เปิดข้อกังวลUN ไทยกีดกันสตรีร่วมกระบวนการสันติภาพ ขอทุกฝ่ายทำตามกฎหมายมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน

เปิดข้อสังเกต UN ต่อรายงานขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีหรือ CEDAW ของไทย เผยยังกังวลผลกระทบจากเหตุรุนแรงในชายแดนใต้ การกีดกันสตรีในกระบวนการสันติภาพ ข้อเสนอแนะต่อไทยให้เพิ่มความพยายามยุติความขัดแย้ง ให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการคุ้มครองสตรีและเด็ก ขอให้หยุดเก็บตรวจดีเอ็นเอทันที และให้สตรีร่วมบูรณะฟื้นฟูหลังความขัดแย้งอย่างเต็มทีทุกขั้นตอน

เปิดข้อสังเกตต่อรายงานขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีของไทย

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) และกลุ่มด้วยใจได้เผยแพร่คำแปล(อย่างไม่เป็นทางการ) ของรายงานสรุปข้อสังเกตของคณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีของสหประชาชาติ (UN) ต่อรายงานการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ หรือ CEDAW ของรายงานครั้งที่ 6 และครั้งที่ 7 ของประเทศไทย ในสมัยประชุมครั้งที่ 67 ระหว่างวันที่ 3-21 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งหมด 60 ข้อ ซึ่งเผยแพร่มาตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2560

สตรี สันติภาพ และความมั่นคง

ข้อสังเกตที่น่าสนใจเป็นประเด็นเรื่อง สตรี สันติภาพและความมั่นคง ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยประเด็นนี้มี 2 ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะหลายข้อด้วยกัน

โดยสามารถคลิกอ่านรายงานต้นฉบับและฉบับแปลดังกล่าวได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com/2017/08/04/cedaw-concluding-observation-67th-th/

กังวลผลกระทบจากเหตุรุนแรง-กีดกันสตรีในกระบวนการสันติภาพ

รายงานระบุว่า คณะกรรมการฯยังคงห่วงกังวลว่าสตรีมลายูมุสลิมในพื้นที่จะยังคงเผชิญกับปัญหาอุปสรรคต่อไป...สถานการณ์ของพวกเธอจะยิ่งแย่ลงเนื่องจากความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในพื้นที่

โดยคณะกรรมการฯมีความห่วงใยเป็นพิเศษต่อสตรีที่กลายเป็นหม้ายและหัวหน้าครอบครัว เพราะผู้ชายถูกจับกุม ถูกทำให้หายไปหรือถูกฆ่าตาย มีรายงานวามีการบังคับหรือจำ ยอมให้เก็บตรวจดีเอ็นเอของสมาชิกครอบครัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดีความมั่นคง

รวมทั้งการกีดกันสตรีไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในกระบวนการสันติภาพ อีกทั้งความล่าช้าในการอนุมัติแผนปฏิบัติการระดับชาติในเรื่องสตรี สันติภาพและความมั่นคงตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติ 1325 (ปี 2543)

ข้อเสนอแนะต่อไทย ให้เพิ่มความพยายามยุติความขัดแย้ง

คณะกรรมการฯ มีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทย เช่น ขอให้มีมาตรการพิเศษเป็นการชั่วคราวต่อสตรีในพื้นที่ โดยเฉพาะสตรีที่ตกเป็นหม้าย กลายเป็นหัวหน้าครอบครัว โดยให้การสนับสนับสนุนทางด้านการเงินและทางสังคมอย่างเพียงพอ

ให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน

“เพิ่มความพยายามในการยุติความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ และให้เกิดความมั่นใจว่า ทหาร เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย กลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐ จะปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการคุ้มครองสตรีและเด็กหญิงที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ให้ปลอดพ้นจากความรุนแรง ไม่ว่าจะรูปแบบใดๆ”

ขอให้หยุดเก็บตรวจดีเอ็นเอทันที

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอในเรื่องการเข้าถึงการเยียวยา ได้รับความยุติธรรม ยุติการเก็บตรวจดีเอ็นเอโดยทันที ให้รับรองแผนปฏิบัติการแห่งชาติที่ปฏิบัติตามมติคณะมนตรีความมันคงแห่งองค์การสหประชาชาติ 1325 (ปี 2543) ในเรื่องสตรีสันติภาพและความมั่นคง อย่างเร่งด่วน เพื่อประกันสันติภาพที่ถาวรในประเทศไทย

ให้สตรีร่วมบูรณะฟื้นฟูหลังความขัดแย้ง

“ให้สตรีเข้าร่วมอย่างเต็มที่ในทุกขั้นตอนของการบูรณะฟื้นฟูในช่วงหลังภาวะความขัดแย้ง รวมทั้งการตัดสินใจ ตามข้อมติ 1325 (ปี 2543) และนำ

เอาวาระของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรื่อง สตรี สันติภาพและความมันคง มาพิจารณาอย่างเต็มที่ ดังที่ได้แสดงไว้ในข้อมติที่ 1820 (ปี 2551), 1888 (ปี 2552), 1889 (ปี 2552), 2112 ( ปี 2556) และ 2242 ( ปี 2558)และความเห็นทั่วไปของคณะกรรมการฯที่ 30 (2556) เรื่อง สตรีในสถานการณ์ของการป้องกนความขัดแย้ง ความขัดแย้ง และหลังความขัดแย้ง”

ทั้งนี้ ในสมัยประชุมครั้งที่ 67 ดังกล่าว คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ (PAOW) ร่วมกับองค์กรเครือข่าย และคณะทำงานปาตานีเพื่อติดตามกลไกระหว่างประเทศ ได้จัดการสนทนาและติดตามการถ่ายทอดสดการประชุมจากกรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในกิจกรรม จิบชาจับตาเจนีวา ครั้งที่ 2: เกาะติดสถานการณ์ผู้หญิงในการรายงานซีดอว์ (CEDAW) ระหว่างเวลา 13.00 – 18.00 น.ของวันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2560 ณ ห้องประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีด้วย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมเราต้องไปเจนีวาด้วยตนเอง ตอนที่ 1 (ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ถ้ามุ่งมั่นและตั้งใจ)

ทำไมเราต้องไปเจนีวาด้วยตนเอง ตอนที่ 2 (การเตรียมตัว)

ทำไมเราต้องไปเจนีวาด้วยตนเอง (ตอนที่ 3) : เริ่มต้นทำงาน

ทำไมเราต้องไปเจนีวาด้วยตนเอง (ตอนที่ 4) : ความสำคัญของ Lunch briefing และ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับองค์กรระหว่างประเทศ