3 นักสิทธิยื่นหนังสื่ออัยการสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

3 นักสิทธิมนุษยชนที่ถูกทางกอ.รมน.ภาค 4 สน.ฟ้องในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พบพนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี พร้อมยื่นหนังสื่อให้พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานีสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้ต้องหาและพนักงานอัยการนัดหารืออีกครั้งวันที่ 21 มีนาคม 2560

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ที่สำนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี นายสมชาย  หอมลออ ที่ปรึกษาและอดีตประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และ นางสาวอัญชนา  หีมมิหม๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ เดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีที่กรณีพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง คดีที่ กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งความหมิ่นประมาทเนื่องจากจัดพิมพ์และแจกจ่าย “รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีในจังหวัดชายแดนใต้  ปี 2557 – 2558” และนำรายงานดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ กอ.รมน. ได้รับความเสียหาย โดยสำนักงานอัยการจังหวัดปัตตานีได้ส่งตัวแทนมารับมอบหนังสือและนัดทั้ง 3 คน หารืออีกครั้งในวันที่ 21 มีนาคม 2560 นี้

ทั้งนี้ทั้งสามคน ถูกพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร(สภ.) เมืองปัตตานี สอบสวนและเห็นควรสั่งฟ้องใน 2 ข้อหาคือ  1.ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท  

2.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 

เครือข่ายประชาสังคมร่วมให้กำลังใจ

ทั้งนี้การเดินทางเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมครั้งนี้มีองค์กรภาคประชาสังคม นักสิทธิมนุษยชนจากกรุงเทพมหานคร และองค์กรระหว่างประเทศประมาณ 60 คน มาให้กำลังใจต่อผู้ต้องหาทั้ง 3 คน

นายอับดุลกอฮาร์  อาแวปูเตะ ทนายความ กล่าวว่า ในวันนี้พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนคดีส่งพนักงานอัยการและส่งสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คน กระบวนการต่อไปคือพนักงานอัยการพิจารณาสำนวนคดี

“ส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้มีหนังสือขอความเป็นธรรมให้พนักงานอัยการ เนื่องจากว่าในชั้นของพนักงานสอบสวน เราได้อ้างพยานหลักฐาน 20 คน พนักงานสอบสวนสอบสวนพยานหลักฐานของผู้ต้องหายังไม่หมด อันเนื่องมาจากเวลายืดเยื้อยาวนาว พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนและส่งให้พนักงานอัยการเลย เรามองว่าตรงนี้เราไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะในสำนวนไม่ปรากฏข้อมูลอันเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา เราเลยทำหนังสือเพื่อให้พนักงานอัยการสอบสวนเพิ่มเติมในส่วนที่เราอ้างพยานหลักฐานในชั้นพนักงานสอบสวน” นายอับดุลกอฮา กล่าว

ลำดับเหตุการณ์คดี 3 ของนักสิทธิมนุษยชนถูกฟ้องร้อง

10 กุมภาพันธ์ 2559 มีการออกรายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2557-2558 ณ วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

3 พฤษภาคม 2559 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงมอบอำนาจให้กองอำนาจการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายสมชาย หอมลออ, นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ, นางสาวอัญชนา หีมมิน๊ะห์ ในข้อหา “ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550”

11 พฤษภาคม 2559 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคที่ 4 ส่วนหน้า โดย  พันโทเศรษฐ์สิทธิ์ แก้วคูเมือง ได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ให้ดำเนินการกับ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และนักสิทธิมนุษยชนทั้งสาม ในความผิดฐาน “ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550”

13-15 มิถุนายน 2559 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ได้ส่งหมายเรียกถึงนักสิทธิมนุษยชนทั้งสามตามถิ่นที่อยู่ ขอให้ไปแสดงตนต่อพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทางอาญา

26 กรกฎาคม 2559 พันตำรวจโท วิญญู เทียมราช รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองปัตตานี พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นักสิทธิมนุษยชนทั้งสามทราบ ในความผิดฐาน “ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550” นักสิทธิมนุษยชนทั้งสามให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอให้การเพิ่มเติมในภายหลัง

27 พฤศจิกายน 2559 นักสิทธิมนุษยชนทั้งสามเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้การเพิ่มเติมในประเด็นที่ได้ให้การปฏิเสธไว้แล้ว และขอให้พนักงานสอบสวนสอบพยานฝ่ายตนเพิ่มเติมจำนวนหนึ่งโดยได้ยื่นหนังสือไว้ พนักงานสอบสวนอนุญาต

12 มกราคม 2560 ทนายความของนักสิทธิมนุษยชนทั้งสามได้พาพยานจำนวน 3 คน เข้าให้การกับพนักงานสอบสวน และ เนื่องจากมีพยานอื่นอีกหลายคนที่ได้ขอให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มจึงได้ขอให้พนักงานสอบสวนสอบพยานฝ่ายผู้ต้องหาเพิ่ม พนักงานสอบสวนอนุญาตด้วยวาจา

2 กุมภาพันธ์ 2560 ทนายความของสามนักสิทธิมนุษยชนทั้งสาม ได้รับหนังสือจาก   พันตำรวจเอกสาธิต กาญจนาภูวดล ผู้กำกับการ สภ.เมืองปัตตานีว่า ตามที่ทนายความได้ขอให้พนักงานสอบสวนสอบพยานเพิ่มเติมนั้น ได้ปรึกษากับผู้บังคับบัญชาแล้วไม่สามารถอนุญาตได้ขอให้ทนายความนำนักสิทธิมนุษยชนทั้งสามเข้าพบเพื่อส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 แต่ในวันดังกล่าวผู้ต้องหาติดภารกิจ ทนายความและพนักงานสอบสวนจึงกำหนดวันเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปัตตานี เพื่อส่งตัวสามนักสิทธิให้พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ในวันที่ เวลา 13.00 นาฬิกา  ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560