ศาลสั่งสำนักนายกฯจ่าย5แสน ทหารซ้อมเยาวชนมุสลิมยะลาดับ

โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)

 

กฎอัยการศึกบวกพ.ร.ก.ฉุกเฉินพ่นพิษ ศาลปกครองสงขลา สั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ชดใช้กว่า 5แสน คดีทหารซ้อมเยาวชนมุสลิมยะลาเสียชีวิต ในค่ายอิงคยุทธฯ ผลพิสูจน์แพทย์ชัด ถูกทำร้ายจนเลือดคั่งในสมอง

               ส

                                                        ภาพจาก-http://topicstock.pantip.com

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2555 ที่ห้องพิจารณาคดี 1 ศาลปกครองสงขลา นายโสภณ บุญกูล ตุลาการผู้แถลงคดี ขึ้นนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีนางแบเดาะ สะมาแอ มารดาของนายอัสฮารี สะมาแอ ที่เสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกระทรวงกลาโหม กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึง 4 เป็นเงินรวมประมาณ 1,000,000 บาท ฐานการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 คดีหมายเลขดำที่ 39/2553 คดีหมายเลขแดงที่ 14/2555 มีผู้ฟ้องคดีพร้อมทนายความ และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จำนวนหนึ่งมาร่วมฟังคำพิพากษา ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้ส่งตัวแทนมาฟังคำพิพากษา

ศาลพิพากษาให้สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนการละเมิดแก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินจำนวน  497,500 บาท  พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นเงิน 36,801.36 รวมเป็นเงินที่สำนักนายกรัฐมนตรีต้องจ่ายนางแบเดาะ ทั้งสิ้นจำนวน 534,301.36 บาท นับตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2551 ให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด และให้ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึง 3

คำพิพากษาระบุว่า ผลการตรวจร่างกายของแพทย์ นายอัสฮารีมีรอยช้ำที่ศีรษะและร่างกายหลายแห่ง ซึ่งไม่น่าจะเกิดจากการลื่นล้ม ประกอบกับผลการตรวจร่างกายผู้ที่ถูกควบคุมตัว พร้อมกับนายฮัสอารีคนอื่นๆ พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายด้วย จึงเชื่อว่านายอัสฮารีถูกทำร้ายร่างกาย ผลการตรวจสมองของโรงพยาบาลสิโรรส จังหวัดยะลาพบว่า นายอัสฮารีมีเลือดคั่งในสมอง ต้องส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา แต่ขณะนั้นนายอัสฮารีไม่มีบัตรประชาชนติดตัว ประกอบกับติดต่อญาติไม่ได้ โรงพยาบาลศูนย์ยะลาจึงไม่สามารถผ่าตัดได้ เนื่องจากไม่มีญาติลงนามยินยอม เป็นเหตุให้นายอัสฮารีเสียชีวิตในวันต่อมา

สำหรับนายอัสฮารีถูกทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กับหน่วยเฉพาะกิจที่ 13 ร่วมกับตำรวจสถานีตำรวจภูธรปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา จับกุมที่บริเวณสวนยางพารา หมู่ที่ 5 บ้านจาเราะซีโป๊ะ ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จากนั้นนำไปสอบสวนที่ศูนย์วิวัฒน์สันติ ในค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

ต่อมา คืนวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 เจ้าหน้าที่นำตัวนายอัสฮารี ไปส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร และส่งต่อโรงพยาบาลปัตตานี จากนั้นถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา จนกระทั่งเสียชีวิตในวันต่อมา

นางแบเดาะ เปิดเผยว่า พอใจกับคำพิพากษา และจะไม่ขออุทธรณ์ในส่วนที่ศาลมิได้พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าขาดแรงงานในครัวเรือนเป็นเงิน 576,000 บาท