ภูมิใจไทยชูแก้ยุติธรรมยาเสพติดช่วยดับไฟใต้

นายฮัสซัน โตะดง โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศุนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)

              นายอนุสรณ์กัลยาภิรักษ์ ที่ปรึกษานายอรุณเบ็ญจลักษณ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)เขต 1จังหวัดปัตตานี พรรคภูมิใจไทยกล่าวว่าพรรคภูมิใจไทยมองว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มี3 ประเด็นหลักที่เป็นสาเหตุของการเกิดความไม่สบง ได้แก่ ความอยุติธรรมยาเสพติดและปัญหาเศรษฐกิจ
              นายอนุสรณ์ เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่จะแก้ปัญหา3 ประเด็นนี้เป็นหลัก โดยจะไม่พูดถึงโมเดล(รูปแบบ)ทางการเมืองการปกครองอย่างที่พรรคการเมืองอื่นๆ เสนอเพราะมองว่าเป็นได้ยากมาก
              นายอนุสรณ์ กล่าวว่าปัญหาเรื่องความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้มี 2 คือ มิติของความรู้สึก และมิติด้านกระบวนการทางกฎหมาย การแก้ปัญหาในมิติของความรูสึกได้นั้นจะต้องใช้เวลานาน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยย่อมรับว่า การแก้ปัญหาในมิตินี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทางพรรคภูมิใจไทยจำเป็นที่จะต้องทำ
              นายอนุสรณ์ กล่าวว่าส่วนการแก้ปัญหาด้านมิติทางกฎหมายนั้นจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นมาตรฐานเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย
              นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ในส่วนปัญหายาเสพติดพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่จะต้องแก้อย่างจริงจัง ไม่เพียงแต่การปราบปรามเท่านั้น แต่พรรคมีนโยบายให้ผู้ที่เสพยายาเสพติดได้รับการเยียวยาและการบำบัดที่ถูกต้องด้วย
              นายอนุสรณ์ กล่าวว่าส่วนปัญหาด้านเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทยมองว่าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่ไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากยังมีปัญหาความขัดแย้งอยู่ ดังนั้นต้องแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ก่อน จึงจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ก็จะได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาทันทีโดยการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
              นายอนุสรณ์ กล่าวว่าส่วนเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลโดยภาพรวมพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วย แต่ประเด็นสำคัญคือ ต้องแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ให้ได้ก่อนเช่นกัน เพราะตราบใดที่ความขัดแย้งยังมีอยู่ในพื้นที่ก็จะไม่มีแหล่งทุนใดกล้าที่จะมาลงทุนในพื้นที่อย่างแน่นอน
             นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ในส่วนงบประมาณที่ลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมากนั้น งบบางส่วนตกอยู่กับทหาร บางส่วนอยู่ที่ข้าราชการ จะทำอย่างไรที่จะให้งบประมาณเหล่านั้นลงไปถึงประชาชนระดับรากหญ้าจริงๆนั้น ดังนั้นจะต้องมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และมีการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ