ถล่มฐานทหารรือเสาะ : ปฏิบัติการชิงมวลชน - แสดงแสนยานุภาพ

รายงานพิเศษ :

โก้มองเห็นรถกระบะบรรทุกชายฉกรรจ์เต็มหลังรถกำลังแล่นผ่านหน้าไป  พวกเขาสวมเสื้อยืดคลุมทับด้วยเสื้อเกราะกันกระสุนและมีอาวุธสงครามอยู่ในมือ  โก้ถามตัวเองในใจเล่นๆ ว่า “แต่งตัวแบบนี้ เป็นเจ้าหน้าที่หรือโจรกันแน่”

ไม่ทันสิ้นเสียง  “โก้” หรือนายพินิจ ทะวะชาลีย์ ชาวพุทธที่อาศัยอยู่ในบ้านที่ห่างจากฐานทหารย่อยเพียงไม่กี่สิบเมตรก็ได้ยินเสียงปืนรัวปังๆๆๆ  อาคารปูนสองชั้นที่กำลังถูกกระหน่ำยิงคือฐานปฏิบัติการหมวดปืนเล็กที่ 3 กองร้อยทหารราบที่ 15123 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30  ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านท่าเรือ หมู่ที่ 1 อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กลุ่มก่อความไม่สงบได้เข้าโจมตีฐานในเวลาประมาณ 18.15 น. ของวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 เพียงหนึ่งวันก่อนการเริ่มต้นเดือนรอมฏอนซึ่งเป็นช่วงเวลาการถือศีลอดของชาวมุสลิม
 
ไม่เพียงแต่โจมตีฐานที่มั่นทางการทหารของรัฐไทยเท่านั้น   คนร้ายยังได้กราดยิงร้านค้าของคนพุทธกว่าสิบคูหาที่อยู่ติดกับฐานทหารอีกด้วย  โก้แอบมองเหตุการณ์ระทึกขวัญอยู่หลังฟุตบาทสูงหน้าบ้านซึ่งทำหน้าที่เป็นบังเกอร์อย่างดีให้กับเขา  เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาโพล้เพล้ซึ่งปกติจะมีคนสัญจรไปมาพลุกพล่านและมีรถยนต์ขับผ่านไปมาตลอด  แต่วันนั้นเส้นทางถนนถูกสกัดกั้นไม่ให้ยานพาหนะอื่นเข้ามาได้
 
ร้านค้าของคนพุทธที่อยู่ติดกับฐานทหารบ้านท่าเรือในอ.รือเสาะ จ.นราธิวาสซึ่งถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยิงกราดในวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 (ภาพ: ฮัสซัน โตะดง)
 
เสียงปืนดังรัวราวห่าฝนยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมง  และเมื่อสิ้นเสียงก็พบรถจักรยานยนต์ล้มระเนระนาดอยู่ริมถนน ในจำนวนนี้มีรถจักรยานยนต์ 3 คันซึ่งเป็นพาหนะที่กลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนี้รวมอยู่ด้วย ห้องแถวพรุนไปด้วยฤทธิ์ของลูกปืน หลังคาทะลุ  ข้าวของในบ้านตกแตกกระจัดกระจาย ส่วนฐานทหารที่เดิมเคยเป็นอาคารอเนกประสงค์ของเทศบาล อ.รือเสาะเต็มไปด้วยรอยปูนกะเทาะเป็นจุดๆ จำนวนมากซึ่งเป็นร่องรอยของการถูกกระแทกด้วยกระสุนปืนและระเบิด บานหน้าต่างกระจกแตกหลายบาน ตาข่ายสีเขียวที่พาดด้านหน้าฐานขาดวิ่น
 
 
 
ทหารย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญ
นายทหารในหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30  อธิบายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นจากการประมวลข้อมูลจากทหารและชาวบ้านที่อยู่ในสมรภูมิสู้รบชั่วคราวบริเวณสามแยกบ้านท่าเรือในวันนั้น  เขาเล่าว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบขับรถกระบะสองคันมาทางตลาดรือเสาะผ่านร้านค้าของคนพุทธ  พอมาถึงหน้าฐานทหารก็กราดยิงเข้าใส่ จากนั้นก็จอดรถ  ชายฉกรรจ์ในรถต่างกระโดดกรูกันลงมาและเข้าประชิดกำแพงและกระหน่ำยิงเข้าไปในฐานอย่างไม่ยั้งมือ
 
ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ยังได้ไล่เดินและยิงเข้าไปยังบ้านของคนพุทธทีละหลังๆ ชาวบ้านได้ยินเสียงตะโกนเป็นภาษามลายูว่า “ฆ่ามัน ฆ่ามัน”  มีชาวบ้านที่ยิงปืนสวนออกมา ซึ่งกระสุนยิงถูกชายฉกรรจ์ที่กำลังเดินอยู่บนถนนประมาณหนึ่งหรือสองคน
 
ส่วนบริเวณด้านหน้าฐานทหาร คนร้ายก็ยิงอัดเข้าไปในฐานตลอดเวลาด้วยอาวุธปืนสงคราม ทำให้ทหารไม่สามารถยิงตอบโต้ได้มากนัก นอกจากนี้ คนร้ายยังยิงและขว้างระเบิดเข้าไปในฐานทหารด้วย  สะเก็ดระเบิดถูกพลทหารหนึ่งนายเสียชีวิต
 
หมายเหตุ : แผนที่จำลองที่เกิดเหตุ   จุดสกัดเป็นเพียงการคาดการณ์และแผนที่ไม่ได้ทำตามมาตราส่วน
 
นายทหารชั้นสัญญาบัตรนายนี้อธิบายว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพยายามจะเข้าไปในฐานให้ได้ แต่ไม่สามารถปีนข้ามกำแพงจากด้านซ้ายหรือขวาได้ เพราะถูกยิงสกัด เมื่อเข้าไม่ได้ พวกเขาจึงเปิดประตูใหญ่ด้านหน้าซึ่งเป็นบานเลื่อนหวังจะบุกเข้าไปในฐาน ชายฉกรรจ์ 3 คนเดินผ่านช่องประตูเข้าไป ทหารที่หลบอยู่ก็ยิงสกัด ชายคนที่อยู่ตรงกลางทรุดตัวลงทันที  เพื่อนอีก 2 คนจึงรีบเข้ามาประคองแล้วลากตัวออกไป
 
การปะทะยาวนานกว่า 30 นาที แต่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็ยังเจาะยังเข้าไปในฐานไม่ได้  โอกาสที่จะยึดฐานได้น้อยลงเรื่อยๆ   ฝ่ายพวกเขามีการสูญเสียจากการยิงตอบโต้  และกำลังสนับสนุนของฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็กำลังผ่านด่านกีดขวางที่พวกเขาวางไว้เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ 
 
ด่านสกัด 4 ชั้นหวังสกัดการช่วยเหลือ
 
นายทหารคนเดิมเล่าว่าคนร้ายได้วางสิ่งกีดขวางสกัดเส้นทาง 3 ทิศทางที่มุ่งมาสู่ฐานทหารที่บ้านท่าเรือความยาว 3 – 5 ก.ม. คือด้านทิศใต้ซึ่งเชื่อมต่อไปยังอ.ศรีสาคร เส้นทางทิศเหนือมุ่งหน้าไปยังตลาดรือเสาะและอีกทางที่เชื่อมต่อกับต.บาตงซึ่งเป็นเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี โดยคนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบและตัดต้นไม้ขวางถนนหลังจากกลุ่มก่อเหตุขับรถหนีผ่านไปได้แล้ว
 
สิ่งกีดขวางที่วางไว้บนถนนมีหลายชั้น ชั้นแรก เป็นการวางตะปูเรือใบและยางรถยนต์ที่ไหม้ไฟ ชั้นที่สองคือการโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ขวางถนน ชั้นที่สามและสี่เป็นการวางชุดซุ่มยิง  รถกระบะคันแรกของเจ้าหน้าที่วิ่งบดทับตะปูเรือใบในชั้นแรก ต้องจอดนิ่ง ใช้การไม่ได้  รถกระบะคันใหญ่อีกคันวิ่งผ่าไปได้แต่ไปเจอต้นไม้ขวางถนน เจ้าหน้าที่ต้องยืมเครื่องเลื่อยจากชาวบ้านมาเลื่อยไม้ที่ขวางถนนออกไป  แต่เมื่อผ่านด่านต้นไม้มาได้ ก็ยังถูกซุ่มยิงอีก 2 จุด ทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 คน  แต่ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็เข้าไปถึงที่เกิดเหตุได้ แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้หายตัวไปแล้ว  มีการปะทะกันต่อเนื่องในช่วงที่คนร้ายหลบหนีและเจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม
 
จากการตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุกว่า 800 ปลอก อาวุธที่คนร้ายใช้ คือ ปืน M-16, AK 47 (อาก้า), ปืนกล MAX58,  ระเบิดขนาด 40 มม.จำนวน 3 ลูกซึ่งสามารถยิงได้จากเครื่องยิงระเบิด M-79 หรือ M203 (ซึ่งชนิดหลังนี้เป็นชิ้นส่วนที่ติดกับปืน M-16) นอกจากนี้ ยังพบระเบิดแสวงเครื่องอีก 2 ลูกที่บรรจุไว้ในกระป๋องปลากระป๋อง  พบอาวุธปืนซึ่งเชื่อว่าเป็นของคนร้ายตกอยู่ในพงหญ้าใกล้จุดเกิดเหตุซึ่งภายหลังพิสูจน์ทราบว่าเป็นปืน M16 ของทหารที่ถูกฆ่าตัดคอในอ.รือเสาะเมื่อหลายปีก่อน
 
เหตุการณ์นี้มีนายทหารเสียชีวิต 1 นายและชาวบ้านคนพุทธอีก 2 คน ทหารบาดเจ็บ 5 นายและชาวบ้านคนพุทธอีก 2 คน  เจ้าหน้าที่เชื่อว่าฝ่ายคนร้ายน่าจะเสียชีวิตประมาณ 2 – 3 คน
 
ทหารได้เฝ้าติดตามการฝังศพในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีในครั้งนี้ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้าได้รายงานว่ามีการประกอบพิธีฝังศพชายสองคนซึ่งคาดว่าจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าว ศพแรกคือนายอามัน กอละ ซึ่งมีการฝังที่กุโบร์แห่งหนึ่งใน ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และศพที่สองคือนายอาหะมะ สะตะ ซึ่งฝังในกุโบร์ในพื้นที่ ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา  ตามฐานข้อมูลของทหาร นายอาหะมะเป็นน้องชายของนายอาซิ สะตะ มือผลิตระเบิดของกองกำลังติดอาวุธ RKK
 
ตู้โทรศัพท์ที่ถูกยิงเสียหายซึ่งตั้งอยู่ผั่งตรงข้ามของร้านค้าของคนพุทธที่อยู่ติดกับฐานทหาร (ภาพ : นูรยา  เก็บบุญเกิด)
 
 
ปฏิบัติการเชิงสัญลักษณ์  เอามวลชนคืน
 
“งานนี้เป็นสงครามมวลชน  เขาต้องการดึงมวลชนของเขากลับ” พ.ท. วชิรพงษ์ บุญรัตน์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 กล่าว 
 
ส่วนทหารอีกนายหนึ่งในหน่วยเดียวกันวิเคราะห์ว่า “พวกเขาทุ่มเททรัพยากรมาก เพราะงานนี้เป็นเหมือนการสร้างภาพลักษณ์ว่า ขบวนการยังคงมีความเข้มแข็งอยู่ ... นี่คือที่สุดของเขาแล้ว เขารวบรวมหัวกะทิของเขาทั้งหมดในปฏิบัติการครั้งนี้
 
เขาอธิบายว่าการโจมตีครั้งนี้เชื่อว่ามีการใช้กำลังในการปฏิบัติการหน้าฐานประมาณ 20 – 30 คน  แต่หากรวมคนที่วางด่านสกัดการติดตามด้วยก็ประมาณเฉียดร้อยคน  นายทหารผู้นี้ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์นี้ใช้เวลานานกว่าการโจมตีครั้งก่อนๆ และใช้กระสุนมากกว่าครั้งก่อนๆ ด้วย  เหมือนกับว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะต้องเอาชัยชนะกลับบ้านให้ได้ หลังจากที่การโจมตีฐานทหารก่อนหน้านี้ประสบความล้มเหลว  
 
หลังเหตุการณ์ปล้นปืนในวันที่ 4 มกราคม 2547 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้รอบใหม่ของขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราชปาตานี ไม่มีการบุกโจมตีฐานทหารอีกเลย  จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 9 มกราคม 2554  ซึ่งกลุ่มชายฉกรรจ์ได้เข้าโจมตีฐานกองร้อยทหารราบที่ 15121 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส  38  หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ฐานพระองค์ดำ” ซึ่งตั้งอยู่เขตอ.ระแงะ จ.นราธิวาส  ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีทหารเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ  13 คน ปืนกว่า 50 กระบอกและกระสุนกว่า 5,000 นัดถูกปล้นไป  นับเป็นชัยชนะทางการทหารที่สำคัญของฝ่ายขบวนการและความพ่ายแพ้อย่างอดสูของฝ่ายรัฐ
 
แต่ความพยายามหลังจากนั้นไม่เคยประสบความสำเร็จอีกเลย  เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2555 กองกำลังของขบวนการบุกโจมตีฐานปฏิบัติการหมวดปืนเล็กที่ 2 กองร้อยปืนเล็กที่ 1 ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ที่บ้านส้มป่อย ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักที่เชื่อมปัตตานีและนราธิวาส  มีการปะทะเดือดประมาณ 20 นาทีกับทหารแต่ไม่สามารถบุกเข้าฐานได้ มีทหารบาดเจ็บ 12 นายในเหตุการณ์นั้น
 
ต่อมาวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 พวกเขาได้เตรียมเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการร้อย ร.1512 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายเปาะลามะ –รือเสาะ บริเวณบ้านกาโดะ ซึ่งนับเป็นปฏิบัติการที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง  ทหารทราบข่าวก่อนที่พวกเขาจะเข้าโจมตีและฝ่ายขบวนการเสียชีวิต 2 คนในการปะทะใกล้ๆ ฐาน
 
นายทหารนายนี้กล่าวว่าการโจมตีฐานที่บ้านท่าเรือในครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการมากู้หน้าคืน  รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่าปฏิบัติการในครั้งนี้น่าจะนำโดยกลุ่มของนายรอแปอิง อูเซ็งกับกลุ่มของนายโชฟ โต๊ะลือเนาะที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องอยู่ในเขต อ.รือเสาะ และ อ.รามัน
 
 
 
ภาพถ่ายรัชกาลที่ 5 ในร้านค้าของชาวพุทธที่ถูกยิงทะลุด้วยกระสุนปืน (ภาพ : ฮัสซัน โตะดง)
 
 
เสียงคนพุทธ เหยื่อบริสุทธิ์ของการสู้รบ
 
            สถิติของอำเภอรือเสาะระบุว่ามีชาวพุทธอาศัยอยู่ในอำเภอนี้ประมาณ 2,200 คนหรือ 600 ครัวเรือนซึ่งเป็นสัดส่วนประมาณเพียงร้อยละ 3 ในพื้นที่ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับคนพุทธอยู่บ่อยครั้งๆ  ก่อให้เกิดความกังวลว่าอาจจะมีการย้ายออกเพิ่มขึ้น        
 
          “คนไทยพุทธในหมู่บ้านคุยกันว่าต้องระวังตัวให้มากขึ้น”  ชาวบ้านรายหนึ่งที่สูญเสียแม่ของเขาในเหตุการณ์นี้กล่าว “ผมเองก็คาดอนาคตไม่ถูก แต่ญาติๆ ก็บอกว่าอย่าอยู่เลย เพราะมันเสี่ยง”
 
           พ่อของเขาก็ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ขาในเหตุการณ์นี้และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล   เหตุโจมตีในครั้งนี้ไม่ได้เป็นความสูญเสียครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับกับเขา   เมื่อห้าปีที่แล้วเขาได้สูญเสียลูกชายวัย 19 ปีไปจากการถูกลอบยิง
 
 “ถ้าลูกชายผมไปทะเลาะกับใคร แล้วถูกตามมายิง ผมจะไม่ว่าอะไรเลย....ลูกชายผมผิดอะไร” เขาเล่าด้วยนัยน์ตาแดงก่ำพร้อมหยิบกระเป๋าเงินออกมาโชว์รูปเด็กหนุ่มหน้าใสผิวขาวในเครื่องแบบนักเรียนที่เขายังคงพกติดตัวตลอดเวลา
 
 “ในชีวิตผมไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ในอดีตเคยเจอเหตุการณ์โจรจับคนไทยพุทธไปเรียกค่าไถ่ แต่พวกเขาก็ไม่ยิงประชาชนเหมือนในปัจจุบัน” เขารำพึงพร้อมกับเล่าว่านับตั้งแต่ปี 2547 คนพุทธที่บ้านท่าเรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่สงบไปแล้ว 6 คน    
 
 
ทหารเคารพศพคนพุทธที่เสียชีวิตในเหตุการณ์การถล่มฐานทหารที่บ้านท่าเรือ (ภาพ : นูรยา  เก็บบุญเกิด)
 
 ความรุนแรงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนพุทธกับมุสลิมให้พื้นที่เริ่มห่างเหินกับมากขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านคนนี้เล่าว่า “ความไว้วางใจอาจจะไม่เต็มร้อย ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  เดิมมุสลิมก็มานั่งกินร้านกาแฟ ที่บ้านผมขายกาแฟ  แต่พวกเขาก็โดนเตือนว่า ถ้าโดนยิงจะไม่รับผิดชอบ”
 
แม่ค้าคนพุทธอีกคนที่เปิดร้านขายของชำอยู่ข้างๆ ฐานทหารแสดงความไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาจึงตกเป็นเป้าแห่งความรุนแรง แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นคนที่นี่แต่ก็อยู่ที่นี่มากว่า 16 ปีแล้ว  ลูกสาวของเธอพูดภาษามลายูถิ่นได้และครอบครัวเธอก็เป็นมิตรกับเพื่อนบ้านมุสลิมด้วยดีมาโดยตลอด 
 
“คนพุทธหรือมุสลิม เราก็เป็นมนุษย์ด้วยกัน” เธอกล่าวขณะกำลังตักอินทผลัมใส่ถุงเพื่อเตรียมขายในช่วงเทศกาลเดือนบวชของชาวมุสลิม
 
 
เหตุการณ์สำคัญในอ.รือเสาะปี 2555
 
6 ม.ค.  คนร้ายยิงอส. ในอ.รือเสาะ 6 นาย ขณะรักษาความปลอดภัยโรงงานเย็บผ้าแฮนด์อินแฮนด์ บ้านยาแลเบาะ หมู่ที่ 5 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ อส. เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย
 
1 มี.ค. คนร้าย 3 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน โดนคันแรกคนร้ายแต่งกายคล้ายชุดนักเรียนปอเนาะ ใช้ระเบิดชนิดขว้างมาตรฐานแบบ M-26 ขว้างใส่ร้านขายอาหารตามสั่ง เลขที่ 99 ต.รือเสาะ ใกล้กับวัดราษฎร์สโมสร มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย ซึ่งมีทั้งเด็กและคนชรา
 
7 มี.ค. รถกระบะของทหารฉก. นราธิวาส 30 ถูกลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 1 นาย
 
9 พ.ค. คนร้ายยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการร้อย ร.15124 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายเปาะลามะ – รือเสาะ บริเวณบ้านกาโดะ หมู่ 4 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ  คนร้ายเสียชีวิต 2 คนและทหารบาดเจ็บ 1 คน
 
19 มิ.ย. ทหารจากฉก.นราธิวาส 30 ปะทะกับคนร้ายบนเทือกเขาเขตรอยต่อ อ.รือเสาะ และ อ.บาเจาะ แต่กลุ่มคนร้ายหลบหนีไปได้ พบค่ายพักที่ใหญ่ที่สุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยึดของกลางรวมกว่า 60 รายการ เช่น ปืนอาก้า ระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบไว้ในกระป๋องปลากระป๋อง
 
4 ก.ค. คนร้ายขว้างระเบิดใส่ศาลาริมน้ำภายในสวนกาญจนาภิเษก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คนร้ายจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 5 กก.  ที่ลอบวางไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้ตำรวจและชาวบ้านบาดเจ็บ 12 ราย ซึ่งรวมถึงผู้กำกับการ สภอ.รือเสาะด้วย