เตรียมจัดงาน Melayu Day@Yala ครั้งที่ 4 อย่างยิ่งใหญ่ มาเลย์-อินโดร่วมแสดงศิลปวัฒนธรรมมลายู

เทศบาลนครยะลาแถลงข่าวงาน Melayu Day@Yala ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2560 ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ในปีนี้สถานกงสุลใหญ่มาเลเซียและสถานกงสุลอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลานำคณะใหญ่ทั้งศิลปวัฒนธรรม นักธุรกิจของทั้งสองประเทศมาร่วมงานเพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมมลายูและร่วมอนุรักษ์ประเพณีอันดีงาม

เมื่อเวลา 09:30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย Mohd Afandi Abubakar กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา Mr.Triyoko Jatmiko กงสุลอินโดนีเซีย ประจำจังหวัดสงขลา นางสาวลิปิการณ์ กำลังชัย วัฒนธรรมจังหวัดยะลา และนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน Melayu Day@Yala ครั้งที่ 4 ระหว่าง วันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2560 ณ สนามโรงพิธีช้างเผือกเทศบาลนครยะลา เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมมลายู

นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า แนวโน้มในการท่องเที่ยวในจังหวัดยะลา ส่วนใหญ่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ขณะนี้มีการพัฒนาท่องเที่ยวมากมายเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมจังหวัดยะลา ปีหนึ่งมีนักท่องเที่ยวมายะลาประมาณ 140,000 คน มีทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาเที่ยว ในปัจจุบันก็ยังมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เบตงแต่ไม่ได้มาเบตงอย่างเดี่ยวที่ยะลาเขาก็ลงมาเที่ยวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอำเภอเมืองยะลาก็จะต้องมีการพัฒนาสถานภาพเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของที่พัก อาหาร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

“เทศบาลนครยะลาคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจึงมีการดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทุกพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายกับนักท่องเที่ยว การจัดงาน Melayu Day@Yala นี้ นอกจากจะเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมมลายูแล้ว ก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเพื่อให้ประชาชนมีรายได้เสริม เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดและเป็นที่น่าจดจำของนักท่องเที่ยวที่ได้มาเที่ยวชม รวมทั้งเสริมสร้างความรักความสามัคคีให้กับคนในพื้นที่อีกด้วย” ผูว่าราชการจังหวัดยะลากล่าว

ยะลาเตรียมเปิดรับคนทุกสารทิศและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

นายพงษ์ศักดิ์  ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดเผยว่า ด้วยจังหวัดยะลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชาชนดำเนินชีวิตด้วยวิถี และวัฒนธรรมมลายูมาอย่างยาวนาน ทั้งในเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา อาหารการกิน การแต่งกาย ที่มีเอกลักษณ์โดเด่น แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างผสมกลมกลืน ซึ่งเทศบาลนครยะลากำหนดให้เป็นหนึ่งในนโยบายที่เสริมสร้างความสมานฉันท์ในสังคมให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างได้อย่างสันติสุขจึง

“งาน Melayu Day@Yala จัดขึ้นเพื่อเปิดกว้างให้จังหวัดอื่นๆ ในประเทศ และประเทศต่างๆ เข้ามาร่วมงาน และในปีนี้จะเป็นการเปิดพื้นที่นครยะลาให้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมมลายูภายใต้แนวคิดการสร้างสังคมสมานฉันท์ หรือ Harmonized City ซึ่งทางกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาและกงสุลอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลาได้มีส่วนร่วมในการจัดงานในครั้งนี้ด้วย” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่าในปีนี้จะมีการจัดที่ยิ่งใหญ่กว่าปีที่แล้วๆ มาเป็นการจัดงานเพื่อรวบรวมงานและเผยแพร่วัฒนธรรมมลายูในท้องถิ่นให้ประชาชนได้รับรู้และมีส่วนร่วม โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การสัมมนาโลกมลายู การแข่งขันและประกวดว่าว ขบวนแห่ช้างและวัฒนธรรมมลายู การแข่งขันงานด้านวิชาการ อาทิ การประกวดกล่าวสุนทรพจน์ไทย-มลายู การประกวดอนาซีด การประกวดเล่านิทานสามภาษา การประกวดเพลงคุณธรรมภาษาไทย โดยปีนี้การประกวดเพิ่มอีก 2 ประเภท คือ ประกวดการแสดงดีเกร์ฮูลู ระดับประถมศึกษา และประกวด Choral Speaking ระดับมัธยมศึกษา

นอกจากนี้ยังมีการแสดง การสาธิตการทำอาหาร นิทรรศการ และขบวนพาเหรดจากประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซียที่แสดงออกถึงประเพณีและวัฒนธรรมมลายูของทั้ง 2 ประเทศ นับว่าเป็นการเปิดประตูอาเซียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง นอกจากนี้จะได้ชมการแสดงอนาซีดจากวง Wsean วง Inteam และวง Daqmie ประเทศมาเลเซียที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

พบกับการแสดงทางวัฒนธรรมคลาสสิกจากมาเลเซีย

Mohd AFandi AbuBakar กงสุลใหญ่มาเลเชียประจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ขอขอบคุณที่ให้เกียรติมาร่วมแสดงในงานมลายูเดย์ ซึ่งเป็นถือว่าเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยมาเลเซียที่ระลึกย้อนตั้งแต่ปี 1657 ปีนี้ก็ครบ 60 ปีความสัมพันธ์ไทยมาเลเซีย

โดยการจัดมหกรรมในปีนี้ทางมาเลเซียจะขอร่วมแสดงและนำผู้เข้าร่วมงานมาประมาณ 90 คน จากหลากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานกุล สำนักงานศิลปวัฒนธรรมของรัฐตรังกานู รัฐเปรัค รัฐปาหัง รัฐเปอร์ลิส รวมทั้งชมรม สมาคมศิษย์เก่า ทางมาเลเซียเองมีความภาคภูมิใจที่จะนำเสนอวัฒนธรรมคลาสสิคและวัฒนธรรมร่วมสมัย และการแสดงสิละ รวมทั้งอาจจะมีการฉายประวัติศาสตร์ความร่วมมือระหว่างความสัมพันธ์ไทยมาเลเซีย

“มหกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการแนะนำความเป็นมลายูของคนมลายู เพราะความจริงแล้วเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ ความรักใคร่สามัคคี ความเป็นพี่น้องร่วมกัน ซึ่งเป็นที่น่ายกย่องและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมจัดงานมลายูเดย์ ทางกงสุลใหญ่มีความตั้งใจและรอคอยวันแห่งความยิ่งใหญ่นี้ที่มากกว่าปีไหนๆ และขอให้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง” Mohd AFandi AbuBakar กล่าว

เตรียมพบกับมหกรรมอาหาร และโอกาสทางธุรกิจจากอินโดนีเซีย

Mr.Triyoko Jatmiko กงสุลอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา ได้กล่าว แสดงคำขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายกเทศบาลนครยะลา และมีความภาคภูมิใจที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ และทางการอินโดนีเซียจะมาร่วมงานในครั้งนี้  104 คน โดยจะมีการจัดแสดงศิลปะต่างๆ ของอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นนาฏศิลป์มลายูและศิลปะแขนงอื่นๆ

กงสุลใหญ่อินโดนีเซียกล่าวด้วยว่า องค์กรที่จะมาร่วมงานมีทั้งมหาวิทยาลัยอิสลามของอินโดนีเซียรวมทั้งชมรมนักธุรกิจของอินโดนีเซียที่จะมาจัดแสดงอาหารหรือกิจกรรมทางธุรกิจของอินโดนีเซียด้วยซึ่งภาคภูมิใจและยินดีที่มหกรรมมลายูเดย์เกิดขึ้นที่นี่ ซึ่งมหกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นมหกรรมทางวัฒนธรรมเท่านั้นแต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปด้วย

“มหกรรมนี้สามารถส่งเสริมความรุ่งเรืองของไทยกับอินโดนีเซียและชุมชนในภูมิภาคไม่เฉพาะกับประเทศเท่านั้น แต่จะสามารถเชื่อมระหว่างชุมชนมลายูในภูมิภาค ศาสนาอิสลามและจะเชื่อมความสัมพันธ์ความเป็นพี่น้องได้เป็นอย่างดี”  กงสุลใหญ่อินโดนีเซีย กล่าว

วัฒนธรรมยะลาจัดแข่งว่าวและวัฒนธรรมที่หาดูยาก

นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย วัฒนธรรมจังหวัดยะลา กล่าวว่า ในส่วนของวัฒนธรรมจังหวัดยะลาได้นำกิจกรรมในการสร้างความเป็นพหุวัฒนธรรมแล้วก็เอามาสร้างเสริมความรักความสามัคคีให้กับประชาชนในพื้นที่ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและสมานฉันท์เพื่อเป็นการเสริมสร้างกำลังใจ และในการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมจังหวัดยะลามีการจัดมหกรรมการแข่งขันว่าว ซึ่งปีนี้มีการจัดกิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน คือ ประเภทว่าวขึ้นสูง ประเภทว่าวสวยงาม และประเภทความคิด นอกจากจะมีกิจกรรมการแข่งขันว่าวแล้ว ยังมีการแสดงในลานวัฒนธรรมและชมการแสดงมะโย่งที่ปัจจุบันหาดูได้ยาก