คาร์บอมบ์หลัง รร.ซีเอสปัตตานี หม้อแปลงพังยับ อาคารร้าว-ไฟไหม้ชั้น 7

เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์หลังโรงแรมซีเอสปัตตานี มุ่งระเบิดหม้อแปลงควบคุมไฟโรงแรม ทำไฟดับทั้งตึกและบริเวณถนนใกล้เคียง เสียหายหนัก อาคารด้านหลังร้าว ไฟลามห้องพักชั้น 7 กระจกห้องพักด้านหลังแตกเกือบหมด

           เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2555 คนร้ายนำรถยนต์กระบะซึ่งบรรจุวัตถุระเบิดนำมาจอดที่บริเวณถนนกำแพงด้านหลังของโรงแรมซีเอส  ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี แล้วจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร  แรงระเบิดทำให้หม้อแปลงไฟฟ้าได้รับความเสียหายอย่างหนัก  กำแพงมีรอยร้าวและกระจกห้องพักด้านหลังของโรงแรมแตกเป็นจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ ได้รับความเสียหาย 1 คัน หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิกู้ภัย เดินทางมาที่เกิดเหตุและช่วยอพยพแขกที่พักออกจากโรงแรมอย่างเร่งด่วน 

เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่าระเบิดที่คนร้ายนำไปวางในรถกระบะเป็นระเบิดขนาด 15 กิโลกรัมจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารซึ่งได้นำไปจอดไว้ที่ถนนเทศบาล 5 ซึ่งอยู่ด้านหลังโรงแรมซีเอส ปัตตานี  รถยนต์คันดังกล่าวได้จอดไว้ติดกับห้องซึ่งเป็นที่ตั้งของหม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้ควบคุมระบบไฟฟ้าของโรงแรมทั้งหมด 

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีห้องพักบางส่วนถูกไฟไหม้เนื่องจากประกายไฟที่ย้อนกลับขึ้นไปทางช่องแอร์ โดยมีห้องพักที่ชั้น 7 อย่างน้อย 1 ห้องถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ส่วนห้องพักด้านหลังโรงแรมหลายห้องแตกเสียหาย เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำเข้าทางช่องกระจกที่แตกเพื่อดับไฟ และสปริงเกอร์ฉีดน้ำทำงาน โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ย้ายผู้เข้าพักทั้งหมดให้ออกไปพักที่โรงแรมใกล้เคียง

ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาคสี่ ส่วนหน้ารายงานว่ามีพนักงานโรมแรมได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถูกกระจกบาด 3 คน

สภาพด้านหลัง รร. ซีเอสปัตตานี หลังเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์ในช่วงค่ำของวันที่ 31 กรกฏาคม 2555 (ภาพ : ฮัสซัน โตะดง)

หลังเกิดเหตุ ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่รายงานว่ากำลังพยายามกู้ระบบไฟฟ้าของโรงแรมอยู่แต่คาดว่าน่าจะไม่สำเร็จ เนื่องจากได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้จะต้องอยู่ในความมืดทั้งคืน

ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติเปิดเผยว่าเมื่อวานเพิ่งมีการซ้อมการดับไฟที่โรงแรมนี้ วันนี้ก็เกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถเข้ามาถึงจุดเกิดเหตุและสามารถย้ายผู้เข้าพักได้เร็ว แต่ปัญหาคือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่นี่ไม่มีบันไดสูง ทำให้ต้องใช้วิธีปืนป่ายเข้าไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้

 ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติเปิดเผยด้วยว่าเจ้าหน้าที่คาดการณ์แล้วว่า จุดที่เป็นอาคารสูงและจุดที่เป็นสัญลักษณ์ต่างๆ จะตกเป็นเป้าหมายของการก่อวินาศกรรมจึงต้องมีการซักซ้อมในการกู้ภัย

 พนักงานโรงแรมซีเอสปัตตานีเปิดเผยว่าขณะเกิดเหตุมี่ผู้เข้ามาพักทั้งหมด 21 ห้อง จากทั้งหมด 80 กว่าห้อง แต่เนื่องจากเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงที่ผู้เข้าพักหลายคนออกไปหาอาหารในช่วงการละศีลอด ทำให้มีผู้เข้าพักอยู่ในห้องไม่ครบทุกห้อง 

เจ้าของโรงแรมซีเอส ปัตตานีคือ นายอนุศาสตร์  สุวรรณมงคล ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดปัตตานีที่มาจากการแต่งตั้ง  โรงแรมแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์ขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม  2551 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 13 คน  หลังจากนั้นทางโรงแรมได้ทำที่จอดรถใหม่บริเวณด้านหน้าและห้ามรถเข้ามาจอดใกล้กับตัวบริเวณอาคารของโรมแรม

ตามที่มีรายงานข่าวว่ามีเหตุระเบิดหม้อแปลงไฟฟ้าที่บริเวณถนนปากน้ำอีกจุดหนึ่ง พ.ต.อ. สมพร  มีสุข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร อ.เมือง จ.ปัตตานีกล่าวว่าไม่มีเหตุระเบิดดังกล่าว

อาคารบริเวณข้างหม้อแปลงไฟฟ้าแตกร้าวหลังเหตุคาร์บอมบ์ (ภาพ: ฮัสซัน โตะดง)

สภาพรถกระบะที่ถูกใช้เป็นคาร์บอมบ์ (ภาพ : ฮัสซัน โตะดง)

กระจกด้านหน้าอาคารโรงแรมแตกจากแรงอัดของระเบิด (ภาพ : ฮัสซัน โตะดง) 

 ลูกค้าโรงแรมขนย้ายของออกจากโรงแรม (ภาพ : ฮัสซัน โตะดง)