แวมาฮาดี แวดาโอะ “เราจะโละการปกครองส่วนภูมิภาค”

มูฮำหมัด ดือราแม สำนักข่าวประชาไท
แซมซู แยะแยง, นูรยา เก็บบุญเกิด โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)
 

             ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)เมื่อมี 2550 นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ หรือ หมอแว เป็นผู้สมัครที่โดดเด่นมาก ในฐานะหัวหน้ากลุ่มสัจจานุภาพ แต่เหมือนโชคร้ายที่ต่อมาพรรคต้นสังกัดขณะนั้น คือ เพื่อแผ่นดิน แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆในเวลาต่อมา
             มาถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ มีชื่อเป็นผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์)ลำดับที่ 1 พรรคแทนคุณแผ่นดิน หมอแว จะเบียดแทรกขึ้นมาได้หรือ ในเมื่อต้องขายตัวเองในฐานะผู้สมัครเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งชาติ ไม่ใช่แค่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างที่เคยมีฐานะเสียงมาก่อน
..........................
 

-ทำไมถึงได้มาอยู่พรรคแทนคุณแผ่นดิน

             2 – 3 ปีที่เป็น ส.ส. ผมพยายามเรียนรู้วัฒนธรรมการเมืองไทย พบว่า สิ่งที่เราเศร้าใจคือ ส.ส.เกือบทั้งหมดเป็นตัวแทนนายทุน เพราะบางคนรู้แก่ใจว่า สิ่งที่จะสนับสนุนเป็นผลกระทบต่อประชาชน แต่ก็ยังยกมือสนับสนุน แสดงว่า แม้มาจากประชาชนเลือก แต่แท้ที่จริงเขาไม่ใช่ตัวแทนของประชาชน
            ผมจึงตั้งชื่อว่า ตัวแทนนายทุนหุ่นกระบอกหรือภาษาใต้เรียกว่า ส.ส. หนังตะลุงที่มีนายหนังคอยกำกับเพราะฉะนั้นมันไม่เหมาะ ในฐานะที่ประเทศกำลังวิกฤติ รวมทั้งวิกฤติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องมีตัวแทนที่กล้าพูดความจริงและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถใช้มูลเหล่านั้น มาประกอบเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา แต่มันก็กลายเป็น ส.ส.ใบ้
            ประเด็นที่สอง เราไม่ได้รังเกียจนายทุน เพราะนายทุนส่วนหนึ่งอยากช่วยให้เกิดการเมืองที่ดีมีคุณธรรมจริยธรรมแต่ปัจจุบันทุนใหญ่ได้เปรียบ เพราะเป็นเจ้าของพรรค ทุนเล็กทุนน้อยถูกเอาเปรียบ เพราะกฎกติกาที่มีทำให้ทุนใหญ่ได้เปรียบกว่าทุนเล็ก
            ผมจึงอยากสนับสนุนการเมืองที่มีกติกาที่ทำให้ทุนเล็กไม่เสียเปรียบ เราจึงมาอยู่ในพรรคเล็กๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีทุนใหญ่ที่คอยสนับสนุนกำกับดูแลเราให้ทำตามที่เขาปรารถนา
พรรคแทนคุณแผ่นดินเป็นความร่วมมือระหว่างผมกับดร.วิชัย ศิรินคร หัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นคนที่มีคุณธรรมจริยธรรม จึงสังกัดพรรคนี้ลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้

-พรรคแทนคุณแผ่นดินมีใครเป็นนายทุน?

             ไม่มี ทุกคนใช้งบตัวเอง วันแรกที่สมัครระบบบัญชีรายชื่อมีทุนคนละ 12,000 บาท สมัคร 32 คน รวม 160,000 บาท ต่างคนต่างช่วยกันบริจาค โปสเตอร์ก็ทำกันเอง เราคงไม่ต้องมีนายทุนคอยควบคุมให้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ ทั้งๆที่กระทบต่อประชาชน ไม่เหมือนผู้สมัครหลายคนที่ต้องเอาเงินของนายทุนพรรค

-ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะลงสมัครกับบางพรรคใหญ่บางพรรค?

            ถามว่ามีใครทาบทามไหม ก็มี แต่เราก็ยื่นเงื่อนไขอย่างเดียวว่า ต้องให้โอกาสเราสะท้อนปัญหาตามความต้องการของประชาชน ถ้าจะให้เราเข้าไปสังกัดแค่เสนอตัวเงินมา ผมว่าคงไม่ใช่แล้ว นาทีถ้าผมทำตัวอย่างนั้นกลุ่มสัจจานุภาพทำตัวแบบนั้น อย่าไปทำการเมืองดีกว่า

-พรรคไหนบอกได้หรือเปล่า?

            เกือบทุกพรรค มีคนทาบทามเยอะ แต่สิ่งที่เขาถามว่า ต้องใช้เงินเท่าไหร่โดยไม่ได้พูดถึงว่า กลุ่มเราเข้าไปแล้วจะใช้แนวทางการทำงานอย่างไร พูดเพียงว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะชนะการเลือกตั้ง ผมก็คิดว่านั่นเป็นประเด็นสุดท้าย เช่น ใช้เป็นค่าป้ายหาเสียงหรือการรณรงค์หาเสียง แต่ต้องคุยแนวทางการทำงานก่อน ปัจจุบันผมว่าน่าเป็นห่วงประเทศไทย ที่เกือบไม่มีพรรคใดมาพูดคุยในเรื่องอย่างนี้
            มี ทั้งพรรคใหญ่พรรคเล็ก ถ้าเราอยากสบายก็อยู่พรรคใหญ่ เพราะเงินเยอะ บางทีได้ส.ส.โดยไม่ต้อเหนื่อย เขาก็เสนอเป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ในลำดับที่เซฟอยู่แล้ว แต่เวลาบ้านเมืองชุลมุน เราไม่มีอิสระที่จะพูด
 

-นั่นคือเหตุผลที่ไม่ได้ตามพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยด้วย

           ใช่ ในฐานะที่ผมเป็นคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และเป็นคนไทยที่ดูวิกฤตของชาติ เห็นว่าต้องมีตัวแทนของประชาชนไปพูดความจริง เช่น เรื่องน้ำมัน ไม่มีใครพูด แต่ละพรรคไม่อนุญาตให้พูด เพราะเป็นผลประโยชน์ของคนที่เกี่ยวข้องกับพรรคนั้น
           จะไปเป็นรัฐมนตรีก็ได้ แต่ต้องเป็นขี้ข้านายทุน รับใช้ทุกอย่าง เป็นกระบอกเสียงให้นายทุน เดี่ยวเขาให้โบนัสเอง เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่บางคน ไม่รู้เป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร แต่ได้เป็นเพราะรับใช้นายทุน
           เราต้องแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศหรือจะปล่อยให้วงวนอยู่อย่างนี้ ไม่ใช่พอเป็นส.ส.แล้ว ตกอยู่ในภาวะจำยอม เราถามว่าทำไมไม่ขวางบ้าง เขาบอกว่าไม่ได้ เดี๋ยวจะไม่ได้เป็นผู้สมัคร อ้าวคุณก็สมัครพรรคอื่นซิ ก็ไม่ได้เพราะพรรคนี้มันเจ๋งคะแนนดี

-พรรคที่มาทาบทามแสนอตำแหน่งรัฐมนตรีให้หรือไม่?

           มี เสนอให้อยู่ในลำดับต้นๆ ของปาร์ตี้ลิสต์ก็มี เสนอให้เงินจำนวนมหาศาลก็มี แต่ชีวิตผมอายุ 49 ปีแล้ว ถ้าผมต้องการตำแหน่ง ผมก็ไม่คิดเรื่องการเมือง ผมว่ามาถึงตอนนี้มันเป็นอามานะฮ์ (ความรับผิดชอบ) เป็นภารกิจที่พระเจ้าได้มอบหมายให้ว่า บนหน้ามีแผ่นดินนี้ ต้องมีคนส่งเสริมความดีและห้ามปรามความชั่ว ทางการเมืองก็เหมือนกัน ต้องมีคนที่ส่งเสริมความดีและห้ามปรามความชั่ว
           เราจะไปตามวัฒนธรรมที่ไม่ดีทางการเมืองทั้งหมดก็ไม่ได้ ผมเชื่อว่ามีส.ส.จำนวนมากที่อยากเดินเส้นทางนี้ แต่เนื่องจากมีข้อจำกัด กลัวไม่ได้เป็นส.ส. บ้าง ก็ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ ก็ให้กำลังใจผมก่อน แล้วในอนาคต เราได้มาทำงานร่วมกัน อินชาอัลเลาะห์(หากเป็นความประสงค์ของพระเจ้า)

-แล้วจะไปต่อสู้กับพรรคใหญ่ได้อย่างไร?

           นักวิชาการแบ่งพรรคการเมืองเป็น 3 กลุ่ม 1.พรรคใหญ่ มีพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ 2.พรรคขนาดกลาง มีพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย นอกจากนั้นก็เป็นพรรคเล็ก
           เรายืนยันได้เลยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคแทนคุณแผ่นดินจะได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มากที่สุดในกลุ่มพรรคเล็ก

-ทำไมถึงมั่นใจอย่างนั้น?

           วันแรกที่เราเดินทางหาเสียง เราคิดว่าจะได้คนเดียว ครบหนึ่งสัปดาห์ประเมินว่าน่าจะเพิ่มเป็น 5 คน คิดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้นักการเมืองบางคนจะดูถูกว่า ประชาชนรอเงิน เอาปัจจัยไปให้ก็คงได้คะแนนเสียง อย่าไปดูถูกประชาชน เดี๋ยวนี้เขาฉลาด
           สิ่งที่เรานำเสนอประชาชนไม่ใช่เงิน ไมใช่ผลประโยชน์ แต่เราเสนอวิธีคิดที่จะนำพาประเทศชาติให้รอดพ้นจากวิกฤติ ซึ่งได้รับการตอบรับได้ดีมาก จะได้กี่คะแนนขึ้นอยู่กับว่าเวลาที่เหลือว่า เราสามารถบอกวิธีคิดให้คนไทยทั้งประเทศได้มากน้อยขนาดไหน
           สิ่งที่เรารู้สึกไม่ยุติธรรม คือสื่อพยายามจะไปจับพรรคดังๆ ทำข่าวซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำไมสื่อไม่ให้โอกาสกับพรรคเล็กๆ ซึ่งบางครั้งพรรคเล็กๆ น่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาวิกฤติชาติก็ได้

-ถ้าได้เป็นส.ส.ทำงานกับพรรคเพื่อไทยได้ไหม?

           อยู่ที่ว่า แนวคิดเรา เขาสนองตอบมากน้อยแค่ไหน ในเมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าเขารับหนึ่งข้อสองข้อ เราก็รับก่อน ดีกว่าไม่ได้เริ่มเลย ในฐานะที่เป็นพรรคเล็กๆ แต่ถ้าเราขอเป็นฝ่ายค้านไปเลย ก็คงไม่ต้องตั้งพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองมีหน้าที่ในการหาทางออกให้กับประเทศ แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้าน ก็ต้องเป็นฝ่ายค้านที่มีสติ มีคุณภาพ

-ถ้าพรรคใหญ่กวาดที่นั่งไปหมด จะทำอย่างไร

           ก็ไม่เป็นไร เพราะว่า ในคัมภีร์อัล – กุรอ่าน บอกว่า หากสูเจ้าเห็นสิ่งที่ไม่ดีงาม หรือ สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นบนหน้าแผ่นดิน เจ้าจงยับยั้งมัน เจ้าจงแก้ไขมัน ด้วยมือ ด้วยอำนาจ ด้วยพลัง ด้วยตำแหน่งของเจ้า แต่ถ้าเจ้าไม่มีอำนาจที่จะห้ามมันได้ เจ้าจงห้ามด้วยคำพูด แต่ถ้าใช้คำพูดไม่ได้ ก็ห้ามด้วยใจ
           เพราะฉะนั้นถ้าได้เป็นรัฐมนตรี เราก็ใช้อำนาจรัฐมนตรีในการแก้ไข ถ้าเราเป็น ส.ส. เราก็ใช้คำพูดในการแก้ไข ถ้าเราไม่ได้รับเลือกตั้ง เราก็ห้ามในใจได้ ยังไวเราต้องไม่ยอมรับและยอมจำนนกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต้องห้ามแม้กระทั่งในใจ นั่นคือหลักการ
           เพราะฉะนั้นก้าวแรกที่เราออกจากบ้าน เพื่อมาหาเสียงครั้งนี้ เรามีชัยชนะแล้ว เพียงแต่ว่าชัยชนะที่ 2 - 3 - 4 จะเกิดขึ้นหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เราชนะแล้ว เพราะอย่างน้อย เราได้พูดความจริงแล้ว
           ถ้าหากเราได้เป็น ส.ส.อีก เราก็ได้พูดในสิ่งที่ไม่ดีงาม เพราะให้เกิดการแก้ไข แต่ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล เราก็ได้ใช้อำนาจในการแก้ไข จะมากน้อยแค่ไหน อยู่ว่า กระทรวงที่เราจะได้รับผิดชอบนั้นคือกระทรวงอะไร เพราะฉะนั้น ไม่มีคำว่าแพ้ในการต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

-อะไรคือจุดขายของพรรคแทนคุณแผ่นดิน?

           ประเด็นแรก เรากำลังจะเปลี่ยนนักการเมืองตัวแทนนายทุน เป็นตัวแทนประชาชนที่แท้จริง ข้อที่สอง เราจะทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกยึดจากประชาชนไปเป็นของนายทุน เช่น น้ำมัน ซึ่งประเทศไทยมีมากกว่าประเทศบรูไน ก๊าซธรรมชาติก็มีมากกว่าประเทศคูเวต
           แต่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองโดยการสนับสนุนของนายทุน ได้ออกกฎหมายฉบับหนึ่งเมื่อปี 2542 โดยใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐสภา แปรรูปปตท.(การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ปัจจุบันคือ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)ให้เป็นของเอกชนและนำเข้าตลาดหุ้น จนในที่สุด ผู้ถือหุ้นครึ่งหนึ่งเป็นนักการเมือง นายทุนและผู้มั่งมี และผูกขาด จึงทำให้ราคาน้ำมันแพง ทั้งๆ ที่มันไม่ควรอยู่ในมือของเอกชน ต้องเป็นของรัฐ 100% เหมือนบริษัท ปิโตนาสของประเทศมาเลเซีย
           เราจะคืนสันติสุขสู่ชายแดนใต้ โดยการยกเลิกนิคมอุตสาหกรรมแห่งความมั่นคง เพราะมันเป็นพื้นที่แสวงหาผลประโยชน์ของหลายฝ่าย โดยใช้เงินของรัฐ เงินภาษีของประชาชน อ้างความมั่นคง กอบโกยผลประโยชน์และแสวงหาผลประโยชน์ ด้วยความร่วมมือของนายทุน ข้าราชการและนักการเมือง
           แต่เราต้องฟื้นฟูอุตสาหกรรมแห่งความมั่งคั่ง เช่น นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล เป็นต้น หมายความว่า งบประมาณเหล่านั้นจะไปสนับสนุนให้เศรษฐกิจดีขึ้น
           เราจะยกเลิกกฎหมายที่เป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่รัฐซ้อมทรมานคน ฆ่าคนโดยไม่ผิดกฎหมาย นั่นคือพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ(พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548) ซึ่งพรรคใหญ่ยังไม่กล้ายกเลิก ผมจึงเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยประกาศยกเลิก แล้วเราจะดีใจ
          ทำไมไม่ประกาศ เพราะปัญหาความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเกินอำนาจของส.ส. ของพรรคการเมืองแล้ว แต่เป็นเรื่องของทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง กองทัพ สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่จะเห็นด้วยไหม
         หลายพรรคประกาศเจตนารมณ์ก่อนเลือกตั้ง แต่หลังเลือกตั้งทำไม่ได้ เพราะกองทัพไม่เห็นด้วย เช่น การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นการแก้ปัญหา คือยกเลิกอุตสาหกรรมแห่งความมั่นคง แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันจะทำกันอย่างไร เรื่องอื่นทำไมได้ถ้าไม่ยกเลิก
         พอยกเลิกแล้ว เรามานั่งคุยกันว่า สมช.คิดอย่างไร พรรคการเมืองคิดอย่างไร ประชาชนคิดอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือว่า เราต้องโละการปกครองส่วนภูมิภาคออกไป ให้เหลือส่วนกลางกับท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี้คือสาระสำคัญ และหลังจากนั้น สิ่งอื่นๆ ก็น่าจะดีขึ้นอินชาอัลลอฮ์(หากเป็นความประสงค์ของพระเจ้า)

-พรรคอื่นๆมีโมเดล(รูปแบบ)การปกครองชายแดนใต้นำเสนอแล้วพรรคแทนคุณแผ่นดินมีด้วยหรือไม่?

           ถ้าไม่ยกเลิกอุตสาหกรรมแห่งความมั่นคง ก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราไม่เสนอโมเดล แต่โดยหลักการแล้ว ต้องให้คนท้องถิ่นมีอำนาจ ไม่เฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ทั้งประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็ต้องเป็นเรื่องของคนภูเก็ต เชียงใหม่ก็เป็นคนเชียงใหม่
           เลิกกันทีตัวแทนของรัฐบาลกลางที่อยู่ในพื้นที่ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแบ่งการปกครองส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น ผมยังยืนยันว่าเห็นด้วยกับการแบ่งการปกครองส่วนกลางและท้องถิ่นเท่านั้น ไม่มีส่วนภูมิภาค
           ส่วนที่จะบอกว่าเป็นมหานครปัตตานีหรือทบวงชายแดนใต้ ผมว่าคุณทำไม่ได้หรอก ถ้ากองทัพไม่เห็นด้วย ผมจะดูว่าทำได้ไหม เสียเวลาครับเรื่องเหล่านั้น
          ต้องมาคิดยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นอันดับแรก เพื่อไม่ให้อำนาจทหารมากเกินไป ยกเลิกการแสวงหาผลประโยชน์บนดินแดนที่เต็มไปด้วยเลือดประชาชน เอาเรื่องผลประโยชน์ออกไปก่อน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

-การยกเลิกอุตสาหกรรมแห่งความมั่นคงทหารต้องเห็นด้วย
ครับ

 

-แล้วจะคุยกับทหารอย่างไร?

           ต้องมอบให้กับพรรคการเมืองหลัก คือ ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย กล้าไหมที่จะไม่ตามทหาร อย่างพรรคประชาธิปัตย์รอบที่ผ่านมา ไม่สามารถทำอะไรได้หรอก เพราะทหารเป็นคนตั้งเป็นรัฐบาล ตอนที่ท่านมีอำนาจทำไมไม่ทำ เพราะท่านเกรงใจทหาร
           เอาอย่างนี้ก็แล้วกันว่า ถ้าเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์กล้าที่จะแก้ปัญหาภาคใต้ ท่านต้องประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯตั้งแต่วันแรกเลย และไม่ต่ออายุอีก แค่นั้นผมว่าประชาชนดีใจแล้ว

-ถ้าได้เป็นส.ส.จะพร้อมที่จะเข้าร่วมกับพรรคไหนก็ได้ที่เป็นรัฐบาลหรือไม่?

           ในฐานะนักการเมือง แน่นอนเราต้องมีวิธีการในการแก้วิกฤติชาติ ถ้าเรามีโอกาสที่จะเอาแนวคิดของเราให้รัฐบาลในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เราที่จะร่วม แต่คุณต้องรับในสิ่งแนวคิดของเรา ไม่ใช่เป็นเพียงเพื่อการต่อรองเอาตำแหน่งรัฐมนตรี
           อย่างน้อยที่สุด ถ้าพรรคนี้มีโอกาสดูแลกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง เราก็จะบริหารจัดการในรูปแบบเป็นไปตามนโยบายที่เรามีอยู่ แต่ถ้าไม่สามารถจะร่วมด้วย สิ่งที่เรานำเสนอไม่ถูกนำไปปฏิบัติ เราก็อาจจะพิจารณาตัวเองเป็นฝ่ายค้านก็ได้ เพราะฝ่ายค้านก็มีประโยชน์เหมือนกัน

-นโยบายอื่นๆ

           เราจะปลดแอกดอกเบี้ยเบ่งบาน สู่ธนาคารคนจนโดยการสนับสนุนสหกรณ์ให้โตขึ้น วันนี้สหกรณ์ถูกแช่แข็ง ถูกทำหมัน จึงไม่เกิดธนาคารสหกรณ์แห่งประเทศไทย ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีธนาคารสหกรณ์แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์เกิดขึ้น แต่ประเทศไทยยังไม่เกิด
           ในจังหวัดที่มีชาวมุสลิม ปัจจุบันมีการตั้งสหกรณ์อิสลามปลอดดอกเบี้ย แต่ปัจจุบันไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะกฎหมายกำหนดว่าสหกรณ์มี 7 ปะเภท ประเภทล่าสุดคือ สหกรณ์เครดิตยูเนียน แต่ไม่มีประเภทที่ 8 ที่เรียกว่าสหกรณ์อิสลาม
           วันนี้เราต้องสนับสนุนให้มีสหกรณ์ประเภทที่ 8 เพราะการทำให้สหกรณ์เกิดขึ้น ก็คือคนที่เป็นเจ้าของ คือ ประชาชนระดับรากหญ้า รากแก้ว คนชั้นล่าง แต่ถ้าธนาคารก็เป็นของนายทุน นายทุนได้เปรียบ เวลาธนาคารเจ๊ง รัฐบาลก็ไปช่วย
           ยกตัวอย่าง ธกส. คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร แม้เป็นของรัฐร้อยเปอร์เซ็นต์ เอาภาษีของประชาชนเป็นทุน แต่เอาเปรียบเกษตรกร เป็นไปได้อย่างไร ธกส.ให้เกษตรกรกู้เงิน แล้วเกษตรกรติดหนี้ 7 แสนล้านบาท เป็นเงินต้น 2 แสนล้านบาท ดอกเบี้ย 5 แสนล้านบาท ที่ดิน 38 ล้านไร่ของเกษตรกร อยู่ในมือของ ธกส.และกำลังจะถูกยึด และนายทุนกำลังจะขอซื้อในการขายทอดตลาดด้วยราคาถูก
            นั่นแสดงว่า กลไกระบบดอกเบี้ยที่อยู่ใน ธกส.มันล้มเหลว ประชาชนพึ่งไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น เราสนับสนุนให้เกษตรกรมีสหกรณ์ขึ้นมาเป็นของตนเอง มีทุนของตัวเอง กำไรก็ได้คืนกลับตนเอง เวลามีปัญหาก็แก้ปัญหาไปเองเลย
           แต่ประเทศนี้ ทำหมันในเรื่องสหกรณ์ ไม่เฉพาะสหกรณ์อิสลาม แต่สหกรณ์อื่นด้วย เพราะฉะนั้น ต้องปลดภาวะดอกเบี้ยนี้ ไปสู่ธนาคารคนจน ซึ่งต้องเริ่มต้นที่สหกรณ์

-ด้วยเหตุนี้สมาชิกหลายคนในภาคใต้จึงมาจากกลุ่มสหกรณ์

          ส่วนหนึ่งมาจากสหกรณ์ เกษตรกร นักวิชาการที่มีคุณธรรม ส่วนหนึ่งมาเอ็นจีโอ(องค์กรพัฒนาเอกชน) ที่คิดเรื่องความยากลำบากของประชาชน เพราะฉะนั้นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคลำดับที่ 1 – 10 ไม่มีโควตาของนายทุน แต่เป็นโควตาของกลุ่มต่างๆ ที่จะมาร่วมกันทำงาน เช่น นายก่อซี อุเซ็ง ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 3 ก็เป็นตัวแทนของสหกรณ์อิสลาม ดร.วิชัย ก็เป็นตัวแทนของกลุ่มแรงงาน ปักหลักอยู่ที่สมุทรปราการ

-ทำไมการสมัคร ส.ส.ครั้งนี้ พรรคถึงเน้นปาร์ตี้ลิสต์

            เพราะเป็นพรรคที่เริ่มต้นใหม่ และการเลือกตั้ง ส.ส.เขตครั้งนี้ มีการใช้เงินมหาศาล เกินกว่ากฎหมายกำหนด เงินนั้นมาจากนายทุนที่หาประโยชน์จากการเมือง เพื่อให้นักการเมืองเป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง เราไม่พร้อมที่ต้องลงไปแข่งขันลักษณะอย่างนั้น เราจึงขอเฉพาะปาร์ตี้ลิสต์ ขอแสดงเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับอามิสสินจ้างและการหาประโยชน์อย่างนั้น

- จึงไม่ส่งสมัคร ส.ส.เขต
            ส่งครับ เป็นความสมัครใจของผู้ที่จะลงสมัครเอง และอยากเริ่มต้นในพื้นที่ของตัวเองในการนำเสนอความคิดเหล่านี้ เช่น ในจังหวัดสมุทรปราการหรือกรุงเทพมหานคร แต่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ส่งใครลงสมัคร

-เมื่อเน้นปาร์ตี้ลิสต์ก็ต้องเดินสายไปทั่วประเทศ แล้วพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หาเสียงอย่างไร

            เรากำหนดแนวทางหาเสียง คือ คาราวานหาเสียง 28 วัน เริ่มจากจังหวัดนราธิวาส ขึ้นไปทั่วประเทศ
ฐานเสียงของเราไม่ใช่มีเฉพาะในจังหวัดนราธิวาส เรามีเกษตรกรชาวภาคอีสาน เรามีสมาชิกกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ในจังหวัดมหาสารคราม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อุดรธานี ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย ที่เราทำงานด้วยกันมาแล้วเป็นปีๆ ก็เพื่อให้เห็นว่าเขาถูกเอาเปรียบและหาแนวทางแก้ไข
            เพราะฉะนั้น ผมพยายามจะบอกว่า ผมไม่ใช่ตัวแทนของคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว แต่ผมเป็นตัวแทนของคนยากไร้ คนที่ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบ คนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งแผ่นดินนี้ ไม่ใช่เฉพาะคนนราธิวาสต่อไป
            ถ้าผมเป็นคนของนราธิวาส ผมก็ลงสมัครแบบเขตที่นราธิวาส แต่นี่ผมลงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 1 และผมเป็นคนเดียวในภาคใต้ ที่อยู่ลำดับที่ 1 ของพรรคการเมืองต่างๆ เพราะฉะนั้น เรากำลังจะบอกว่า แม้เราจะอยู่ที่ภูธร แต่เรากำลังจะแบกภาระของคนทั้งประเทศ
           ส่วนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราทำงานตลอด 3 ปี เราอ่านคุตบะห์(เทศนาธรรมในการละหมาดวันศุกร์)มาแล้ว 200 มัสยิด ในนามกลุ่มสัจจานุภาพ ในทุกวันเสาร์เราเปิดบ้านจัดเวทีชาวบ้าน วันอาทิตย์เราเข้าหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราวางโครงสร้างทั้งหมด นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เราคิดว่าเพียงพอที่จะเป็นฐานเสียง

-ฝากความหวังอย่างไรกับการเลือกตั้งครั้งนี้
            ฝากกับทุกคนว่า ไซดีนา อุมัร อิบนุล คอตตอบ ซึ่งเป็นผู้นำดินแดนมุสลิมในอดีต บอกว่า ประเทศจะเกิดสันติสุขได้ ต้องมีองค์ประกอบ 6 ข้อ 1.ประเทศนั้นต้องมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2.ประเทศนั้นและประชาชนต้องมีรายได้ที่เพียงพอ 3.ประเทศนั้นต้องมีความยุติธรรมในทุกเรื่อง 4.ประเทศนั้นต้องมีสวัสดิการให้กับประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย 5.ประเทศนั้นต้องปลอดจากสิ่งมึนเมาและอบายมุข และ 6.ประชาชนในปะเทศนั้น ต้องได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน
            ประเทศใดไม่สามารถทำ 6 ข้อนี้ได้ อย่าหวังว่าจะเกิดสันติสุข เพราะฉะนั้นผมจึงขอเรียกร้องให้ทุกพรรคทำให้ครบทุกข้อ แต่วันนี้ไม่มีซักข้อ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็ไม่มี ขนาดนายกรัฐมนตรียังต้องใช้รถกันกระสุน แสดงว่าไม่ปลอดภัยแน่ อย่างว่าแต่ประชาชนเลย คนที่ละหมาดในมัสยิดก็ยังไม่ปลอดภัย ก็ยังถูกยิงเหมือนที่มัสยิดไอร์ปาแย จังหวัดนราธิวาส ทองในร้านก็ยังถูกปล้น
             ประเทศนี้ยังมีรายได้ไม่ดี เพราะประเทศนี้ติดหนี้อยู่ 2 ล้านล้านบาท จีดีพี(มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม) ของประเทศยังต่ำ คนมีรายได้ไม่เพียงพอ ยังมีคนปล้นขโมยเพราะรายได้ไม่เพียงพอ
             ประเทศนี้ยังไม่มีมาตรฐานเรื่องความยุติธรรม คนเสื้อแดงก็ร้องเรื่องสองมาตรฐาน แต่คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกร้องเรื่อง 3 มาตรฐาน ประเทศนี้ยังใช้กฎหมายที่ยังไม่มีหลักนิติธรรมพื้นฐาน เช่น มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประเทศนี้ยังไม่มีความยุติธรรมในเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ มีการปล้นทรัพยากรธรรมชาติเอาไปให้นายทุน เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
             ประเทศนี้ยังไม่มีสวัสดิการที่ดีพอ ไม่เหมือนที่อุมัร อิบนุลคอตตอบทำ เช่น เมื่อมีการคลอดลูก อุมัรจะให้เงินกับแม่เป็นเงิน 100 ดีนาร์จนกระทั่งลูกมีอายุ 2 ปี ประเทศนี้ยังไม่มีความปลอดภัยจากยาเสพติดและสิ่งมึนเมา เพราะคนที่ประกาศว่าจะเป็นนายกฯปรองดองยังดื่มไวน์ขวดละ 3 หมื่นบาท แสดงว่าผู้นำยังกินเหล้าเลย
            ผู้นำกินเหล้าขวดละ 3 หมื่น ประชาชนต้มน้ำใบกระท่อมเสพหม้อละ 10 บาท เพราะฉะนั้นประเทศนี้ยังไม่ปลอดภัยแน่
            ประเทศนี้ยังไม่มีการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น เรื่องเคหะสถาน ท่านอุมัรไม่อนุญาตแม้แต่ตำรวจให้เข้าไปในบ้านของใคร แม้ว่าเป็นบ้านของผู้ต้องสงสัย ยกเว้นขออนุญาตจากเจ้าของบ้านก่อน แต่ประเทศนี้ ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกกฎอัยการศึกทำได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นประเทศนี้ยังไม่คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน
            เพราะฉะนั้นประเทศนี้ จึงไม่เกิดสันติสุข ซึ่งปัญหาความไม่สันติสุขไม่ได้มีเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เกิดขึ้นทั้งประเทศ จึงขอเรียกร้องรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ทำให้ประเทศนี้มีครบทั้ง 6 ข้อ พรรคแทนคุณแผ่นดินยินดีสนับสนุนพรรคเหล่านั้นในการตั้งรัฐบาล เพื่อทำให้เกิดทั้ง 6 ประการนั้น

-การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนโยบายการเจรจาพูดคุยกับขบวนการก่อความไม่สงบด้วยหรือไม่

            ตามหลักศาสนาอิสลาม และจากความพยายามในการศึกษาองค์ความรู้ที่มีอยู่ในพื้นที่ บอกว่า เมื่อคนทะเลาะกัน ไม่มีแนวทางใดที่คนจะดีกันได้ ยกเว้น 3 ข้อ คือ ให้อภัย ขออภัย และนั่งเจรจาพูดคุยกัน แน่นอนว่าคัมภีร์อัล – กุรอ่าน กล่าวไว้อย่างนี้ การพูดคุยเจรจา ปรึกษาหารือกัน ก็คือ ชูรอ

-แล้วจะมีรูปธรรมอย่างไร

            รอดูว่ากองทัพโอเคหรือเปล่า ฝ่ายความมั่นคงโอเคหรือเปล่า ถ้าไม่โอเค ต่อให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ต่อให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ก็เป็นไปไม่ได้
           การทำเรื่องนี้ได้ ต้องยกเลิกนิคมอุตสาหกรรมแห่งความมั่นคงก่อน มาเริ่มต้นใหม่ มาบอกว่าประเทศนี้เป็นของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนเดียว เพราะฉะนั้นคุณต้องมานั่งคิดว่า ในเมื่อคนอื่นเขาห่วงใยประเทศเหมือนกัน ก็ต้องมองคนอื่นในแง่ดีบ้าง

-ข้อเสนอเดิมๆ ของกลุ่มสัจจานุภาพได้ทำอะไรไปบ้าง

           เราทำไปแล้ว 23 ข้อ จาก 43 ข้อ เช่น โครงการผลิตพยาบาล 3 พันคนเรียนจบแล้ว เพื่อมาทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นโครงการที่เราเสนอมาตั้งแต่ต้น โครงการหนึ่งแพทย์ หนึ่งตำบล ตอนนี้เราส่งไปเรียนเรื่อยๆ ส่งไปเรียนที่ประเทศรัสเซีย จีน จอร์แดน ฟิลิปปินส์ เพื่อเสริมกับนักศึกษาแพทย์ที่เรียนในประเทศ ซึ่งยังไม่เพียงพอ
           การขยายสนามบินบ้านทอน จังหวัดนราธิวาสกำลังจะเสร็จ คาดว่าปีหน้าจะสามารถเป็นสนามบินหลักในเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย สะพานบูเกะตา เชื่อมชายแดนไทย – มาเลเซียสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
           ในแรงบันดาลใจ 43 ข้อของหมอแว สังเกตให้ดีจะพบว่าเราผลักดันจะมีการทำไปแล้ว 23 ข้อ แม้ว่าเราไม่ได้เป็นรัฐบาล ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีหรือแม้บางครั้งเราเป็นฝ่ายค้านในช่วงสมัยที่แล้ว แต่จะการอภิปรายในสภาทำให้รัฐบาลรับไปทำในหลายเรื่อง ซึ่งต้องขอบคุณพระเจ้า
           ส่วนข้อที่เหลือเราจะผลักดันต่อ เพราะนั่นเป็นความตั้งใจเดิม เป็นสัญญาประชาคมที่เราจะต้องทำให้เสร็จ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามีโอกาสได้ร่วมรัฐบาลในนามพรรคแทนคุณแผ่นดิน คิดว่า ทั้ง 43 ข้อ จะเสร็จสิ้นโดยเร็วมากกว่าที่เราไม่ได้ร่วมรัฐบาล
           ข้อที่เหลือ เช่น สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสเป็นศูนย์ภาษาอังกฤษ หรือเพิ่มเงินเดือน ชรบ.(ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) เป็น 7,000 บาทต่อคน ชุดละ 30 คน และมีสวัสดิการ โดยจะให้ชรบ.ดูแลหมู่บ้านกันเองแทนทหาร ซึ่งทหารจะต้องอกไปจากหมู่บ้านแล้วกลับไปอยู่ในกรมกองของตัวเอง เมื่อมีเหตุจำเป็นค่อยออกมา ไม่ต้องออกมาอยู่บนท้องถนน นอกจากนั้น จะสนับสนุนนักเรียนตาดีการายหัว 4,000 บาทต่อคน เป็นต้น ซึ่งนั่นยังไม่สำเร็จ เพราะเรายังไม่มีโอกาสได้ร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจน

-แรงบันดาลใจส่วนใหญ่ก็ยังวนเวียนอยู่กับชายแดนภาคใต้
          ถูกต้อง นั่นคือสิ่งที่จะแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่รอบนี้เป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ ซึ่งผมคิดว่า พยาบาลหนึ่งหมู่บ้านจะต้องให้เกิดขึ้นทั้งประเทศ หนึ่งแพทย์หนึ่งตำบลต้องเกิดขึ้นทั้งประเทศ เพียงแต่รอบที่แล้ว ผมเป็นเพียง ส.ส.เขต ก็ต้องดูแลในเขตเลือกตั้งนั้น
          แต่วันนี้ผมเป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ผมก็ต้องดูแลคนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นนโยบายที่เราออกก็เพื่อแก้ปัญหาความยกจนของคนทั้งประเทศ ความอยุติธรรมต้องกำจัด ต้องทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติมาให้คนไทยทั้งประเทศ