แง้มโปรเจคต์2พันล้าน‘เหมืองหินบาตูฆอ’ อับดุลลาเตะยืนยันเพื่อคนในพื้นที่ ทำไมต้องค้าน?

นายอับดุลลาเตะ ยากัด เจ้าของบริษัท ศิลาเขาแดง ผู้ขอสัมปทานเหมืองแร่หินปูน“บาตูฆอ” อ.กรงปินัง จ.ยะลา แง้มโปรเจคต์ 2 พันล้าน ชี้เป็นโอกาสทางธุรกิจใหญ่ๆของคนในพื้นที่ ไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ ทำไมต้องคัดค้าน

นายอับดุลลาเตะ ยากัด กรรมการผู้จัดการบริษัท ศิลาเขาแดง จำกัด ผู้ขอสัมปทานเหมืองแร่หินปูนอุตสาหกรรมเขาบาตูฆอ ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา นำผู้สื่อข่าว DSJ พร้อมผู้ใหญ่บ้านควนนางา บาตูฆอ ม.4 ต.ห้วยกระทิงและชาวบ้านในพื้นที่จำนวนหนึ่ง เข้าไปดูพื้นที่ขอสัมปทานทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ในพื้นที่ ม.9 บ้านตะโละเว ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา และพื้นที่ ม.4 บ้านควนนางาบาตูฆอ ต.ห้วยกระทิง เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนยาน 2560 ที่ผ่านมา

โดยพื้นที่ขอสัมปทานมีทั้งพื้นที่ราบและภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ รวม 2 คำขอสัมปทานมีเนื้อที่รวมประมาณ 285 ไร่ ได้แก่ คำขอสัมปทานที่ 2/2556 ผู้ขอคือนายอับดุลลาเตะเอง เนื้อที่ 140 ไร่ และคำขอสัมปทานที่ 3/2556 ในนามบริษัท ศิลาเขาแดง จำกัด เนื้อที่ 145 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาหินปูนบาตูฆอ

จุดแรกอยู่ในเขตพื้นที่ ม.9 บ้านตะโละเว อยู่ด้านทิศตะวันตกของเขาบาตูฆอ อยู่ในคำขอสัมปทานที่ 3/2556 มีสภาพเป็นป่าสวนยางพาราของชาวบ้านซึ่งอยู่ในเขตที่ดินป่าสงวน มีการปักแท่งเหล็กแสดงอาณาเขตไว้หลายจุด ซึ่งบริเวณนี้นายอับดุลลาเตะบอกว่า จะเป็นที่ตั้งโรงงานปูนซิเมนต์ โดยบริเวณรอบๆมีภูเขาหินปูนอีกหลายลูก ซึ่งชาวบ้านบอกว่าบางลูกมีผู้ยื่นขอสัมปทานแล้วเช่นกัน ห่างจากทางเข้าจากถนนในหมู่บ้านตะโละเวประมาณ 1 กิโลเมตร โดยบริเวณทางเข้าพื้นที่มีลำธารไหลผ่าน ซึ่งไหลมาจากถ้ำเขาบาตูฆอ

ส่วนจุดที่สอง อยู่ในพื้นที่ ม.4 บ้านควนนางา อยู่ด้านทิศใต้ของเขาบาตูฆอ ตั้งอยู่ริมถนน อบจ.สายสะเอะ-หลักเขต ซึ่งตัดผ่านบ้านควนนางา ห่างจากถนนประมาณ 40-50 เมตร บริเวณนี้อยู่ในพื้นที่ขอสัมปทานที่ 2/2556 ซึ่งนายอับดุลลาเตะบอกว่า จะเป็นที่ตั้งโรงงานบดย่อยหินที่ได้จากการระเบิดหินปูนที่ภูเขาลูกนี้ แต่จะเว้นพื้นที่กันชนไว้ประมาณ 100 เมตรจากเขตสัมปทาน หมายความว่าภูเขาด้านที่ติดกับถนนจะไม่มีการระเบิดหิน

โดยในจุดนี้มีทางน้ำไหลออกมาจากถ้ำ ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ชาวบ้านหลายคนในพื้นที่ใช้เป็นเหตุผลในการต่อต้านการทำเหมืองหิน โดยนายอับดุลลาเตะชี้จุดที่จะเป็นแนวเขตระเบิดหินอยู่ด้านทิศตะวันออกของถ้ำน้ำเล็กน้อย

ส่วนชาวบ้านบอกว่า ใต้ภูเขาลูกนี้มีถ้ำที่มีทางน้ำไหลออกมาตลอดเวลาอยู่ 2 แห่ง ซึ่งอีกถ้ำหนึ่งนั้นเคยมีคนเข้าไปใช้ โดยมีการเขียนป้ายติดผนังถ้ำเป็นภาษาอาหรับ แปลว่ามัสยิดชาวถ้ำ

นายอับดุลลาเตะ ซึ่งมีตำแหน่งหนึ่งเป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมย่อยหินไทย บอกว่า ชาวบ้านต่อต้านโครงการนี้ไม่ได้ เพราะถ้าจะต่อต้านก็ต้องต่อต้านมาตั้งแต่ตอนออกประกาศกฎกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำหนดแหล่งหินอุตสาหกรรมตั้งแต่ช่วงก่อนปี 2540 แล้ว แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับชาวบ้านว่าจะเอาอย่างไร ไม่ใช้ให้คนนอกมากชี้นำหรือมาหาผลประโยชน์จากสถานการณ์

ยืนยันจะชวยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่

นายอับดุลลาเตะ เปิดเผยด้วยว่า การทำเหมืองแร่หินปูนบาตูฆอเพื่อทำปูนซิเมนต์นั้นชาวบ้านก็จะได้ประโยชน์ด้วยเพราะตามกฎหมายกำหนดให้ตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนโดยรอบและกองทุนเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว และเป็นโอกาสทางธุรกิจใหญ่ๆของคนมุสลิมในพื้นที่ด้วย ซึ่งไม่ใช่ว่าจะมีง่ายๆ และสามารถนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ด้วย ซึ่งทำไมต้องค้านด้วย

“ถ้าสร้างได้ก็จะทำให้พื้นที่มีความเจริญเกิดเป็นเมืองใหม่ขึ้นมาทันที เพราะจะมีการพัฒนาพื้นที่โดยรอบด้วย และแน่นอนว่าจะไม่ให้มีผลกระทบกับชาวบ้าน เพราะมีกฎหมายกำหนดชัดเจนที่จะมาควบคุมเรื่องนี้ และเทคโนโลยีการระเบิดหินในปัจจุบันก็มีการพัฒนาก้าวหน้ามากที่จะไม่ให้มีผลกระทบกับชาวบ้าน โดยเฉพาะการป้องกันฝุ่นและการกระเด็นของก้อนหิน เพราะใช้ระเบิดแบบหน่วงและระเบิดตามสายแร่ ไม่ใช่ระเบิดทั้งภูเขา”

ผลิตส่งออกไปสิงคโปร์

นายอับดุลลาเตะ กล่าวว่า เหมืองหินบาตูฆอแห่งนี้จะใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาท คาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตปูนซิเมนต์ได้วันละ 100 ตัน ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี

“ถ้าได้รับอนุญาตแล้วจะใช้เวลาตั้งโรงงานได้ภายใน 2 ปีจึงจะเริ่มผลิตปูนซิเมนต์ได้ ผมต้องรีบทำตามความต้องการของตลาด คือส่งออกไปประเทศสิงคโปร์ ที่จะใช้ก่อสร้างสนามบินนานาชาติแห่งที่ 5 เพราะผมได้คุยกับกองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์แล้วเพราะรู้จักกันดี แต่ถ้าช้ากว่านี้ราคาก็จะตกและไม่คุ้มกับการลงทุน” นายอับดุลลาเตะ กล่าว

นายอับดุลลาเตะ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ชาวบ้านกลัวว่าจะได้รับผลกระทบจากฝุ่นเหมือนเหมืองหินที่บ้านเนียง ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลานั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหมืองหิน 6 แห่งนั้น ต้องยอมรับว่าในอดีตมีผลกระทบจริงเพราะใช้เทคโนโลยีแบบเก่า แต่เมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ โดยเฉพาะวิธีการระเบิดหินและระบบการเก็บฝุ่นทำให้ปัญหาฝุ่นฟุ้งกระจายหายไปแล้ว

นายอับดุลลาเตะ เปิดเผยด้วยว่า สำหรับชาวบ้านที่ยังคัดค้านอยู่นั้นก็เพราะยังไม่เข้าใจว่าโครงการนี้จะได้ประโยชน์อย่างไร ก็คงต้องทำความเข้าใจต่อไป ส่วนการขอสัมปทานก็ดำเนินการไปตามกระบวนการตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้ว ซึ่งชาวบ้าน 23 รายที่มีบ้านอยู่ในรัศมี 500 เมตรจากเขตเหมืองก็ลงชื่อเห็นด้วยมาแล้ว แม้สภาองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ห้วยกระทิงยังไม่เห็นชอบเรื่องนี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อ 13 มิถุนายน 2560 ชาวบ้านควนนางา บาตูฆอ ม.4 กว่า 400 คนได้ยกมือคัดค้านการขอสัมปทานดังกล่าวในเวทีประชุมหารือแนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ที่มีนายอมร ปรีดางกูร นายอำเภอกรงปินัง มาเป็นประธาน ซึ่งนายอับดุลลาเตะไม่เห็นด้วย เพราะเคยจัดรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว

สำหรับพื้นที่ ม.4 แห่งนี้เคยเป็นเขตอิทธิพลของนายดอเล๊าะ เซ็งมะสู อดีตผู้ใหญ่บ้านเล๊าะตะโละเว ซึ่งมีชื่อเสียงและได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านหนังเหนียวแห่งตะโล๊ะเวด้วย เขาเสียชีวิตเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านยืนยันค้านเหมืองหินบาตูฆอ จ.ยะลา นายทุน-ชาวบ้านหวิดปะทะก่อเปิดเวที

“บาตูฆอ กรงปินัง”ธรรมชาติมหัศจรรย์ สิ่งสวยงามที่อาจหายไป "ช.ช.ต."จะช่วยได้อย่างไร