ช.ช.ต.ขยายพื้นที่หนุน“ทำแผนพัฒนาที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมจริง”ในอีก 20 อบต.ชายแดนใต้

50 อปท. ร่วมเรียนรู้บทเรียนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในชายแดนใต้ LDI พร้อมขยายพื้นที่หนุนทำแผนพัฒนาที่ชาวบ้านมีส่วนร่วม รองอธิบดีชี้ “นี่คือบทเรียนการพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม” เป็นนวัตกรรมชุมชน เตรียมเปิดอีก 2 เวทีใหญ่สรุปบทเรียนและถอดความรู้ ธนาคารโลกพร้อมประสาน สถ.เพื่อสนับสนุนทุก อปท.ในชายแดนใต้

50 อปท. ร่วมเรียนรู้บทเรียนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในชายแดนใต้

สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือ LDI เตรียมขยายผลแนวคิดการพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมในโครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนภาคใต้(ช.ช.ต.) ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อีก 20 แห่งใน 6 ตำบลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 27 – 29 เมษายน 2560 ที่โรงแรมหรรษาเจบีอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในเวทีการนำเสนอบทเรียนการสร้างสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้กรอบการพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม : กระบวนทัศน์หลักประชารัฐ ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่จัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LID) ธนาคารโลก และโครงการ ช.ช.ต. ตัวแทน อปท. 50 แห่งได้เข้าร่วมเรียนรู้บทเรียนจากโครงการนี้ใน 4 กรณี

โดยเป็นบทเรียนจากการดำเนินโครงการ ช.ช.ต.ในระดับตำบล ใน 4 กรณี ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำสู่การคลี่คลายความขัดแย้งและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น กรณีเกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส, การจัดการน้ำเพื่อความพอเพียงและการพึ่งตนเอง กรณีห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา, การท่องเที่ยวเพื่อเศรษฐกิจชุมชน กรณีอาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา และ การจัดการฐานทรัพยากรเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น กรณีปะเสยาวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

กิจกรรมนี้มีองค์กรภาคีความร่วมมือ ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมพัฒนาชุมชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย  (ติดตามบรรยากาศในงานได้ในเพจ โครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนภาคใต้ ระยะขยาย - ช.ช.ต)

LDI พร้อมขยายพื้นที่หนุนทำแผนพัฒนาที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมจริง

ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการ ช.ช.ต.อยู่ระหว่างดำเนินการในปีสุดท้ายในโครงการระดับตำบลในพื้นที่เป้าหมาย 6 ตำบลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเป็นเวลา 4 ปี โดยทำงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ในการทำแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมตามแนวทาง CDD หรือการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นบนฐานความต้องการของประชาชน (Community Driven Development) ที่ธนาคารโลกนำไปใช้ในพื้นที่ขัดแย้งหรือพื้นที่เปราะบางต่างๆ ในหลายประเทศ

โดยทั้ง 6 อบต.ได้แก่ อบต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส, อบต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส, อบต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา, อบต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา,อบต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี และอบต.ปะเสยาวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ส่วน อบต. 20 แห่ง ที่แสดงเจตจำนง จะเสริมกระบวนการพัฒนาแผนพัฒนาท้องถิ่นให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม และมีแผนพัฒนาท้องถิ่น ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น เป็น อบต.ข้างเคียง ได้แก่

อบต.ยะต๊ะ, เทศบาลตำบลโกตาบารู, อบต.บาโงย อ.รามัน จ.ยะลา

อบต.สะเอะ, อบต.ปุโรง, อบต.กรงปินังอ.กรงปินัง จ.ยะลา

อบต.บางปอ, อบต.ลำภู, อบต.กะลุวอเหนือ, อบต.มะนังตายอ อ.เมือง จ.นราธิวาส

อบต.โฆษิต,อบต.พร่อน, อบต.ไพรวัน, อบต.บางขุนทองอ.ตากใบ จ.นราธิวาส

อบต.บางเก่า, อบต.ละหาร, อบต.แป้นอ.สายบุรี จ.ปัตตานี

อบต.ควน, อบต.บ้านนอก, อบต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

รองอธิบดีชี้ “นี่คือบทเรียนการพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม”

นายธนา ยันตรโกวิท รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดว่าตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการ ช.ช.ต.ใน43ชุมชนใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้บทเรียนที่น่าประทับใจหลายเรื่องจุดหนึ่งคือแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม หรือกระบวนการสร้างความสมานฉันท์ในพื้นที่ได้รับความสนใจอย่างดี เป็นนวัตกรรมในการจัดการท้องถิ่นอย่างหนึ่งที่ไม่ได้เกิดจากราชการแต่เกิดจากการปฏิบัติงานที่มีจุดมุ่งหมายสร้างสันติสุข

“นี่คือบทเรียนส่วนหนึ่งที่เราต้องการเอากระบวนการพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมขยายผลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)อื่นด้วย”

นายธนา กล่าวอีกว่า งานพัฒนาไม่มีสูตรสำเร็จ เพียงแต่เราเรียนรู้และตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและปรับให้เข้ากับบริบทสังคม วัฒนธรรมของพื้นที่ ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ให้ทำตามภูมิสังคม

อบต.ต้องพร้อม มีข้อมูล มีเวที มีองค์ความรู้

ทั้งนี้ หลังจากการถอดบทเรียนและการฟังบรรยายทั้ง 2 วันแล้ว นายซอและ มะสอลา ผู้ประสานงานโครงการ ช.ช.ต. ได้อธิบายถึงทิศทางการทำงานร่วมในโครงการ ช.ช.ต.ในการขยายพื้นที่ต่อไปว่า สิ่งที่ ช.ช.ต.จะหนุนเสริม อบต.ในการทำแผนนั้น คือ 1) การพัฒนาระบบข้อมูลของท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผน 2) การสนับสนุนเชิงกระบวนการและเครื่องมือระดมความคิด 3) การสนับสนุนเครื่องมือการติดตามประเมินผล

“สิ่งที่จะหนุนเสริมคือการร่วมเรียนรู้ การเสริมศักยภาพทีมงาน คณะทำงาน วิทยากรกระบวนการ เป้าหมายคือ กระบวนการปรึกษาหารือที่มีคุณภาพ กล่าวคือ ผู้เข้าร่วมเวทีประชาคม มีการนำข้อมูลมาร่วมกันวิเคราะห์และตัดสินใจร่วมกัน โดยใช้กระบวนการพูดคุยที่เปิดโอกาสให้มีการระดมความคิดกันได้อย่างกว้างขวาง

เตรียมเปิดอีก 2 เวทีใหญ่สรุปบทเรียนและถอดความรู้

นายซอและ กล่าวอีกว่า สำหรับ อบต.ที่ร่วมโครงการ จะเชิญมาประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากรอบแนวคิด และเรียนรู้กระบวนการและเครื่องมือการทำงานที่เหมาะสมสอดคล้องกับแต่ละท้องถิ่นร่วมกัน และร่วมกันพัฒนาระบบข้อมูลของแต่ละพื้นที่ จากนั้นในช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม จะมีการหนุนเสริมการทำแผนพัฒนาของแต่ละพื้นที่ โดยจะพยายามให้เสร็จก่อนสิ้นปีงบประมาณในช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน บาง อบต.อาจเปิดเวทีแก้ไขเพิ่มเติม

ในช่วงเดือนตุลาคมก็จะมีการจัดเวทีถอดความรู้จากการดำเนินโครงการนี้ ด้วย จากนั้นช่วงเดือนพฤศจิกายนจะเป็นเวทีวิชาการเพื่อสรุปภาพรวมของโครงการที่ดำเนินการมาตลอด4 ปี

ธนาคารโลกประสาน สถ.หาทางหนุนให้ทุก อปท.ในชายแดนใต้

ขณะที่นางสาวนุชนาฎ จันทวิเศษ ตัวแทนธนาคารโลก กล่าวว่า ทั้ง4 กรณี เห็นการมีส่วนร่วมในกระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาตามความต้องการของชุมชน บทเรียนเหล่านี้ต้องขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ และที่สำคัญช.ช.ต.จะปิดโครงการราวเดือนธันวาคน 2560 ทั้งนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่าจะขยายแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วม สร้างธรรมาภิบาล ท้องถิ่นกับชาวบ้านนี้ไปยังทุก อปท.ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร หรือพื้นที่เปราะบางอื่นๆ

สรุปบทเรียนจาก 4 กรณี เกาะสะท้อน ห้วยกระทิง อาซ่อง ปะเสยาวอ

สำหรับการนำเสนอบทเรียนใน 4 กรณีดังกล่าว ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำสู่การคลี่คลายความขัดแย้งและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น กรณีเกาะสะท้อน จ.นราธิวาส, การจัดการน้ำเพื่อความพอเพียงและการพึ่งตนเอง กรณีห้วยกระทิง จ.ยะลา, การท่องเที่ยวเพื่อเศรษฐกิจชุมชน กรณีอาซ่อง จ.ยะลา และ การจัดการฐานทรัพยากรเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น กรณีปะเสยาวอ จ.ปัตตานี

การบริหารจัดการน้ำสู่การคลี่คลายความขัดแย้งกรณีเกาะสะท้อน

กรณีแรกเป็นการบริหารจัดการน้ำสู่การคลี่คลายความขัดแย้งและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น กรณีเกาะสะท้อน จ.นราธิวาสนำเสนอโดยนายมูฮัมหมัดเจะดอเลาะผู้ประสานงานพื้นที่ของโครงการ ช.ช.ต.และนายซูกูรมัม มูซอคณะทำงานโครงการคณะดับตำบล

โดยมีประเด็นหลักๆ คือพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่นากว่า 6 พันไร่แต่มีปัญหาการบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำท่วม น้ำไม่พอใช้ มีการรุกของน้ำเค็มเพราะประตูระบายน้ำไม่สามารถกั้นได้ทำให้ที่นาเสียหาย ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรกับหน่วยงานชลประทาน แต่กระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมที่เริ่มจากแผนของ อบต.สู่การปฏิบัติการตามแผนทำให้เกิดการแก้ปัญหาเป็นรูปธรรมร่วมกับชลประทานและหน่วยงานระดับอำเภอ มีการสร้างกลไกการทำงานโดยมีเกษตรกรเข้ามาร่วมแก้ปัญหา หน่วยงานได้เรียนรู้และเข้าใจการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม

การจัดการน้ำเพื่อความพอเพียงและการพึ่งตนเอง กรณีห้วยกระทิง

 

กรณีที่สอง การจัดการน้ำเพื่อความพอเพียงและการพึ่งตนเอง กรณีห้วยกระทิง จ.ยะลา มีนายมะซาตา เจ๊ะอาแซ คณะทำงานโครงการ และนางสาวพาตีเมาะ ดวงจินดา ผู้ประสานงานพื้นที่เป็นผู้นำเสนอ โดยมีประเด็นหลักๆคือ มีปัญหาน้ำไหลแรงกัดเซาะตลิ่งในช่วงฤดูฝน และมีน้ำน้อยในฤดูแล้ง มีการเชื่อมแผนสู่การปฏิบัติกับภาคีกับหน่วยงานการจัดการน้ำ เราสามารถเชื่อมแผนเพื่อพัฒนาการใช้น้ำ เป็นกระบวนการน้ำมีส่วนร่วมโดยชุมชน มีการทำเวทีประชาคมผ่านชุมชน มีส่วนร่วม มีการปรับแผนโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นตัวหลัก ส่วนภาคีมาเติมเต็ม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มีการร่วมมือกันแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะยาว มีการกำหนดรูปแบบบริหารชัดเจน เกิดความร่วมมือ หน่วยงานต่างๆ เริ่มเข้ามาแก้ปัญหาร่วมกัน

ทั้งสองกรณี ตั้งข้อสังเกตและสังเคราะห์โดยนายธนา ยันตระโกวิท รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ ดร.กฤษดา บุญชัย จากสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

การท่องเที่ยวเพื่อเศรษฐกิจชุมชน กรณีอาซ่อง

กรณีที่สาม การท่องเที่ยวเพื่อเศรษฐกิจชุมชน กรณีอาซ่องอ.รามัน จ.ยะลา นำเสนอโดยนางซารีฟะ มิ่งสกุล คณะทำงานโครงการ และนางสาวพีซาม หะแว ผู้ประสานงานระดับพื้นที่โครงการ ช.ช.ต. ประเด็นหลักคือ ตำบลอาซ่องอยู่ในพื้นที่สีแดงมีปัญหาด้านความมั่นคง แต่มีความหลากหลายทางชีวภาพมีแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มีกิจกรรมวัฒนธรรมทุกปี จึงต้องการจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งตำบล เริ่มจากการค้นหาทุนในตำบลแล้วระดมความคิดเห็นโดยชุมชนจัดการเอง ส่วน อบต.ก็มาเชื่อมแผนพัฒนาการท่องเที่ยวกับความต้องการชุมชน นำไปสู่การปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรมโดยชุมชนดำเนินการเอง อบต.ทำหน้าที่หนุนเสริม มีการประสานกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)มาช่วยในเรื่ององค์ความรู้ ส่วนทางอำเภอมาเตรียมมาตรฐานด้านความปลอดภัย ดึงเยาวชนจากทุกหมู่บ้านมาสืบสานวัฒนธรรมประเพณีได้

การจัดการฐานทรัพยากรเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น กรณีปะเสยาวอ

กรณีที่สี่ การจัดการฐานทรัพยากรเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น กรณีปะเสยาวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี นำเสนอโดยซารีฮะ เจ๊ะเลาะ และฟาตีเมาะ ฟาฮะ ประเด็นหลักคือความต้องการฟื้นฟูคลองปะเสยะวอเนื่องจากมีความเสื่อมโทรม กระบวนการเริ่มจากการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ประสานองค์กรภาคี สำรวจและวิเคราะห์ข้อมูล ปฏิบัติการและสรุปบทเรียนผลลัพธ์ที่ได้คือคนในตำบลมีเป้าหมายร่วมกัน มีส่วนร่วมที่จะขับเคลื่อนงานให้เกิดผลสำเร็จ คณะทำงานได้พัฒนาศักยภาพ สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับคณะทำงาน เด็กๆได้เรียนรู้และปฏิบัติจริง เป็นต้น

ทั้งสองกรณี ตั้งข้อสังเกตและสังเคราะห์โดย ผศ.ปิยะ กิจถาวร และ อ.วีรบูรณ์ วิสารทสกุล จากวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช.ช.ต.เตรียมเปิดเวทีใหญ่ เผยนวัตกรรมใหม่งานพัฒนาท้องถิ่น จากสันติภาพชุมชนขยายสู่ท้องถิ่นทั่วไทย

ดร.แมน ปุโรทกานนท์ : ช.ช.ต.พร้อมโชว์ ‘นวัตกรรมท้องถิ่นสร้างสันติสุขชายแดนใต้’พรุ่งนี้

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรม สถ.รับแนวทางไปใช้กับท้องถิ่นทั่วไทย

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นและLDI เปิดเวทีนำเสนอบทเรียนให้อปท.6จังหวัดภาคกลาง

สัมภาษณ์พิเศษ เลขาธิการ LDI “จะหนุนงานสันติภาพเดินคู่กับงานพัฒนาชายแดนใต้ต่อไป”

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(1) รูปธรรมจากชุมชน-วัฒนธรรม-ตาดีกา-ประชาสังคม

งานพัฒนาจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร(2) ดูผลสำเร็จใน 5 พื้นที่ขัดแย้ง-กองทุนสันติภาพในไทย

“อิสกันดาร์ ธำรงทรัพย์” เปิดบทเรียนสันติภาพคนในผ่านกองทุนส่งเสริมสันติภาพ PPF

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร

เปิดใจเยาวชน‘บ้านแยะ’ รามัน ทำไมอยากเป็นนักพัฒนารุ่นใหม่

แนะคนทำงานชุมชนยุค 4.0 “ถ้าไม่ปรับตัวเอง คุณจะถูกปรับออก”

ช.ช.ต.ก้าวไกล กรม สถ.รับแนวทางไปใช้กับท้องถิ่นทั่วไทย

KK Park โคกเคียน ได้โอกาสต่อยอดโครงการ เน้นเพิ่มศักยภาพ“ชาวบ้านนักพัฒนา”

KK Park มีอะไรดีที่โคกเคียน ทำไมคนแห่ไปดูผลงานนักพัฒนาท้องถิ่นรุ่นใหม่ของ ช.ช.ต.

เปิดใจชาวบ้านนักพัฒนาแห่งบ้านทุ่งกง “ได้รู้ว่าความโปร่งใสและมีส่วนร่วมจริงเป็นอย่างไร”

LDI สืบสานภูมิปัญญาเรือหางตัด ผุดศูนย์เรียนรู้ในชุมชนอนุรักษ์สู่คนรุ่นใหม่