หลายองค์กรประณามเหตุกราดยิงที่รือเสาะ ด้าน“มาราปาตานี”เรียกร้องรัฐหาคนผิดมารับโทษ

มาราปาตานีและหลายองค์กรได้มีแถลงการณ์ประณามกรณีคนร้ายใช้อาวุธกราดยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโคกสะตอ อ.รือเสาะ เป็นเหตุให้เด็กวัย 8 ขวบเสียชีวิตและเด็กอายุ 12 ปีได้รับบาดเจ็บ

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 มี.ค. เวลา 07.40 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงนายสมชาย ทองจันทร์ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/3 บ.ศรีภิญโญ (บ.ย่อย บ.ธรรมเจริญ) ม.6 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ.ธรรมเจริญ ต.โตกสะตอ อ.รือเสาะ ขณะขับรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมคซ์ ไปส่งลูกที่โรงเรียน ทอง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ประกอบด้วยนายสมชาย ทองจันทร์ อายุ 47 ปี ผช.ผญบ.นางรัตติกา ทองจันทร์ อายุ 40 ปี ภรรยา นางสน ทองจันทร์ อายุ 42 ปี พี่สะใภ้ ด.ช.ธนกิจ ทองจันทร์ อายุ 8 ปี บุตรชาย และ ด.ช.จีรภัทร์ ทองจันทร์ อายุ 12 ปี บุตรชาย ได้รับบาดเจ็บ

ภาพจาก ข่าวสดออนไลน์

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มารา ปาตานี ได้มีแถลงการณ์ต่อกรณีนี้ผ่านเฟสบุก Patani Voice N Opinion ระบุว่าขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่อาจยอมรับได้ต่อการใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ และต่อเด็กและเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและนำผู้กระทำผิดมารับโทษพร้อมทั้งยืนยันว่ามารา ปาตานีต้องการใช้แนวทางการเมืองคือการพูดคุยสันติภาพและการกำหนดพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเป็นก้าวแรกของการปกป้องผู้บริสุทธิ์

ครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ร่วมประณาม

ครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้แถลงการณ์ร่วม เราไม่ใช่เป้าหมาย We are not a target ประณามการก่อเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตโดยขอแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหากเหตุการณ์เหล่านี้ยังดำเนินต่อไป ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงต่อการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม

จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่ก่อเหตุ หรือผู้ให้การสนับสนุน กองกำลังที่ใช้อาวุธ ต้องยุติการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐ ต้องเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันความขัดแย้งในพื้นที่ ขอให้ทุกภาคส่วนมีมาตรการป้องกันประชาชนในพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอ อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน รัฐบาลต้องดูแลผู้ได้รับผลกระทบตลอดจนทายาท เพื่อให้ไปตามหลักมนุษยธรรมไม่ว่าจะเป็นในรูปของการศึกษา การมีงานทำ และขอให้รัฐบาลทบทวนการนำมาตรา 21 (พาคนกลับบ้าน) ในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อความมั่นใจของประชาชนในพื้นที่ว่าจะไม่กลับมาก่อเหตุอีก และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้หลักสันติวิธี ในการเรียกร้องในสิ่งที่ฝ่ายตนเองต้องการเพื่อป้องกันความสูญเสียของทุกๆ ฝ่าย

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมชี้เป็นการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง

การกระทำของกองกำลังติดอาวุธดังกล่าวเป็นการกระทำที่ละเมิดปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ และ อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ เพราะเป็นการกระทำต่อกลุ่มคนไทยพุทธ นอกจากนี้ยังเป็นการละเมิดกฎหมายด้านสิทธิมนุษยธรรมสากลตามอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ว่าด้วยปกป้องพลเรือนในภาวะสงคราม

เป็นการกระทำที่ขัดหลักการศาสนาและกฎหมายอย่างร้ายแรง เป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ที่เป็นความผิดทั้งต่อกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้ก่ออาชญากรรมและผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้ากองกำลัง แม้ว่าจะเป็นกองกำลังที่ไม่ใช่รัฐ (non-state actor) จะต้องรับผิดชอบถูกดำเนินคดีในศาลอาญาในประเทศหรือศาลอาญาระหว่างประเทศ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี และ กลุ่มด้วยใจ ขอประณามการก่ออาชญากรรมการโจมตี เข่นฆ่าดังกล่าว และขอเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิงโดยทันทีและโดยปราศจากเลื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

ขอให้ทุกฝ่ายแสวงหาทางออกของความขัดแย้งทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ชุมชน และ ระดับประเทศ โดยกระบวนการสันติวิธี ในระหว่างการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และขอเรียกร้องให้รัฐดำเนินการตามนโยบายในแนวทางสันติวิธีและมีมาตรการในการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

สภานักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมประณาม

สภานักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอประณามความรุนแรง การกระทำ ที่โหดเหี้ยม ขาดความเมตตาไร้มนุษยธรรม ผิดต่อกฎหมาย ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน และกฎของการทำสงคราม ที่ต้องละเว้นเป้าหมายอ่อนแอ โดยเฉพาะเด็ก สภานักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอ วิงวอนต่อผู้กระทำ ความรุนแรงและต่อหน่วยงานความมั่นคง

1. ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ไร้ทางสู้

2. ขอให้ผู้ใช้ความรุนแรงไม่ว่าด้วยวัตถุประสงค์ใดยุติการใช้ความรุนแรง หันมาเรียกร้องความยุติธรรม โดยสันติวิธีร่วมกัน นำพาสังคม ชุมชนไปสู่การสร้างสันติสุขโดยเริ่มจากการยุติการใช้ความรุนแรง

3. ขอให้ทุกคนช่วยกัน หาทางปกป้อง ป้องกันดูแลผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน

4. รัฐต้องดำเนินการเยียวยาผู้เสียหาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้ เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม และเยียวยากับทุกฝ่าย ทั้งในรูปแบบของเงินช่วยเหลือ การฟื้นฟู เยียวยาด้าน จิตใจและการช่วยเหลืออื่นๆ

5. ขอให้เจ้าหน้าที่ติดตาม จับกุมผู้กระทำ ความผิด และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็วที่สุด