เปิดเวทีวิชาการ ‘บัณฑิตศึกษา 4.0 ในสังคมพหุวัฒนธรรม’ มฟน.จัดร่วมสภาผู้บริหารบัณฑิตศึกษาไทย

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยฟาฏอนี (มฟน.) ร่วมกับสภาคณะผู้บริหารบัณฑิตศึกษาแห่งประเทศไทย (สคบท.) จัดการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 เรื่อง“บัณฑิตศึกษากับงานวิจัยแห่งยุค 4.0 ในสังคมพหุวัฒนธรรมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ผลักดันให้สังคมมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและสงบสุข

โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 ณ อาคารเรียนรวมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี โดยมี รศ.ดร.เอกชัย แสงอินทร์ ประธานสภาคณะผู้บริหารบัณฑิตศึกษาแห่งประเทศไทย(สคบท.) เป็นผู้กล่าวเปิดงาน และมี ผศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นผู้กล่าวต้อนรับ โดยมีคณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ในงานมีการกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“บัณฑิตศึกษากับงานวิจัยแห่งยุค 4.0 ในสังคมพหุวัฒนธรรมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดย รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย

การจัดประชุมวิชาการในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยฟาฏอนี และสภาคณะผู้บริหารบัณฑิตศึกษาแห่งประเทศไทย ในการผลักดันและให้โอกาสแก่นักศึกษา โดยเฉพาะกับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในการนำเสนอผลงานวิจัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา

รศ.ดร.มฮำหมัดซากี เจ๊ะหะ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มฟน. กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ บัณฑิตวิทยาลัย มฟน.ร่วมกับ สคบท.เป็นเจ้าภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั่วประเทศได้นำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัยในศาสตร์ต่างๆต่อสาธารณะอันจะเป็นประโยชน์ที่เหมาะสมในด้านการจัดการศึกษา 2.เพื่อเป็นเวทีสำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในการนำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัยในศาสตร์ต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการเรียนการสอนและการพัฒนาสังคม 3.เพื่อส่งเสริมนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ได้มีโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ เพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งในการพัฒนางานวิชาการที่สร้างสรรค์และมีคุณค่าต่อไป และ 4.เพื่อส่งเสริมการตีพิมพ์เผยแพร่จากผลงานที่ได้มีการนำเสนอในวารสารระดับชาติ

รศ.ดร.มฮำหมัดซากี กล่าวต่อไปว่า การประชุมผลงานวิจัยในครั้งนี้ มีผลงานวิจัยที่ได้นำเสนอรวม 60 เรื่อง เป็นการนำเสนอด้วยวาจา 27 เรื่อง นำเสนอแบบโปสเตอร์ 33 เรื่อง เป็นผลงานจากมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิเช่น มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มวิชา คือ 1.กลุ่มอิสลามศึกษา (ด้านประวัติศาสตร์และอารยธรรม) 2.กลุ่มอิสลามศึกษา (ด้านฟิกฮฺ/ศาสนบัญญัติ) 3.กลุ่มศึกษาศาสตร์ 4.กลุ่มสังคมศึกษา

ผศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดี มฟน.กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา ในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี เพื่อผลิตผลงานทางวิชาการ ที่มุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและท้องถิ่น มีการบูรณาการองค์ความรู้ที่มาจากหลากหลายสาขาวิชามาใช้เป็นแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

“การนำองค์ความรู้จากการร่วมสัมมนาวิชาการมาใช้ในส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ การวิจัยและการจัดการการศึกษาเหล่านี้สามารถที่จะใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงนโยบาย การวางแผน การปฏิบัติงาน ที่จะผลักดันให้สังคมมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและสงบสุข” ผศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี กล่าว

รศ.ดร.เอกชัย แสงอินทร์ ประธานสภาคณะผู้บริหารบัณฑิตศึกษาแห่งประเทศไทย (สคบท.) กล่าวว่า ทาง สคบท.ให้ความสำคัญในการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการทุกๆปี โดยเฉพาะในระดับบัณฑิตศึกษา เพื่อเผยแพร่หรือถ่ายทอดองค์ความรู้จากการวิจัย โดยบูรณาการองค์ความรู้ที่มาจากหลากหลายสาขาวิชามาใช้เป็นแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ สามารถนำใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงด้านนโยบาย การวางแผน การปฏิบัติงาน ที่จะผลักดันให้สังคมมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและสงบสุข ซึ่งการจัดประชุมวิชาการในครั้งนี้ เพื่อให้นักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาได้มีโอกาสสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ โดยการนำเสนอผลงานวิชาการในเวทีการประชุม

ประธานสภาคณะผู้บริหารบัณฑิตศึกษาแห่งประเทศไทย (สคบท.) กล่าวทิ้งท้ายว่า “กระผมขอชื่นชมและรู้สึกปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ขอขอบคุณ ผู้บริหารในระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ตลอดจนผู้เข้าร่วมทุกท่าน ที่ได้เสียสละเวลามาช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นเลิศทางวิชาการในเวทีอันมีเกียรติแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุม และผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่ช่วยเติมแต่งสีสันทางวิชาการให้แก่การประชุมวิชาการในวันนี้ จึงขอขอบคุณอีกครั้งด้วยความจริงใจ