เครือข่ายSafety Net เผยบทเรียนคาร์บอมบ์บิ๊กซี เรียกร้องทำแผนเผชิญเหตุให้ประชาชนเตรียมรับมือ

เครือข่ายปกป้องและคุ้มครองเด็กชายแดนภาคใต้ (Safety Net) เผยบทเรียนเหตุคาร์บอมบ์บิ๊กซีปัตตานี เรียกร้องทุกหน่วย ทั้งรัฐ เอกชนและห้างใหญ่ๆ ตระหนักถึงภัยวินาศกรรม พร้อมทำแผนเผชิญเหตุให้ประชาชนเตรียมรับมือ ทั้งการอบรมแผนรักษาความปลอดภัย แผนอพยพกรณีเกิดเหตุ ฯลฯ

ศูนย์ประสานงานเครือข่ายปกป้องและคุ้มครองเด็กสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Safety Net) ได้เผยบทเรียนจากกรณีเหตุการณ์ระเบิดห้างบิ๊กซีสาขาปัตตานี พร้อมทำข้อเสนอแนะในการปกป้องคุ้มครองเด็กและสตรีต่อสาธารณะ รวมทั้งห้างร้านขนาดใหญ่และพื้นที่ให้บริการสาธารณะทุกแห่งรับมือเหตุลักษณะดังกล่าว ซึ่งได้ออกเป็นหนังสือฉบับพิเศษเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2560

โดยทางเครือข่ายฯขอให้ 1.จัดการฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตนเอง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ถึงกระบวนการเฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัย และแจ้งเหตุ โดยเฉพาะในกรณีเหตุวินาศกรรม

2.จัดทำแผนรักษาความปลอดภัย แผนอพยพในกรณีเหตุวินาศกรรม ตลอดจนจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นจุดนัดพบหากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ดังกล่าว

นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ แกนนำศูนย์ประสานงานฯ กล่าวว่า เป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานรัฐและเอกชนในพื้นที่ เช่น ห้างสรรพสิงค้า สำนักงานต่างๆ โรงพยาบาล โรงเรียน และ มหาวิทยาลัย มีความตระหนักในการป้องกันภัยอันตรายต่างๆที่เกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์มากยิ่งขึ้น รวมถึงการทำโพสเตอร์หรือสื่อประชาสัมพันธ์เรื่องการรับมือในการเผชิญเหตุต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรู้และเข้าใจในการป้องกันตัว รวมถึงส่งเสริมการอบรมด้านการดูแลความปลอดภัยด้วย

“หลังจากนี้ตัวแทนศูนย์ประสานงานฯจะไปยื่นหนังสือฉบับนี้แก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนในพื้นที่ รวมถึงติดตามความคืบหน้าการซ้อมแผนเผชิญเหตุของแต่ละหน่วยงานด้วย เพื่อให้แต่ละหน่วยงานมีความพร้อมในการรับมือหากเกิดเหตุอันตรายต่างๆขึ้นมา” นางสาวอัญชนา กล่าว

สำหรับรายชื่อองค์กรร่วมลงนามเครือข่ายปกป้องคุ้มครองเด็กจังหวัดชายแดนใต้ (Safety Net) ประกอบด้วย 1.กลุ่มด้วยใจ 2.กลุ่ม Pucuk Paku Patani 3.เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ 4.มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) 5.กลุ่มจัดตั้งสมาคมศิลปะและวรรณกรรมป่านวงเดือน 6.เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์อ่าวปัตตานี 7.มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา 8.กลุ่มเยาวชนสร้างสรรค์ชายแดนใต้ 9.ศูนย์ฟ้าใสเครือข่ายเยาวชน จังหวัดยะลา 10.มูลนิธิเพื่อการศึกษาและเยียวยาเด็กกำพร้า

....................................................

ที่ พิเศษ/2560                                                ศูนย์ประสานงานเครือข่ายปกป้องและคุ้มครอง

เด็กสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Safety Net)

วันที่ 19 พฤษภาคม 2560

เรื่อง    ถอดบทเรียนและข้อเสนอแนะการปกป้องคุ้มครองเด็กจากกรณีเหตุการณ์ระเบิดห้างบิ๊กซี  

เรียน   ประชาชน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องงานปกป้องคุ้มครองเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. รายงานสรุปบทเรียนและข้อเสนอแนะเพื่อการปกป้องคุ้มครองเด็ก

จากเหตุการณ์ระเบิดที่ห้างบิ๊กซี ปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 พบว่าผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงกว่า 75% เป็นสตรีและเด็ก เครือข่ายปกป้องและคุ้มครองเด็กสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Safety Net) จึงจัดการประชุมในวันที่ 12 พฤษภาคม 2560 เพื่อถอดบทเรียน หาข้อเสนอแนะ และแนวทางการดำเนินการต่อผู้ได้รับผมกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้ต่อไป นั้น

ในการนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นว่า ทุกภาคส่วนต่างทำงานอย่างเต็มที่ในช่วงเกิดเหตุ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางห้างได้พยายามจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่แล้วขณะเกิดเหตุ อย่างไรก็ตามหากประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญต่อมาตรการรักษาความปลอดภัย และจำเป็นอย่างยิ่งต้องทบทวนมาตรฐานการทำงาน โดยความร่วมมือผลักดันให้เกิดระบบป้องกันภัยอย่างเป็นระบบ การพัฒนาความรู้ด้านการรักษาความปลอดภัย สร้างความตระหนักถึงภัยให้องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน หน่วยงานหรือองค์กรภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่ให้เกิดทักษะการเผชิญกับเหตุ และการประสานความร่วมมือสร้างระบบเตือนภัย การตระหนักรู้ถึงภัยจากน้ำมือมนุษย์ การเผยแพร่องค์ความรู้การป้องกันภัย ดังรายละเอียดในรายงานการถอดบทเรียนที่แนบมาด้วยแล้ว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณานำความเห็นของครือข่ายปกป้องและคุ้มครองเด็กสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Safety Net) ไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ขอแสดงความนับถือ

เครือข่ายปกป้องคุ้มครองเด็กจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Safety Net)

 

องค์กรร่วมลงนามเครือข่ายปกป้องคุ้มครองเด็กจังหวัดชายแดนใต้ (Safety Net)

กลุ่มด้วยใจ

กลุ่ม Pucuk Paku Patani

เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.)

กลุ่มจัดตั้งสมาคมศิลปะและวรรณกรรมป่านวงเดือน

เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์อ่าวปัตตานี

มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา 8.กลุ่มเยาวชนสร้างสรรค์ชายแดนใต้

ศูนย์ฟ้าใสเครือข่ายเยาวชน จังหวัดยะลา

มูลนิธิเพื่อการศึกษาและเยียวยาเด็กกำพร้า

 

บันทึก ถอดบทเรียนเหตุการณ์ระเบิดห้างบิ๊กซี ปัตตานี 9 พ.ค. 2560

โดย เครือข่ายปกป้องคุ้มครองเด็กจังหวัดชายแดนใต้ (Safety Net)

จากเหตุการณ์วางระเบิดที่ห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 เครือข่ายปกป้องคุ้มครองเด็กในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันประกอบไปด้วย องค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังได้ร่วมลงนามในหนังสือเรียนที่แจ้งมาเบื้องต้น ได้ร่วมกันถอดบทเรียนเพื่อเป็นกรณีศึกษา หารือถึงทางออกในการป้องกัน รักษาความปลอดภัย จากภัยอันเกิดจากน้ำมือมนุษย์ ดังนี้

จากเหตุการณ์วางระเบิดที่ห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 เวลาประมาณ 13.45 – 14.05 นาฬิกา ซึ่งต่อมามีรายงานว่าเป็นระเบิดสองครั้ง ครั้งแรกเป็นประทัดยักษ์ ถูกวางไว้ในกระถางต้นไม้บริเวณใกล้จุดตรวจรักษาความปลอดภัยของห้าง และครั้งที่สองเป็นคาร์บอมบ์ ที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้นำรถยนต์ที่ถูกประกอบเข้ากับระเบิดมาจอดไว้บริเวณหน้าประตูทางเข้าห้างและในเวลาต่อมาเกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 60 คน

เหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ก่อเหตุอาศัยช่วงเวลาพลุกพล่านของลูกค้า หลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าก่อเหตุ เมื่อพิจาณาจากข้อเท็จจริงจึงสามารถลำดับเหตุการณ์ได้ว่า

เวลา 13.40 น.รถยนต์ผู้ก่อเหตุเข้ามายังบริเวณห้างบิ๊กซีและอาศัยช่องว่างของระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

เวลา 13.43 น.เสียงระเบิดจากประทัดยักษ์ดังขึ้น จุดเกิดเหตุคือบริเวณกระถางต้นไม้ใกล้จุดตรวจรักษาความปลอดภัย

เวลา 14.08 น.คาร์บอมจากรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุระเบิดขึ้นบริเวณหน้าประตูทางเข้าห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานีจากข้อมูลดังกล่าวพบว่า เวลาที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้นสั้นเพียง 25 นาทีแต่กลับส่งผลเสียหายอย่างหนักทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาผู้บาดเจ็บทั้งหมดพบว่าเป็นเด็กมากถึง 11 คน จากจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดที่มีมากกว่า 60 คน

จากเหตุการณ์สังเกตพบว่า ระบบการรักษาความปลอดภัยโดยรวมยังมีช่องโหว่ อีกทั้งมาตรการรับมือเหตุฉุกเฉินโดยเฉพาะเหตุวินาศภัยจากมนุษย์ยังขาดความเป็นระบบ ดังนี้

1.เมื่อเหตุระเบิดครั้งแรกดังขึ้นปรากฏภาพตามวีดิโอคลิปว่า ผู้ใช้บริการไม่ได้รับการแจ้งให้หลบไปอยู่ยังจุดนัดพบ (Assembly Point) ซึ่งควรจะเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดตามวิธีปฏิบัติการการรักษาความปลอดภัย

2.เมื่อเกิดเหตุระเบิดครั้งแรก ผู้ใช้บริการที่อยู่บริเวณภายในตัวอาคารได้รับแจ้งให้วิ่งหลบเข้าไปยังตัวอาคาร ซึ่งตัวอาคารเป็นที่อับ จึงพบว่า หลังจากเหตุระเบิดจากคาร์บอมบ์ดังขึ้น เศษวัสดุจากตัวอาคารทำให้ประชาชนที่อยู่ภายในตัวอาคารได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

3.หลังเสียงระเบิดลูกแรกสงบลง พบรถยนต์จอดผิดปกติบริเวณหน้าประตูทางเข้าห้าง ซึ่งในภาวะดังกล่าวไม่ควรเข้าไปสังเกตการณ์และควรแจ้งให้ผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงรถต้องสงสัยออกห่างให้มากที่จุดจนกว่าจะได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

4.ภายหลังทราบว่า ผู้ก่อเหตุใช้รถยนต์ที่ขโมยมาทำการก่อเหตุและการผ่านจุดตรวจรักษาความปลอดภัยไม่ได้ใช้บัตรประจำตัวของตนเองซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้สังเกตเห็น

ดังนั้น เครือข่ายปกป้องคุ้มครองเด็กจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงขอเสนอให้ หน่วยงานราชการ ห้างร้านขนาดใหญ่ และพื้นที่ให้บริการสาธารณะทุกแห่งรับมือเหตุดังกล่าวด้วยการ

1.จัดการฝึกอบรมให้เจ้าที่ของหน่วยงานตนเอง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ถึงกระบวนการเฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัย และแจ้งเหตุ โดยเฉพาะในกรณีเหตุวินาศกรรม

2.จัดทำแผนรักษาความปลอดภัย แผนอพยพในกรณีเหตุวินาศกรรม ตลอดจนจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นจุดนัดพบหากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ดังกล่าว

ทั้งนี้ขอเสนอให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการรับมือเหตุวินาศกรรม มีองค์ความรู้ในการรับมือและจัดการสถานการณ์ได้ให้การสนับสนุนการฝึกอบรมและการจัดทำแผนตามที่เสนอแก่หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ และขอเน้นให้การจัดทำแผนและฝึกอบรมดังกล่าวครอบคลุมและให้ความสำคัญต่อการปกป้อง คุ้มครอง และให้การดูแลผู้อ่อนแอ โดยเฉพาะเด็ก สตรี และผู้พิการ ซึ่งมีโอกาสได้รับผลกระทบมากที่สุด

เครือข่ายปกป้องคุ้มครองเด็กจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Safety Net)