“การพูดคุยเป็นรากฐานการแก้ไขปัญหา” ศ.ดร.เชากีย์ อิบรอฮีม มุฟตีสูงสุดอียิปต์

ศ.ดร.เชากีย์ อิบรอฮีม มุฟตีสูงสุดอียิปต์ ชี้ว่า ผู้คนที่หลากหลายจะอยู่ได้ด้วยดีและเกิดสันติภาพได้ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกัน ในชายแดนใต้ขอให้รัฐบาลคำนึงถึงการดูแลภายใต้ขอบเขตของศาสนาอิสลาม เพื่อให้ถูกต้องและสอดคล้องกับวิถีชีวิต แนะรัฐต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงออกทางความคิดและอัตลักษณ์ได้อย่างเต็มที่ ย้ำว่าการพูดคุยหรือปรึกษาเป็นรากฐานการแก้ไขปัญหา

 

การเยือนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ศ.ดร.เซากีย์ อิบรอฮีม อับดุลการีม อัลลาม ผู้ชี้ขาด(มุฟตี)สูงสุดทางศาสนาสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ระหว่างวันที่ 6-7 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา เป็นความพยายามของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ จันโอชา นายกรัฐมนตรี ในการสร้างความเข้าใจให้กับต่างประเทศในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบของรัฐบาลไทย

สันติภาพจะเกิดขึ้นได้ ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกัน

ศ.ดร.เชากีย์ อิบรอฮีม กล่าวในการเดินทางมาครั้งนี้ว่า สันติภาพในพื้นที่เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการหลายๆด้าน เช่นเดียวกันกับประเทศอียิปต์ ซึ่งมีประชากรหลากหลายเชื้อชาติ สัญชาติ ความเชื่อและมีหลากหลายศาสนาอยู่รวมกัน ย่อมต้องมีปัญหาที่หลากหลาย ทั้งนี้ การแก้ปัญหาต้องดำเนินการในหลายด้าน หลายมิติ ควบคู่กันไป ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง และความคุ้มครองประชาชนให้ได้รับการดูแลได้อย่างทั่วถึงเพื่อให้เกิดสันติสุข

“ผู้คนที่หลากหลายเหล่านั้นจะอยู่ได้ด้วยดีและเกิดสันติภาพได้ ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกัน ทั้งนี้ในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาอยู่นี้  ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ขอให้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานบริหารความมั่นคงทุกฝ่าย คำนึงถึงการดูแลภายใต้ขอบเขตของศาสนาอิสลาม เพื่อให้ถูกต้องและสอดคล้องกับวิถีความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่”

รัฐต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงออกได้อย่างเต็มที่

“รัฐต้องเปิดโอกาสให้คนทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น มีส่วนในการแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่ เมื่อการจัดการของรัฐเป็นการจัดการที่ดีแล้ว ประชาชนได้อยู่ดีกินดี ประชาชนที่หลากหลายเหล่านั้นได้มีส่วนในการจัดการตนเองได้ โดยอยู่ในกฎหมายเดียวกันและความสงบสุขจะเกิดตามมา

“ความหมายสันติภาพคือ เรามีความรู้สึกของความสงบสุขในสังคมที่สงบสุขในแง่ของความคิดเห็นที่สงบสุข และสันติภาพในแง่ของการรักษาความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ มีองค์ประกอบบางอย่างที่มีความประสงค์ที่จะตอบสนองที่อิสระให้เราสามารถจะอยู่ด้วยกันด้วยความสงบสุข” ศ.ดร.เชากีย์กล่าว

การพูดคุยหรือปรึกษาเป็นรากฐานการแก้ไขปัญหา

ศ.ดร.เชากีย์ เห็นด้วยกับแนวทางที่รัฐบาลไทยดำเนินการพูดคุยกับกลุ่มที่มีความเห็นต่างจากรัฐในขณะนี้

“ใช่ ปัญหาทุกอย่างต้องแก้ด้วยวิธีการบางอย่าง เช่นด้วยวิธีการพูดคุยหรือการปรึกษา และการพูดคุยหรือหารือนี้มีความสำคัญ เพราะการเจรจาสามารถแก้ปัญหาความหลากหลายและเป็นรากฐานที่ใหญ่สำหรับการแก้ไขปัญหา”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

มุฟตีสูงสุดอียิปต์ ศ.ดร.เชาว์กี เยือนชายแดนใต้ กอ.รมน.ให้ทุกภาคส่วนร่วมเรียนรู้‘อยู่ร่วมกันอย่างสันติ’