กว่า2พันคนร่วมละหมาดให้“สะแปอิง บาซอ” เปิดใจลูกสาวคนโต“ทุกคนรู้ดีว่าท่านทำเพื่อโรงเรียน”

กว่า 2,000 คน ร่วมละหมาดให้“สะแปอิง บาซอ” อดีตครูใหญ่ธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา ผู้บริหารยืนยันการสูญเสียไม่กระทบโรงเรียน ศิษย์เก่าชี้เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ มัสยิดที่ยะรังจัดละหมาดอีกครั้งพรุ่งนี้ มาราปาตานีร่วมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย เปิดใจลูกสาวคนโต “ทุกคนรู้ดีว่าท่านทำเพื่อโรงเรียน”

 

กว่า 2 พันคน ร่วมละหมาดให้สะแปอิง บาซอ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 มกราคม 2560 ที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมือง จ.ยะลา ชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมศิษย์เก่าและนักเรียนโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ประมาณ 2,000 คน ได้ร่วมพิธีละหมาดฆออิบหรือการละหมาดศพโดยไม่มีศพอยู่ตรงหน้า นายสะแปอิง บาซอ อดีตครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ หรือหะยีซาฟีอีน เบ็ญอับดุลเราะห์มาน​ที่เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2560 ที่ประเทศมาเลเซียในวัย 81 ปี ด้วยอาการติดเชื้อในปอด ซึ่งญาติได้ทำพิธีทางศาสนาและฝังศพไปแล้วที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ในพิธีมีบุคคลสำคัญๆมาร่วมจำนวนมาก เช่น นายสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลาซึ่งเป็นผู้นำละหมาด นายนัจมูดิน อูมา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาสใน รวมทั้งนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลาก็มาร่วมในพิธีด้วย

เป็นอิหม่ามมัสยิดตะลาฆอสะมีลัน

ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้งจากครอบครัวของนายสะแปอิงว่า นายสะแปอิงซึ่งมีตำแหน่งเป็นโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดตะลาฆอสะมีลัน หมู่ที่ 4 บ้านต้นมะขาม ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานีอยู่ด้วยนั้นได้ถึงแก่กรรมลงแล้ว และได้กำหนดละหมาดฆออิบในวันอังคาร ที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 10.00 น. ณ มัสยิดตะลาฆอสะมีลัน

ทางนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี จึงออกหนังสือเรียนเชิญประธานชมรมอิหม่ามทุกอำเภอในจังหวัดปัตตานีได้ประสานงานกับโต๊ะอิหม่ามในเขตอำเภอของตัวเองมาร่วมร่วมละหมาดฆออิบในวันเวลาดังกล่าวมัสยิดละ 10 คน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าบางมัสยิดใน อ.ยะรัง จ.ปัตตานีได้มีการละหมาดฆออิบไปก่อนแล้วหลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของนายสะแปอิง

ผู้จัดการยืนยันไม่กระทบโรงเรียน

นายอับดุลรอห์มาน ตูปะ ผู้จัดการโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ กล่าวว่า การเสียชีวิตของนายสะแปอิงจะไม่ส่งกระทบต่อโรงเรียน เพราะโรงเรียนอยู่ภายใต้มูลนิธิ ซึ่งมีคณะกรรมการ 19 คน ทำหน้าที่บริหารโรงเรียน ซึ่งผู้บริหารเหล่านี้จะบริหารโดยคำนึงคุณภาพของการศึกษาเป็นหลัก เพราะปัจจุบันเป็นยุคที่คนต้องการเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ

นายอับดุลรอห์มาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางโรงเรียนธรรมได้ยกระดับคุณภาพการศึกษามาตลอด เห็นได้จากเมื่อปีที่แล้วมีนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถสอบเข้าในมหาวิทยาลัยถึง 86 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นจำนวนประมาณ 800 คนจากทั้งหมด ส่วนที่เหลือบางคนไปศึกษาต่างประเทศ บางคนเรียนศาสนาอย่างเดียว

“แผนในอนาคตของโรงเรียนธรรมฯ จะมีการเปิดแผนกอิสลามและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เพื่อที่จะผลิตนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรและแพทย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะในพื้นที่ยังขาดนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรและแพทย์ แต่มีคนที่เรียนจบทางด้านศาสนาเยอะแล้ว” นายอับดุลรอห์มาน กล่าว

ศิษย์เก่าร่วมอาลัย ชี้เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่

นายอับดุลเราะมัน มอลอ ผู้ประสานงานสมาคมศิษย์เก่าอิสลามวิทยามูลนิธิ กล่าวว่า การสูญเสียอาเยาะ(นายสะแปอิง บาซอ) เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ สมัยเรียนที่โรงเรียนธรรมฯเวลาเดินตามหลังอาเยาะ เมื่ออาเยาะเห็นขยะ อาเยาะก็เก็บด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ได้สั่งให้นักเรียนเก็บแต่อย่างใด เพราะอาเยาะสอนนักเรียนด้วยการปฏิบัติให้นักเรียนดู แล้วนักเรียนก็จะปฏิบัติตามเอง สมัยอาเยาะบริหารโรงเรียนธรรมฯ มีระเบียบวินัยอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ค่อยๆหายไป

“การจากไปของอาเยาะ เป็นการจากไปเพียงร่างกายเท่านั้น แต่จิตวิญญาณและความคาดหวังของอาเยาะรอให้ลูกๆได้สานต่อ” นายอับดุลเราะมัน

นายอับดุลเราะมัน กล่าวอีกว่า อาเยาะได้ได้ฝากเสมอว่าขอให้เราอยู่ในกฎระเบียบและดำรงไว้ซึ่งความดี และต้องเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นสังคมที่ดี สิ่งนี้คือสิ่งที่อิสลามวิทยามูลนิธิต้องสืบถอดต่อไป

นายอับดุลเราะมัน กล่าวว่า ในแง่การเมือง เป็นสิ่งที่ตอบยากว่าการเสียชีวิตของอาเยาะนั้นส่งผลกระทบต่อการพูดคุยสันติภาพหรือเปล่า เพราะตนคิดว่ากลุ่มคนที่เคลื่อนไหวก็มีโครงสร้างของเขาอยู่แล้ว

“เรายังไม่รู้เลยว่าอาเยาะอยู่ส่วนไหนของขบวนการ ไม่มีหลักฐาน แม้แต่ชิ้นเดียวที่จะยืนยันว่าอาเยาะอยู่ในขบวนการ ดังนั้นอาเยาะอาจจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรเหล่านี้ก็ได้ หรือ หากมีส่วนเกี่ยวข้อง องค์กรเหล่านี้ไม่ได้ผูกมัดกับคนคนเดียวเท่านั้น” นายอับดุลเราะมัน กล่าว

มาราปาตานีร่วมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย

ขณะที่อาบูฮาฟิส อัลฮากีม จากกลุ่มมาราปาตานี ก็ได้ออกสารแสดงเสียใจต่อการสูญเสียนายสะแปอิงในนามมาราปาตานีด้วยว่า “พวกเราขอไว้อาลัยต่อการจากไปของนักต่อสู้ชั้นนำ และนักปราชญ์ท่านหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญด้านการศึกษา ทั้งมีความเสียสละเพื่อศาสนาเชื้อชาติและมาตุภูม พวกเราขอดุอาอ์ขอให้ท่านได้อยู่ร่วมกับบรรดานบี ผู้พลีชีพในหนทางของอัลลอฮ รวมทั้งผู้ประกอบการดีทั้งหลาย อามีน”

เปิดใจลูกสาวคนโต “ทุกคนรู้ดีว่าท่านทำเพื่อโรงเรียน”

ก่อนหน้านี้ สำนักสื่อวารตานี Wartani ได้เผยแพร่คำสัมภาษณ์ลูกสาวคนโตของนายสะแปอิง ชื่อ ดีนา เกี่ยวกับการเสียชีวิตของบิดาว่า

ตนพร้อมน้องชายชื่อซัลมานและคนสุดท้องชื่อบูซรอ ยืนยันว่า พ่อเสียชีวิตที่ประทศมาเลเซีย วันอังคารที่ 10 มกราคมที่ผ่านมาที่โรงพยาบาล เวลา 15.00 น. เนื่องจากไม่สบาย ด้วยตัวเขาเองก็แก่มากแล้ว อายุ 81 ปี

“ในส่วนของพวกเรานั้นคิดว่าเขาไปสบายแล้ว ท่านเองก็ทำดีอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้กลับบ้านก็ไม่เป็นไร ในส่วนของครอบครัวนั้นก็ได้อ่านTahlin อ่าน Kulhu (บทสวด) ต่างคนต่างปฏิบัติ”

ดีนากล่าวด้วยว่า หลังจากทุกคนทราบข่าวการเสียชีวิต จึงอยากละหมาดฆออิบด้วย เพราะได้คุยกับทางโรงเรียนแล้ว เนื่องจากอุสตาซสะแปอิงมีลูกศิษย์มากมาย ทุกคนจึงอยากให้มีการละหมาดฆออิบที่โรงเรียน เวลา 9 โมงเช้า

“เท่าที่พวกเราทราบมานั้น ชีวิตเขา เขาทำทุกอย่างเพื่อโรงเรียน เพื่อทุกคน เท่าที่ดิฉันรู้คือในใจเขานั้นไม่ได้คิดอะไรเลย นอกจากเรื่องโรงเรียน เรื่องการเรียน การสอน จนบางครั้งเรารู้สึกว่าท่านให้ความสำคัญกับเรื่องโรงเรียนมากกว่าเรื่องครอบครัวเสียอีก”

“หลายปีที่ท่านอยู่ตรงนั้น ถ้าให้ถามนักเรียน ลูกศิษย์ ก็คงรู้จักว่าอุสตาซเป็นอย่างไร ดิฉันไม่ต้องอธิบายมาก เพราะทุกคนจะรู้จักว่าท่านเป็นอย่างไร แบบไหนและจริงจังขนาดไหนกับเรื่องโรงเรียน” ดีนา กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สะแปอิง บาซอ”อดีตครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ เสียชีวิตแล้วที่มาเลเซีย ครอบครัวยืนยัน

เปิดชีวประวัติ อุสตาซ สะแปอิง บาซอ