Save the Children มอบทุนให้ 10 องค์กร ทำโครงการเด็กเพื่อหนุนเสริมสันติวิธีในชายแดนใต้

องค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children เปิดตัว 10 องค์กรรับทุนสหภาพยุโรปทำโครงการเด็กและชุมชนเพื่อหนุนเสริมสันติวิธีในชายแดนใต้ ระยะเวลา 2 ปี โดยหวังให้ภาคประชาสังคมเข้าใจและมีศักยภาพในการปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนกับชุมชนและภาครัฐ ผู้ว่าฯยังห่วงการทำงานขององค์กรระหว่างประเทศ

Save The Children เปิดตัว 10 องค์กรiรับทุนทำโครงการเด็ก

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ที่โรงแรมปาร์วิวรีสอค์ อ.เมือง จ.ปัตตานี องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save The Children)  ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) ภายใต้การสนับสนุนสหภาพยุโรป(EU) เปิดตัวองค์ภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับทุนสนับสนุนภายใต้โครงการมีส่วนร่วมของเด็กและชุมชนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกระบวนการสันติวิธีในจังหวัดชายแดนใต้ (Local Engagement to Advocate for Peace : LAEP) ที่ผ่านคัดเลือกจำนวน 10 องค์กร

โดยเป็นทุนที่องค์การช่วยเหลือเด็กมอบให้องค์ภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นำไปดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพเด็กและเยาวชนรวมถึงหาแนวทางปกป้องเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทุนละประมาณ 30,000 – 50,000 ยูโร มีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี

10โครงการของ 10 องค์กรภาคประชาสังคม

ทั้ง 10 องค์กรและโครงการที่ผ่านคัดเลือกมีรายชื่อดังนี้

1.โครงการกลไกเฝ้าระวังปัญหาในชุมชนโดยมีการส่วนร่วมของเด็ก ของศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศวชต.นราธิวาส)

2.โครงการกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของเด็กในโรงเรียนมัธยมศึกษาเพื่อหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้ ของศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรประชาสังคมนราธิวาส

3.โครงการธรรมนูญสุขภาวะเด็กและเยาวชนเพื่อกระบวนการสร้างสันติภาพ ของสภาเด็กเพื่อสุขภาวะ

4.โครงการเสริมสร้างพัฒนาศักยภาพชุมชนต้นแบบเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กกำพร้าด้อยโอกาสและเยาวชนอย่างมีส่วนร่วมสู่สันติภาพอย่างยั่งยืน ของมูลนิธินูซันตารอเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

5.โครงการยกระดับการมีส่วนร่วม สร้างหุ้นส่วนสันติภาพของสภานักเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง)

6.โครงการลูกหลานแห่งแผ่นดิน (ANAK BHUMI) ของมูลนิธิเพื่อการเยียวยาและสร้างความสมานฉันท์ชายแดนใต้(มยส.)

7.โครงการ:สื่อสารสิทธิเด็กในพื้นที่ขัดแย้งปาตานี/ชายแดนใต้ ของโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้(DSJ)

8.โครงการ:The Street Soccer ของกลุ่มสายบุรีลุ๊คเกอร์ (Saiburi Looker)

9.โครงการ:ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อการแสดงออกอย่างสร้างสวรรค์ของเด็กและสร้างพื้นที่สันติวัฒนธรรม ของสมาคมศิลปวัฒนธรรมป่านวงเดือน

10.โครงการ:ส่งเสริมความเข้มแข็งของเด็กกำพร้า เด็กยากจน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสุขของเด็ก ของสมาคมศิษย์เก่าบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

หวังภาคประชาสังคมเข้าใจสิทธิเด็กและเยาวชน

Kim Koch ผู้อำนวยการองค์การช่วยเหลือเด็ก ประจำประเทศไทยเป็นผู้กล่าวแสดงความยินดีกับทั้ง 10 องค์กรที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการกำหนดทิศทางโครงการ ที่ประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส นักวิชาการในพื้นที่ ผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม และผู้เชี่ยวชาญด้านการการบริหารจัดการโครงการ การมีส่วนร่วม และการคุ้มครองเด็ก

Kim Koch กล่าวว่า องค์การช่วยเหลือเด็กเชื่อว่า เด็กๆทุกคนจะต้องได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะสิทธิเด็ก 4 ประการ (ได้แก่ 1. สิทธิที่จะมีชีวิตรอด 2.สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา 3.สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง 4.สิทธิที่ในการมีส่วนร่วม) โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการต่างๆที่เกิดขึ้น จะส่งเป็นประโยชน์ต่อเด็กในพื้นที่

นางสาวกนกวรรณ โมรัฐเสถียร จากมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) หนึ่งในคณะกรรมการกำหนดทิศทางผู้ร่วมพิจารณาคัดเลือกโครงการ กล่าวถึง หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกโครงการว่า ผสมผสานทั้งเนื้อหา การออกแบบที่เน้นการมีส่วนร่วมของเด็ก นโยบายคุ้มครองเด็กขององค์กร การบริหารจัดการโครงการ และการจับมือร่วมกับหน่วยงานรัฐในพื้นที่เพื่อให้เกิดความยั่งยืน อันมีจุดมุ่งหมายสร้างอนาคตอันสดใสของเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนใต้

เสริมศักยภาพภาคประชาสังคมในงานปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชน

นางสาวธิดารัตน์ ธนานันท์ หัวหน้าผู้ประสานงานองค์การช่วยเหลือเด็กสานักงานภาคใต้ (ปัตตานี) กล่าวว่า องค์การช่วยเหลือเด็กพยายามที่จะสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ให้มีความรู้ที่เกี่ยวกับสิทธิเด็กและเยาวชน เพื่อให้แต่ละองค์กรนำไปกำหนดเป็นนโยบายขององค์กรในเรื่องปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชน หวังว่าหากองค์กรภาคประชาสังคมทำงานเรื่องสิทธิเด็กและเยาวชนในวงกว้างขึ้นอาจจะมีนโยบายที่เกี่ยวกับสิทธิเด็กและเยาวชนในพื้นที่

“เป้าหมายสูงสุดขององค์การช่วยเหลือเด็กให้ทุนแก่องค์กรภาคประชาสังคม คือ เพื่อส่งเสริมสร้างศักยภาพองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ รวมถึงเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนกับชุมชนและการทำงานกับภาครัฐ” นางสาวธิดารัตน์ กล่าว

ผู้ว่าฯยังห่วงการทำงานขององค์กรระหว่างประเทศ

นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า จากการพูดคุยกับคุณ Kim คิดว่า มีความน่าเป็นห่วงในเรื่องการติดตามการดำเนินโครงการเพราะเป็นองค์กรระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีได้ฝาก 4 ข้อ 1.ต้องมีความจริงใจในการทำงาน 2.ต้องมีความตั้งใจในการทำงาน 3.ต้องมีความโปร่งใสในการทำงาน 4.ต้องทำงานอย่างรวดเร็ว เป็นไปตามแผน เพราะโครงการเหล่านี้ผลประโยชน์สูดสุดคือเด็กและเยาวชนในพื้นที่

“โครงการนี้มีความสอดคล้องกับวาระปัตตานี 12 ประการ โดยเฉพาะในการให้ความช่วยเหลือเด็ก คนพิการ คนไข้ในพระราชูปถัมภ์ นอกจากนี้ยังตอบสนองโครงการทำดีเพื่อปัตตานีของเรา” นายพงศ์เทพ กล่าว