Skip to main content

 Fauz Peace

                                                    

         ก่อนวันที่ 1 รอมฏอน 1435 แห่งฮิจเราะฮ์ศักราชที่ผ่านมา ได้เกิดกลุ่มที่ชื่อว่า  Islamic State Iraq & Syria (ISIS) หรือ Islamic State Iraq & Lavant (ISIL)   ซึ่งก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยมีชื่อว่า Ad-daulah islamiah Iraq  ชาวตะวันตกจะเรียกพวกเขาว่า Islamic state Iraq (ISI)

 

          จำเป็นที่เราจะต้องย้อนกลับไปยังผู้ที่ริเริ่มแห่งความคิดเสียก่อน นั่นคือ ท่านอาบู มุสอับ อัซซัรกอวีย์   ชื่อเดิมของท่านคือ อะหมัด ฟัดลี นัซซัล อัลคาลัยละห์ เกิดที่เมือง ซัรกอ จอร์แดน ในปี 1966 เมื่อตอนอายุได้ 23 ปี ท่านได้เดินทางไปยังประเทศอัฟกานิสถาน เพื่อเข้าทำการต่อสู้กับสหภาพโซเวียต ภายใต้การนำของกลุ่มตอลีบันและในที่นั่นเองท่านก็ได้รู้จักกับเหล่ามุจาฮีดีน จากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งท่านอาบู มุฮัมหมัด อัลมักดีซี และอุซามะห์ บิน ลาเดน

                                                                        

        [เชค อาบูมุสอับ อัซซัรกอวีย์]

          ซัรกอวีย์ คือมุจาฮิด ที่เคยทำการต่อสู้เคียงข้างบ่าเคียงไหล่เชค อับดุลลอฮ อัซซัม ที่อัฟกานิสถาน ในการขับไล่ สหภาพโซเวียตออกจากประเทศอัฟกานิสถาน หลังจากการสิ้นสุดสงคราม สหภาพโซเวียตก็ได้ยกทัพออกจากอัฟกานิสถานในที่สุด

 

        และในปี 1992 เชคซัรกอวีย์ ก็ได้เดินทางกลับมายังจอร์แดนบ้านเกิดของเขาอีกครั้ง เมื่อมาถึง ท่านรู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ทราบข่าวว่า กษัตริย์ ฮุซเซน ได้ทำสนธิสัญญาสันติภาพกับอิสราเอล ตลอดจนให้การยอมรับความเป็นรัฐของอิสราเอล และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อท่านได้รู้ว่า กลุ่มอิควาน มุสลีมูน (ภาราดรภาพมุสลิม) ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยต่อต้าน กษัตริย์ ฮุสเซน แปรเปลี่ยนหันมาสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล

                                                                  

[กษัตริย์ ฮุสเซน จอร์แดน]

            เชคซัรกอวีย์ ก็เลยทำการรวบรวมอดีตเหล่ามุจาฮีดีน ที่เคยร่วมรบด้วยกันที่สมรภูมิอัฟกันรวมทั้งเหล่าสมาชิกกลุ่มอิควาน มุสลีมูน บางคนที่ปฎิเสธการทำสนธิสัญญาสันติภาพ กับ อิสราเอล มาร่วมกันก่อตั้งกลุ่ม บัยตุล อัลอิมาม และเป็นกลุ่มที่มีท่าทีที่ต่อต้านรัฐบาลจอร์แดน อย่างชัดเจนในสมัยนั้น และในปี 1994  เหล่าสมาชิก บัยตุล อัล อิมาม ก็โดนจับในข้อหากบฏและครอบครองอาวุธสงครามประกอบกับการมีความคิดที่จะพยายามล้มล้างรัฐบาล พวกเขาจึงถูกส่งตัวเข้าไปกักขังในเรือนจำเฉพาะ ที่ฆูรุน ซาวากอฮ และในที่นั้นนั่นเอง เชคอัซซัรกอวีย์ ก็ได้มีโอกาส เรียนรู้ตำราศาสนาอย่างเข้มข้นเพิ่มเติมมากขึ้นอีก จนในเวลาต่อมาด้วยกับบุคลิกนิสัยของท่านที่เป็นผู้ที่มีจิตใจหึกเหิมแห่งนักสู้ ท่านจึงถูกเลือกเป็นผู้นำในนั้น

          

            ปี 1994 กษัตริย์ ฮุสเซน ได้ปลดปล่อยให้เป็นอิสระสำหรับนักโทษทางการเมือง เชคอัซซัรกอวีย์ ก็ได้เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับอิสระอีกครั้ง หลังจากนั้นเชคซัรกอวีย์ จึงได้คิดที่จะไปช่วยชาวเชสเนีย ที่กำลังถูกกระทำทารุณโดย รัฐบาลคอมมิวนิสต์ รัสเซีย แต่ในระหว่างทาง เขาถูกทางการปากีสถานจับตัวไว้ได้เสียก่อนและต้องเข้าไปถูกกักขังอยู่ในเรือนจำอีกครั้ง  แต่ด้วยความฉลาดเฉลียวของท่าน 1 สัปดาห์หลังจากนั้น ท่านสามารถหลบหนีออกจากคุกมาได้ และท่านก็ได้เดินทางไปหลบภัยอยู่ที่อัฟกานิสถาน  และที่เมืองเฮรัต ชายแดน อัฟกานิสถาน -อิหร่าน อาบูมุสอับ อัซซัรกอวีย์ ได้เปิดค่ายฝึกฝนนักรบ มุจาฮีดีน ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างนักรบ ที่สามารถจะส่งไปได้ทุกพื้นที่ของชาวมุสลิมกำลังถูกข่มเหงรังแก

 

            ตอนเริ่มต้นสิ่งที่เชคซัรกอวีย์ กำลังทำอยู่นั้น ไม่เป็นที่พอใจสำหรับตอลีบันหรือ อัลกออิดะห์ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามการตัดสินใจของ อาบู มุสอับ อัซซัรกอวีย์ โดยแรกเริ่มนั้นเขาสมาชิกมีแค่ 17 คนเท่านั้นเอง แต่เพียงแค่ระยะเวลา 1 ปี ให้หลัง กองกำลังของซัรกอวีย์นั้นก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 300 คนเลยทีเดียว

 

               ปี 2001 อเมริกาได้ยกกองกำลังบุกเข้าอัฟกานิสถาน เพื่อทำการกวาดล้างกลุ่มตอลีบัน เชคซัรกอวีย์ ก็ได้เข้าทำการช่วยเหลือ กลุ่มตอลีบัน แต่ก็ไม่สำเร็จและประสบกับความพ่ายแพ้ จนในที่สุดเมืองกันดาฮาร์ ก็ต้องตกไปอยู่ในมืออเมริกา   และแล้วซัรกอวีย์ จึงตัดสินใจกลับเมืองเฮรัต พรมแดน อัฟกัน-อิหร่านอีกครั้ง เพื่อเริ่มวางแผน ในยุทธศาสตร์ใหม่ หลังจากนั้นกลุ่มซัรกอวีย์ ก็ได้เดินทางกลับมายังประเทศอิรัก เพราะเขาเชื่อว่าอเมริกานั้น จะต้องทำการบุกเข้ามาอิรัคอย่างแน่นอนในไม่ช้า และที่อิรัก ซัรกอวีย์ ก็ได้ จัดตั้งกลุ่มมุจาฮีดีน ที่มีชื่อว่า "เตาฮีด วัล จีฮาด" ขึ้นมา  เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เตาฮีด วัล จีฮาด รวบรวมนักรบได้ ถึง 5,000 คนเลยทีเดียว

         

           

       [ธงเตาฮีด วัล จีฮาดที่นำโดย อาบู มุสอับ อัซซัรกอวีย์]

      สิ่งที่เขาคาดคิดเอาไว้ได้เป็นเช่นนั้นจริงๆ ในปี 2003 อเมริกา ยกกองกำลังบุกเข้าโจมตีประเทศอิรัก เพื่อล้มรัฐบาลของซัดดัม ฮุสเซน และทำการยึดบ่อน้ำมันไว้ในการครอบครอง ด้วยเพียงเวลาระยะไม่นานของการสู้รบ รัฐบาล ซัดดัม ฮุสเซน ก็ต้องพ่ายแพ้กับการต่อสู้ดังกล่าว เพราะทหารส่วนใหญ่นั้นเป็นชาวชีอะห์ที่มีเกลียดชังซัดดัม ซึ่งเป็นชาวซุนนีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นั่นเอง

     หลังจาก รัฐบาลซัดดัม ล่มสลาย อเมริกาจึงได้จัดตั้งให้กลุ่ม ชีอะห์ ขึ้นเป็นรัฐาลแทน

หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนก็เกิดการต่อต้านอเมริกา และรัฐบาลชีอะห์ในประเทศขึ้น ซึ่งกลุ่มที่ต่อต้านนั้น มีกลุ่มเตาฮีด วัลจีฮาด ที่นำโดย ซัรกอวีย์ รวมอยู่ด้วย และกลุ่มเล็กๆ อื่นๆก็ได้สลายตัว เข้ามาร่วมกับกลุ่ม เตาฮีด วัล จีฮาดเช่นกันในช่วงนั้น

 

           ในปี 2004 เพื่อที่เพิ่มศักยภาพและพลังในการรบรากับศัตรู “เตาฮีด วัล จีฮาด” ก็สลายกลุ่มเข้าร่วมกับ กลุ่มอัลกออิดะห์ ที่ตอนนั้นอยู่ภายใต้ การนำของ เชคอุซามะห์ บิน ลาเดน และ กลุ่ม เตาฮีด วัล จีฮาด ก็ได้เปลี่ยน ชื่อเป็น อัลกออิดะห์ ฟีบีลาดิรรอฟีดัยน์ หรือ อัลกออิดะห์ ในดินแดนสองแม่น้ำ(อิรัก) และช่วงนั้นเอง ทำให้ นักรบอัลกออิดะห์ จากทั่วทุกมุมโลก ก็ได้หลั่งไหลเข้ามาสู่ อิรัก เพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มอัลกออิดะห์ ที่นำโดย เชคซัรกอวีย์ มากขึ้น

[อัลกออิดะห์ ฟีบิลาดิรรอฟีดัยน์]

            ซัรกอวีย์ ไม่ได้หยุดความหวังของเขาไว้เพียงแค่นั้น แต่เขากลับคิดที่จะรื้อฟื้นระบบคีลาฟะห์ ขึ้นมาอีกครั้ง !!!

         เมื่อ 25 เมษา 2006 ด้วยความแข่งแกร่ง ของกองกำลัง ที่มี จำนวน 2 หมื่นกว่าคน เขาจึงได้ทำการเชิญชวนกลุ่มใหญ่ๆเข้ามา เพื่อทำการสถาปนา มัจลิส ชูรอ มุจาฮีดีน โดยผู้ที่เข้าร่วมมัจลิสแห่งนี้ มี อัลกออิดะห์ อิรัก,จัยชุตตออิฟะห์ มันศูรอ,กัตบียาน อันศอร อัตเตาฮีด วันซุนนะห์,ซารอยา อัลจีฮาด และกลุ่มเล็กๆอื่นๆ มัจลิสแห่งนี้ได้รวมตัวกลายเป็นหนึ่งภายใต้ธงผืนเดียวกัน นั่นก็คือ มัจลิสชูรอ มุจาฮีดีน (MSM) โดย ซัรกอวีย์ ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุด

[โลโก้ ของ มัจลิส ชูรอ มุจาฮีดีน]

       และด้วยพระประสงค์ ของอัลลอฮ เมื่อวันที่ 7 มิถุนา 2006 อาบู มุสอับ อัซซัรกอวีย์ ถูกโจมตีทางอากาศ และเสียชีวิต (ชาฮีด อินชาอัลลอฮ) ไกล้เมือง บากูบาอ อิรัก ทาง MSM จึงได้แต่งตั้ง เชค อาบู ฮัมซะห์ อัลมุฮาจิร ซึ่งเป็นคนที่อาหลิมที่สุดในหมู่พวกเขา ให้เป็นผู้นำต่อจาก เชคซัรกอวีย์

[เชคอาบู ฮัมซะห์ อัลมุฮาจิร]

            อาบู ฮัมซะห์ ได้นำ มัจลิส ชูรอ มุจาฮีดีน (MSM) โจมตี อเมริกาและชีอะห์ อย่างต่อเนื่อง จนไม่มีพื้นที่ไหน ที่ปลอดภัยเลยสำหรับทหาร อเมริกา และรัฐบาลชีอะห์ นอกจากโซนสีเขียวเท่านั้น นั่นคือรอบๆ กรุงแบกแดดเท่านั้น

       

       [อาบู ฮัมซะห์ อัลมุฮาจิร นำมัจลิส ชูรอ มุจาฮีดีน โจมตีรัฐบาลและอเมริกา]

 

         ความสำเร็จของ MSM สามารถเรียกนักรบ ได้มากมายจากหลายๆกลุ่ม มาเข้าร่วมกับ MSM แล้วก็หลายๆชนเผ่าในอิรัก  และด้วยความกระตือรือร้น ที่ไม่ธรรมดา ของเชค อาบูฮัมซะห์ อัลมุฮาจิร เขาจึงได้ทำการเจรจากับบรรดาแกนนำระดับสูงของ MSM และบรรดาผู้นำชนเผ่าเหล่านั้น

 

         ผลคือ วันที่ 22 ตุลา 2006 ซึ่งตรงกับ รอมฎอน 1427 มัจลิส ชูรอ มุจาฮีดีน (MSM) ได้มีการประกาศทำการสถาปนา รัฐอิสลามแห่งอิรัก (ISI) และรัฐอิสลามอิรักได้ประกาศดินแดน นั่นก้อคือ แบกแดด,อัลอันบาร,ดียาลา,คีร์คุก,ซอลาฮุดดีน,นินาวา,บาบิล และ อัลวาสาต  จากนั้นผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำ MSM ก็ไม่ได้รับตำแหน่ง คีลาฟะห์ หรือ อามีรุลมุมีนีน แต่อย่างใด   แต่ตำแหน่งนี้ได้ถูกมอบให้ท่านผู้หนึ่งที่มีความ อาหลิมยิ่งนัก นั่นก็คือ อาบู อุมัร อัลกุรอยชี อัลฮุซัยนี อัลบัฆดาดี ผู้ที่สืบเชื้อสายมาจาก ท่านรอซูลลอฮฮ ศ็อลฯนั่นเอง

 

                        [เชค อาบู อุมัร อัลบัฆดาดี เคาะห์ลีฟะห์ คนแรกแห่งรัฐอิสลามอิรัก]

                                                                                                              [รัฐอิสลามอิรัก ก่อตั้งขึ้นในปี 2006]

 

          หลังจากถูกแต่งตั้งเป็น อามีรุล มุมีนีน รัฐอิสลามอิรัก อาบู อุมัร อัลบัฆดาดีได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี เพื่อจัดระบบบ้านเมืองขึ้น 12 กระทรวงด้วยกัน และ อาบู ฮัมซะห์ อัลมุฮาจิร ก็ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม (สงคราม)

 

          ท่านอุซามะห์ บินลาเดน มีความยินดีเป็นอย่างมากกับการประกาศ รัฐอิสลามอิรักในครั้งนี้ และท่านได้กล่าวว่า "ซัรกอวีย์ มาพร้อมกับกลุ่มเล็กๆที่เต็มไปด้วยมุมีนีน ก่อนหน้านี้ เขามีแค่ 17 คนเท่านั้นไม่ไช่ 17 กองทัพ และจากนั้นพวกเขาได้ทำการสัตยาบันในหมู่พวกเขา ทำการสัญญาต่ออัลลอฮ ว่าจะพิทักษ์ศาสนานี้ไปจนวันตาย พวกเขาเหล่านี้คือลูกผู้ชายตัวจริง และลูกผู้ชายตัวจริงนั้นช่างมีจำนวนน้อยเหลือเกิน"

          เชคอัซซอวาฮีรี ตัวแทน และโฆษก อุซามะห์ บินลาเดนได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "นับตั่งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีอีกแล้วอัลกออิดะห์อิรัก เพราะได้สลายเข้าร่วมอยู่ภายใต้ร่มรัฐอิสลามอิรักอย่างเป็นทางการ ขอให้อัลลอฮ ทรงปกป้องพวกเขาด้วย อามีนชมคลิป : https://www.youtube.com/watch?v=ZAQQHsbbeh8

 

           เดือน เมษา 2007 อาบู อดัม อัลมักดีซี มุจาฮีดีน จากปาเลสใตน์ ถูกเสนอตัว เพื่ออธิบายและชี้แจง ถึงสภาพการในอิรัก เขาได้บอกว่า เป้าหมายที่ก่อตั้งรัฐอิสลาม ก็เพื่อการสถาปนาระบอบคีลาฟะห์ อิสลามียะห์ อย่างครอบคลุมและทั่วถึง และปลดปล่อย ปาเลสใตน์ในท้ายสุดนั่นเอง

              กล่าวว่า มุจาฮีดีนรัฐอิสลามนั้น พยายามระมัดระวังที่ไม่ไห้เกิดการปะทะขึ้น ในพื้นที่ที่มีพลเรือน เว้นแต่ สถานการณ์บังคับจริงๆเท่านั้น พวกเขาจะไม่ปะทะ หรือ สร้างคาร์บอมบ์ ในตลาด,แหล่งชุมนุม ยกเว้นที่เกิดจากศัตรูที่พยายาม ใส่ร้ายว่าพวกเขาเป็นฝ่ายกระทำเท่านั้น

            ส่วนอเมริกาและรัฐบาลชีอะห์อิรัก ก็หัวเสียเป็นอย่างยิ่งเมื่อทราบข่าวการประกาศสถาปนารัฐอิสลามอิรัก ISI โดย มัจลิส ชูรอ มุจาฮีดีน

                และแล้วช่วงกลางปี 2007 กองทัพ อเมริกา ก็ได้เปิดการปฎิบัติการครั้งใหญ่ที่พวกเขาเรียกว่า "ARROWHEAD RIPPER" โดยมีรัฐบาลชีอะห์ คอยให้การช่วยเหลือ และกว่าหนึ่งหมื่นนายทหารของกองทัพ อเมริกา บุกเข้าโจมตีศูนย์โคมานโดของรัฐอิสลามอิรัก ในจังหวัด ดียาล่า ทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ  การปฏิบัติการคร่าชีวิตพลเรือนในครั้งนั้นไม่ได้ประสบผลสำเร็จแต่อย่างใดเลย ซ้ำกลับได้รับล้มเหลวในการกวาดล้างรัฐอิสลามอิรัก มิหนำซ้ำอเมริกาต้องประสบกับการสูญเสียเป็นอย่างมากเลยทีเดียว   กว่าหลายร้อยชีวิตของทหารอเมริกา ต้องดับชีพลงและกว่าพันคนต้องได้รับบาดเจ็บ ทางฝ่ายอเมริกากลับโทษรัฐบาลชีอะห์ ที่วางแผนไม่ดี และไม่ชัดเจนในเรื่องข้อมูลที่ได้รับ จากสายลับ เพราะรัฐอิสลามอิรักวางแผนหลอกลวง สายลับรัฐบาลชีอะห์จึงได้ข้อมูลเท็จไป

             

            ต่อมา รัฐอิสลามอิรักก็ยิ่งสร้างความลำบากใจให้กับทหารของอเมริกาและรัฐบาลชีอะห์ อิรัก ที่เป็นหุ่นเชิดของอเมริกาเป็นอย่างมาก

             หลายหลายวิธีการและหลายรูปแบบ ที่อเมริกาพยายามจะบุกเข้าทำการสังหาร เชคอาบู อุมัร อัลบัฆดาดี โดยจ้างสายลับ เพื่อค้นหาข้อมูลความลับ ด้วยรางวัลที่สูงลิ่วแต่ด้วยพระประสงค์ของอัลลอฮ สุดท้าย ในวันที่ 18 เมษา 2010 เชคอาบู อุมัร อัลบัฆดาดี ก็โดนถล่มโดยเครื่องบินขับใล่ ของอเมริกา และเสียชีวิต (ชาฮีดอินชาอัลลอฮ)

ชมคลิป 2 ปีแห่งการสถาปณารัฐอิสลามอิรักครับ : https://www.youtube.com/watch?v=jqudSPS_1zk

[เชค อาบู อุมัร อัลบัฆดาดี ตอนเสียชีวิต]

                 วันที่ 25 เมษา 2010 รัฐอิสลามอิรัก ประกาศการเสียชีวิตของ อาบู อุมัร อัลบัฆดาดี พร้อมกับทำการประกาศในครั้งนั้นด้วยว่า เชค อาบู บากัร อัลบัฆดาดี จะเป็นเคาะห์ลีฟะห์ คนใหม่คราต่อไป

[เชค อาบู บากัร อัลบัฆดาดี เคาะห์ลีฟะห์ คนที่ 2 ]

 

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ  ยุค เชค อาบู บากัร อัลบัฆดาดี และการเข้าของรัฐอิสลามอิรักในประเทศซีเรีย ในตอนที่ 2 ครับ !!