เมื่อหนุ่มมลายูไปบาร์เซโลน่า

 
เนื่องในวโรกาสที่การสถาปนาวันชาติของชาวคาตาลันจะเวียนมาบรรจบเป็นปีที่ ๓๐๐ ในวันพรุ่งนี้ และให้บังเอิญที่ปีที่แล้วผมมีโอกาสไปเที่ยวสเปน แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงเวลาวันชาติของชาวคาตาลัน แต่เป็นหลังจากช่วงวันชาติจึงอยากจะนำบันทึกที่เขียนแปะไว้ข้างฝามาเผยแพร่ให้เพื่อนได้อ่านกัน แม้ว่าจะเป็นรีวิวที่สั้นมากก็ตาม
 
บาร์เซโลน่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนจากทุกที่อาจจะตั้งแต่เมื่อครั้งเก่าก่อน จวบจนกระทั่งสมัยนี้ที่ดึงดูดผู้คนจากทุกที่ทั่วโลกให้เดินทางมา เมืองนี้ช่างให้บรรยากาศที่แตกต่างพอสมควรกับเมืองมาดริด อากาศดีกว่า ผู้คนดูสดใสกว่า และจะเห็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองของพวกเขาอยู่ทุกที่ตลอดเวลา ช่างเป็นข้อสังเกตุที่ชวนค้นหาเป็นอย่างยิ่ง และนั่นอาจเป็นเพราะพวกเขาเพิ่งเฉลิมลองวันชาติของชาวคาตาลันไปเพียงไม่กี่วันก่อนที่ผมจะเดินทางมาด้วยกระมัง สถานที่ท่องเที่ยวและดึงดูดตาของเมืองนี้มีหลากหลายแบบ แต่สำหรับคอบอลและผู้ที่เฝ้ามองข่าวสารความเป็นไปในประเทศนี้ จะมีสองสิ่งที่ดึงดูดสายตาและความสนใจนั่นคือสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่าอันเกรียงไกร และการต่อสู้ปลดแอกตัวเองของชาวคาตาลันจากสเปน
 
 
…....การเดินทางมาบาร์เซโลน่าเมืองเอกของคาตาลันของผมมันช่างทรหดสุดๆเพราะต้องเดินแบกเป้ที่หนักร่วมสิบกิโลอยู่หลายชั่วโมงระหว่างเดินทางจากมาดริดมาบาร์เซโลน่าเพื่อเช็คอินเข้าพักในโรงแรมที่มีเตียงแปดอันอยู่ในห้องเดียวกัน และแน่นอนการเดินทางคนเดียวจะมีอะไรเล่าที่สำคัญไปกว่าการใช้จ่ายให้ประหยัดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
 
เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางรอบนี้คือเมื่อผมดันลืมเปิดโรมมิ่งโทรศัพท์มือถือไว้ จึงทำให้รับรหัสผ่านเพื่อซื้อตั๋วบอลคู่หยุดโลกระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ รีล มาดริด ที่เหลือห้าใบสุดท้ายไม่ได้ ผมอยากจะดูแมตช์นี้เหลือเกิน อยากจะรู้ว่าอารมณ์เชียร์อย่างดุเดือดเลือดพล่านของคู่เอกคู่นี้มันเป็นอย่างไร ไอ้ที่เขาบอกว่าคู่นี้มันไม่ใช่แค่แมตช์ระหว่างทีมใหญ่ธรรมดาแต่มันคือแมตช์แห่งการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองระหว่างเมืองหลวงของสเปน กับ คาตาลันผู้ไม่ยอมแพ้ มันจะให้ความรู้สึกถึงอกถึงใจเพียงใด อย่างไรก็ตามผมมีโอกาสได้ดูฟุตบอลแมตช์นี้ที่ร้านอาหารของโรงแรม ผมบอกได้คำเดียวว่าเชียร์กันมันสุดลิ่มทิ่มแทงใจสุดๆ
 
ผมก็ได้ไปเดินเตร็ดเตร่ในเมืองเพื่อชื่นชมบรรยากาศและแน่นอนแวะไปสนามคัมป์นูอันโด่งดังของบาร์เซโลน่าในวันที่ไม่มีการแข่งขัน แต่กระนั้นมันก็ให้รู้สึกยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ "บาร์เซโลน่าเป็นมากกว่าสโมสร" เป็นคำขวัญที่ขนหัวลุกจริงๆเมื่อย่างกรายเข้าสู่สนามและมองเห็น เพราะอย่างน้อยที่สุดสโมสรบาร์เซโลน่าตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดในการประกาศศักดาถึงความเกรียงไกรของชนชาตินี้ผ่านพิพิธภัณฑ์ของสโมสร และแน่นอนนี่คือหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญในการปลดแอกตัวเองของชาวคาตาลันจากสเปนและหากยังจำกันได้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา ชาวแคว้นนี้เกินล้านคนออกมาชุมนุมประกาศจุดยืนที่จะแยกตัวออกมาจากสเปน และหนึ่งในเส้นทางแห่งการชุมนุมและคล้องแขนกันของชาวคาตาลันย่อมต้องผ่านสนามฟุตบอลแห่งนี้
 
File:Camp Nou - Via Catalana - abans de l'hora P1200403.jpg
 
 
นอกจากนี้ผมมีโอกาสได้ไปดู Sagrada Familia ที่เป็นงานชิ้นเอกของ Gaudy ว่ากันว่า ท่าน Gaudy อุทิศตัวให้กับศาสนามากมาย และที่แน่นอนที่สุดคือความเป็นคนชาตินิยมคาตาลัน ในระดับสุดลิ่มทิ่มประตูคนนึงตามบันทึกที่ได้เขียนไว้
 
ย่านที่สำคัญที่สุดในเมืองคือย่าน La Rambla อันโด่งดัง นอกจากจะเป็นถนนแห่งนักท่องเที่ยวและการชอปปิ้งแล้ว ที่นี่ยังเป็นย่านที่มีอาหารฮาลาลและมัสยิดซ่อนอยู่ ให้น่าเชื่อได้ว่า มัสยิดมักจะมีอยู่ทุกที่ตามเมืองใหญ่เท่าที่นึกออก เช่น Madrid, Paris, Guangzhou หรือกระทั่ง Ho Chi Minh City และที่สำคัญมันมักจะตั้งอยู่ใจกลางเมือง ฉนั้น อิสลามิกชนผู้รักการท่องเที่ยว อย่าได้เกรงกลัวการเดินทางไปเลย
 
เมื่อมีโอกาศเข้าห้องน้ำของมัสยิดก็จงใช้ทุกๆโอกาสที่มีให้เป็นประโยชน์ เพราะข้อเสียอย่างหนึ่งของวัฒนธรรมตะวันตกคือการไม่ล้างก้นด้วยน้ำแต่เป็นทิชชูแทน การเช็ดด้วยทิชชูไม่เคยทำให้ผมรู้สึกสบายใจเลยสักครั้ง เพราะเหมือนมีความรู้สึกค้างคาอยู่ตลอดเวลา แต่ให้โชคดีอยู่ว่ามัสยิดแห่งนี้มีที่ฉีดก้น ผมเลยเข้าห้องน้ำอย่างมีความสุข แต่ด้วยอุณหภูมิน้ำที่เย็นเฉียบ การบรรจงฉีดก้นมันให้ความรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงไปถึงลำไส้เล็กกันเลยทีเดียว
 
ทางผ่านจากมัสยิดไปสู่ย่านนักท่องเที่ยวนั้นเป็นสถานที่ตั้งของย่านน้องอนงค์นางที่ยืนชวนขึ้นสวรรค์อยู่เต็มไปหมด ผมเองมักจะต้องข่มใจเข้าสู้และหลับตาเดินผ่านไปอย่างรีบเร่ง ถึงแม้จะมีจังหวะแอบชําเลืองตามองบ้างเป็นระยะก็ตาม
 
ทุกๆวันที่อยู่บาร์เซโลน่า ผมมักจะมานั่งอาบแดดสังเกตุเมืองและผู้คนอยู่ในสวนสาธารณะใกล้ๆถนน La Rambla  ทุกๆวันที่ผมนั่งมักจะมีหนุ่มฟินแลนด์คนนึงที่ไม่รู้ถูกฉโลกกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาชื่อ มีโก เป็นนักท่องเที่ยวประเภทอยูไปเรื่อยๆ มีตังค์ก็อยู่ ไม่มีก็กลับ เขานั่งไถบุหรี่ผมอยู่ตลอดเวลา และผมก็บ้าจี้ให้บุหรี่ในทุกๆครั้งที่ขอ หน้าตาผมคงใจดีมาก เพราะไม่ว่าไปที่ไหนก็จะมีคนไถบุหรี่ตลอดเวลาเสียทุกที่ไม่เว้นแม้แต่ที่เมืองเมกกะ
 
'Family! Freedom Catalonia.'
 
อันที่จริงแล้ว ผมมีโจทย์ในใจ และเป็นโจทย์ที่พี่น้องผองเพื่อนหลายคน ตั้งไว้ว่า ไอ้ขบวนการเคลื่อนไหวของชาวคาตาลัน มันเป็นยังไง ผมอยู่ที่นี่สักพัก ผมก็ไม่ได้เห็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ซับซ้อนขนาดนั้น อาจะเพราะเดินทางมาท่องเที่ยวจึงมิอาจเห็นได้มากมายถึงเพียงนั้น แต่ความรู้สึกบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของทุกๆคนที่นี่ ความเป็นคาตาลันมันให้ความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนจับต้องได้ และเข้าถึงได้ง่าย เดินไปเดินมารอบเมือง ผมรู้สึกถึงมันเองว่าที่นี่คือคาตาลัน มันไม่ใช่สเปน ผ่านแววตาอันเบิกบาน และเป็นมิตรของคนที่นี่ ผ่านธงคาตาลันที่โบกสะบัดอยู่ทุกๆที่ในเมือง และเมื่อล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายของตัวเองแล้วก็พบว่า มีสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ความเป็นคาตาลันบรรจุอยู่เต็มไปหมดในกระเป๋า........
 
หากมีโอกาส ตอนหน้าผมจะเล่าเรื่องตอนแวะไปเที่ยวเมืองมาดริดและโตเลโด้