เวทีนักการเมืองจชต.หนุนการพูดคุย ติงเอกสารฝ่ายไทยลดเครดิต BRN และ MARA PATANI

เวทีสานเสวนานักการเมืองชายแดนใต้ครั้งที่ 39 วันที่ 11 กันยายน 2560 วิพากษ์เอกสารฝ่ายรัฐ พร้อมแนะใช้นโยบายที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่องจนกว่าการพูดคุยจะสำเร็จ เป็นเวทีเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองแลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกร่วมกัน โดยสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล

นักการเมืองที่เข้าร่วมประชุมตั้งข้อสังเกตต่อการลดลงกว่าครึ่งของเหตุการณ์ความไม่สงบน่าจะเป็นผลมาจากการริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติสุข/สันติภาพ การอ่อนล้าของกองกำลังติดอาวุธและจากการเปลี่ยนตัวผู้นำของขบวนการ BRN ในอีกด้านหนึ่งรัฐควรดำเนินตามนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2558-2564 นโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2560-2562 และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 230/2557 จนกว่าการพูดคุยจะประสบผลสำเร็จ

อย่างไรก็ตามได้มีประเด็นคำถามว่าการลดลงของสถิติความรุนแรง มีผลต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนมากน้อยเพียงใด ในเรื่องนี้มีข้อสังเกตหลายข้อ เช่น การที่เศรษฐกิจในพื้นที่และในประเทศอยู่ในภาวะที่ถดถอย อาจมีผลต่อการลดลงของสถิติความรุนแรง เพราะทุกคนจะหันไปเอาใจใส่ในการฟื้นฟูสถานภาพทางเศรษฐกิจของตนเป็นสำคัญ การใช้เศรษฐกิจนำจะช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนและจะส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

ที่ประชุมมีความเห็นว่าเรื่องพื้นที่ปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งความสำเร็จขึ้นอยู่กับความเป็นเอกภาพของฝ่ายรัฐและฝ่ายมารา ปาตานี โดยหวังว่าจะมีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งรับทราบว่า กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้ากำลังจะแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วยฝ่ายรัฐและภาคประชาสังคม เพื่อสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ที่ประชุมฝากความหวังว่าคณะกรรมการดังกล่าวจะทำงานอย่างได้ผล

การที่รัฐบาลกำหนดภารกิจ 7 ภารกิจในการแก้ไขปัญหา จชต. ซึ่งภารกิจแรกคืองานรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั้น มีส่วนทำให้ความรุนแรงลดลง มีอีกความเห็นหนึ่งคือความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนนั้นขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของชุมชนในการดูแลความปลอดภัยของชุมชนเป็นสำคัญ รวมทั้งความเห็นว่า การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยคอยเฝ้าระวังและรวบรวมหลักฐานการก่อเหตุรุนแรงจะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยได้มาก

ในด้านกระบวนการพูดคุยสันติสุข ฝ่ายรัฐแบ่งเป็นระดับนโยบาย ระดับคณะพูดคุยฯ และระดับพื้นที่ มีข้อสังเกตว่า เลขานุการคณะพูดคุยฯ มีโอกาสลงพื้นที่บ้าง ส่วนในระดับภาคประชาสังคมนั้น มีการลงพื้นที่แทบทุกวันเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกับชุมชนในเรื่องกระบวนการพูดคุยฯ

ติงเอกสารคณะพูดคุยฝ่ายไทยลดเครดิตอีกฝ่าย ไม่เป็นผลดี

ที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นในเอกสารการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ของคณะพูดคุย ในหน้า 8 เป็นการลดเครดิตของ BRN และมารา ปาตานี ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพูดคุย หากควรให้เกียรติต่อกันมากกว่า และไม่ควรเขียนเอกสารในทำนองเสนอเองตอบเอง โดยอ้างว่าฝ่ายตนได้รับการยอมรับ ส่วนการพูดคุยสันติสุข รอบแรกและภาคีพูดคุยไม่ได้รับการยอมรับ เป็นต้น

นอกจากนั้นยังได้มีข้อสังเกตว่า ประเทศมาเลเซียอาจหันมาสนใจปัญหาภายในของตนมากขึ้น ทำให้การช่วยเหลือในการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยลดน้อยลง และกรณีที่จะมีการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2561 นั้น พรรคการเมืองควรกำหนดเป็นนโยบายสนับสนุนการพูดคุยฯ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเกิดผลอันยั่งยืน