคงฐานะเดิม ทว่าขึ้นตรงต่อทบวงใหม่
 
            อย่างไรก็ตาม กลไกที่เพิ่มเติมเข้ามาคือการจัดตั้ง “เขตพื้นที่พิเศษ (Special Region)” ซึ่งเป็นองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใหม่ขึ้นมาเพื่อดูแลรับผิดชอบการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจในภาพรวมของกลุ่มจังหวัด แต่แบ่งบทบาทให้ไม่ซ้อนทับกับ อปท.เดิมที่มีอยู่ โดยจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากทบวงฯ เขตพื้นที่พิเศษจะประกอบด้วย “สภาเขตพื้นที่พิเศษ” ที่มีสมาชิกมาจาก 2 ประเภท คือ ได้รับเลือกตั้งโดยตรงอำเภอละหนึ่งคนและให้ อบจ. และเทศบาลคัดเลือกเข้ามาเพื่อให้มีการเชื่อมโยงระหว่าง อปท.แต่ละประเภท สภานี้จะมีหน้าที่ในการจัดทำแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจและการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมี“คณะกรรมการสังคมและเศรษฐกิจเขตพื้นที่พิเศษ” เพื่อเป็นที่ปรึกษาของสภาเขตพื้นที่พิเศษและมีองค์ประกอบมาจากภาคส่วนต่างๆ
 
            ประธานสภาเขตพื้นที่พิเศษจะเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปีในขณะที่มี “สำนักงานเลขาธิการสภาเขตพื้นที่พิเศษ” เป็นกลไกของส่วนราชการที่จะเป็นหน่วยธุรการและหน่วยงานสนับสนุนทางวิชาการ มีเลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชา ส่วนเรื่องรายได้ในระยะเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ เขตพื้นที่พิเศษอาจมีรายได้จากส่วนแบ่งภาษีหลักที่ อปท.เป็นผู้จัดเก็บ โดยจะแบ่งรายได้จากภาษีที่จัดเก็บได้ให้ อปท.ทุกแห่งในพื้นที่ นอกจากนี้ อาจมีรายได้จากเงินอุดหนุนที่รัฐจัดหาให้ด้วยเช่นกัน
 
            ส่วน อปท.เดิมที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล และ อบต.ในห้วงของการเปลี่ยนผ่านจึงมีข้อเสนอให้มีการปรับปรุงโครงสร้างภายในเพื่อตอบสนองต่อวิถีการดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาและการพัฒนาในมิติที่มีศาสนานำ โดยการจัดตั้ง “คณะกรรมการสังคมและเศรษฐกิจ” ขึ้นในทุก อปท.เดิมในพื้นที่โดยให้มีกรรมการที่เลือกสรรตามกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ
 
ในแง่ของอำนาจหน้าที่ก็เพิ่มตามขั้นตอนการกระจายอำนาจจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้กับท้องถิ่นอย่างเป็นจริง อีกทั้งยังเพิ่มให้ความสำคัญกับหลักกฎหมายอิสลามหรือ “ชะรีอะห์” โดยการเพิ่มกลไกการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามหลักการดังกล่าว โดยถือเป็นการ “ตัดไฟแต่ต้นลม” และลดคดีความที่นำขึ้นสู่ศาล นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น โดยเพิ่มทั้งอำนาจและแหล่งรายได้ใหม่ให้แก่ อปท.ในพื้นที่ แต่กระนั้น การกำกับดูแล อปท.ก็ถูกโอนมายังรัฐมนตรีทบวงการบริหารพื้นที่ชายแดนใต้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 
การเปลี่ยนแปลงในช่วงเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากแต่ต้องมีการยกร่างกฎหมายใหม่และแก้ไขกฎหมายฉบับเดิมหลายฉบับ อำนาจได้ประมวลไว้จำนวนหนึ่ง อาทิเช่น ร่าง พ.ร.บ. (จัดตั้ง) ทบวงการบริหารพื้นที่ชายแดนใต้ พ.ศ. ... ร่าง พ.ร.บ. (จัดตั้ง) เขตพื้นที่พิเศษ พ.ศ. ... ร่าง พ.ร.บ. รายได้ท้องถิ่น พ.ศ. ... เป็นต้น
 
๐ ก้าวที่สอง...รูปแบบพิเศษ
 
            เมื่อประเมินสถานการณ์ว่าปัญหาความไม่สงบได้บรรเทาลงไปแล้ว ผู้นำเสนอได้ให้ภาพจังหวะก้าวต่อไปเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนและชุมชนท้องถิ่นมีอิสระในการปกครองตนเองมากยิ่งขึ้น บนหลักการที่ผสมผสานกันระหว่างระบบการเลือกตั้งให้ได้ผู้บริหารที่เข้มแข็ง (strong executive) กับการมีสภาท้องถิ่นที่ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งและการเลือกสรรจากผู้นำ/ผู้รู้ศาสนาและผู้ทรงคุณวุฒิ ในขณะเดียวกันก็พยายามตอบโจทย์ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษนี้ไปพร้อมๆ กัน
 
            ในจังหวะก้าวที่สอง อปท.ในรูปแบบพิเศษที่จัดตั้งขึ้นในระยะเปลี่ยนผ่านอย่าง “เขตพื้นที่พิเศษ” จะยังดำรงอยู่ แต่การปรับเปลี่ยนสำคัญได้แก่การถ่ายโอนอำนาจที่อยู่ในกำกับของทบวงฯ มาสู่การปกครองท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ กล่าวคือ การเปลี่ยนจาก“จังหวัด” มาเป็น “นคร” หรือ “City” ทั้งในกรณีของนครยะลา นครนราธิวาส และนครปัตตานี โดยให้ทั้ง 3 นครเป็นนิติบุคคล มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกันกับกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา
 
            นครทั้งสามจะมีโครงสร้างสำคัญๆ ดังนี้ คือ “สภานคร” ที่จะมีฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนภายใน “เขต” หรืออำเภอเดิม และมาจากการคัดเลือกสมาชิกสภาเทศบาลในพื้นที่นั้นๆ นอกจากนี้ยังมี “คณะกรรมการสังคมและเศรษฐกิจนคร” มีบทบาทเช่นเดียวกับคณะกรรมการในเขตพื้นที่พิเศษ สมาชิกคัดสรรมาจากผู้คนกลุ่มต่างๆ ส่วนตำแหน่ง“ผู้ว่าราชการนคร” ซึ่งจะเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในเขตนคร (หรือเขตจังหวัดเดิม) มี“ปลัดนคร” ที่เป็นข้าราชการประจำที่เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการส่วนท้องถิ่นในสังกัดของนครนั้นๆ
 
            โครงสร้างในระดับต่อมาคือในระดับ “เขต” หรืออำเภอในความหมายเดิม ที่จะมี “สภาเขต” ขึ้นมาเป็นองค์กรที่ปรึกษาของฝ่ายบริหารและประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกสรรตำบลละ 2 คน ในขณะที่มี “ผู้อำนวยการเขต” ที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการนครเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งหมดและทำหน้าที่เป็นผู้บริหารแปรนโยบายของนครไปสู่การปฏิบัติ ส่วน อบต.เดิมจะกลายเป็นที่ทำการย่อยหรือสาขาของสำนักงานเขตในการจัดทำบริการสาธารณะในระดับตำบล โดยมีผู้อำนวยการเขตทำหน้าที่ของนายอำเภอและเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายบัญญัติ ในขณะที่ “เทศบาล” ให้มีการธำรงฐานะเดิมไว้ แต่ความสัมพันธุ์เชื่อมโยงกับสภานครดังที่ได้กล่าวไปแล้ว
 
            อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง/ส่วนภูมิภาคกับกลไกการปกครองท้องถิ่นแบบใหม่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ในระยะที่สองนั้น ทบวงฯ ควรต้องปรับบทบาทเป็น “พี่เลี้ยง” ที่จะผลักดันให้กลไกใหม่มีความเข้มแข็ง โดยค่อยเปลี่ยนจากบทบาทในการบริหารไปเป็น “ผู้กำกับการพัฒนา” และเปลี่ยนบทบาทไปเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการประสานและบูรณาการนโยบายในระดับชาติและในระดับท้องถิ่น โดยให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้กำกับดูแลแทนรัฐมนตรีทบวงฯ เดิม มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการประสานการพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้” ขึ้นมาโดยมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงการร่วมมือพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค โดยมี “สำนักงานคณะกรรมการประสานการพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้” เป็นหน่วยงานระดับกรมขึ้นมาเป็นหน่วยงานเลขานุการ
 
            เช่นเดียวกับในระยะของการเปลี่ยนผ่าน ผู้นำเสนอยังได้ฉายภาพให้เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องยกร่างและแก้ไขกฎหมายบางฉบับขึ้นมาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง อาทิเช่น ร่าง พ.ร.บ.(จัดตั้ง) นครยะลา นครปัตตานี และนครนราธิวาส พ.ศ. ... ร่าง พ.ร.บ. (จัดตั้ง) สำนักงานคณะกรรมการประสานการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ พ.ศ. ... เป็นต้น
 
๐ การเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จ
 
            ผู้นำเสนอตั้งข้อสังเกตให้ร่วมพิจารณาว่า ทบวงฯ จะกลายเป็นเจ้าภาพหลักในการกำหนดยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาต่างๆ ทว่าต้องให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเป็นเจ้าภาพร่วมในการกำหนดกลยุทธ์เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ทางการจำต้องมีการกำหนดแผนที่เส้นทาง (Road Map) ของการเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจและการยอมรรับบทบาทการมีส่วนร่วมในการปกครองตนเองของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่เขาเห็นว่าเป็น “ปัจจัยแห่งความสำเร็จ” กล่าวคือ การแสดงเจตจำนงทางการเมือง (Political Will) ที่ชัดเจน ตามหลักการที่มักกล่าวอ้างกันว่าเป็น “นโยบายการเมืองนำการทหาร”
 
            นอกจากนี้ การทบทวนนโยบายและการปฏิบัติบางประการก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน อาทิเช่น การยอมรับหรือรับรองให้มีการใช้ภาษามลายูเป็นภาษาราชการอีกภาษาหนึ่ง การยอมรับให้ใช้กฎหมายอิสลาม (ชะรีอะห์) ในการวินิจฉัยคดีในเขตพื้นที่ หรือแนวปฏบัติในการจัดโซนนิ่งสถานบันเทิงเริงรมย์และแหล่งอบายมุขที่ขัดกับหลักศาสนา ตลอดจนพิจารณาวันหยุดราชการในวันศุกร์ – เสาร์ เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติศาสนกิจ เป็นต้น
 
            ข้อเสนอทั้งหมดนี้เป็นเพียงหนึ่งใน “โมเดล” ที่เผยแพร่ขึ้นมาในสถานการณ์ที่การแก้ปัญหาความรุนแรงโดยการปรับโครงสร้างทางการเมืองกำลังเป็นประเด็น แม้จะเงียบหายไปในความสนใจของสังคมไทยบ้างบางขณะ แต่ก็แตกต่างกับความสนใจของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความรุนแรงในพื้นที่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ในขณะนี้คงยังกล่าวไม่ได้ว่าโมเดลแบบไหนที่เหมาะสมที่สุดและแรงพอที่จะสามารถยุติความรุนแรงลงได้ หากแต่การเปิดพื้นที่ให้มีการถกเถียงในเรื่อง “การเมือง” ในมิติเช่นนี้ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องและมีหลักประกันว่าจะไม่ตกเป็นเป้าไม่ว่าจากฝ่ายใดก็ตาม อาจส่งผลให้เกิดการขยายพื้นที่การต่อรองทางการเมืองที่ทำให้ความจำเป็นที่ต้องใช้อาวุธลดน้อยลง
 
ในแง่นี้แล้ว นี่อาจเป็น “แนวทางการเมืองนำการทหาร” ในนัยยะที่แตกต่างไปจากที่เคยได้ยินการโฆษณากันก่อนหน้านี้ลิบลับ
 
 

 

Comments

Atenolol can case side

Atenolol can case side impressions that may impair your thought or reactions. Be careful if you cause or do anything that takes information tenormin you to be wake up and zippy. Avoid drink alcohol, which could increase drowsiness and dizziness while you are bringing Tenormin.

О фильме: Сериал House, M.D.

О фильме: Сериал House, M.D. рассказывает о команде врачей, которые должны правильно поставить диагноз пациенту и спасти его. В принципе сериал представляет из себя вариацию схемы «врач как детектив», но в отличие от остальных сериалов, где врачи обследуют уже мертвого пациента, в House, M.D. больной находится еще в живых.Все сезоны можно скачать тут:Доктор Хаус 1 / House M.D. Cезон 1 (DVDRip)Доктор Хаус 2 / House M.D. Cезон 2 (DVDRip) Доктор Хаус 3 / House M.D. Cезон 3 (DVDRip) Доктор Хаус 4 / House M.D. Cезон 4 (HDTVRip) Доктор Хаус 5 / House M.D. Cезон 5 (HDTVRip) Доктор Хаус 6 / House M.D. Cезон 6 (HDTVRip)

ลงทะเบียนรับข่าวสาร |
RSS Feed Twitter
บล็อกล่าสุด
แถลงการณ์: ขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา และผู้บริสุทธิ์ทุกคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เบื้องหลังชีวิต พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา โศกนาฏกรรมของวงการตำรวจไทย
อย่าปล่อยให้ จีที 200 กลายเป็นเครื่องมือการเมือง
Summarizing Six Years of the Southen Fire: Dynamics of Insurgency and Creation of the New Imagined Violence
สรุปหกปีไฟใต้: พลวัตการก่อความไม่สงบกับการสร้างจินตกรรมของการก่อความรุนแรง
อัตลักษณ์นักศึกษามุสลิมกับปัญหาการอยู่ร่วมในรั้วมอ.หาดใหญ่
วิวาทะการทำหน้าที่สื่อมวลชนแบบไทยไทยที่ชายแดนใต้กับการโต้ตอบของคนสามจังหวัด
อัตลักษณ์
บทเรียนจากเครื่อง จีที 200 - 1 ชั่วโมงเต็ม
VIS Report: Surveillance of Injuries over the past 3 years (January 2007 - December 2009)
ทหารไม่เปลี่ยนใจ ยังคงมั่นใจในความแม่นยำของเครื่องจีที 200 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่า จะใช้งานเครื่องจีที 200 ต่อไป"
ภายใต้ดวงอาทิตย์ประเทศสารขัณฑ์ ไม่มีอะไรที่รัฐบาล ทหาร ตำรวจ ทำไม่ได้
จดหมายเปิดผนึก: กองทัพบกต้องเลิกใช้ GT200 และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
จีที 200 :คนใช้ก็อันตราย คนตกเป็นเป้าหมายก็สูญเสีย
ผ่าการ์ด GT200 แม่ง ขาวโอโม ดีจัง ไม่เห็นอะไรเลย
สิทธิวิวาทะ...ชาวบ้านเขียนกฎหมาย ได้จริงหรือ?
GT200 ตรวจจับความไม่โปร่งใสในการสั่งซื้อ ได้แม่นยำกว่าระเบิด
ใครช่วยไปปราบเซียนทีเถิด รุ่นนี้มีแบตด้วย ปล่อยไว้นานความเชื่อจะซึมลึก เป็นภัยมหันต์
โปรดฟังชัดๆ อีกครั้ง ll โยนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงพื้นที่อธิบาย นอกจากนี้ยังจะฉวยโอกาสซื้อของที่แพงกว่าจีที 200 !!!
นักข่าวพลเมือง สื่อใหม่ขับเคลื่อนสังคมไทย