สามปี “วันสื่อทางเลือกชายแดนใต้” วันนี้มีอะไรเปลี่ยน?

เครือข่ายสื่อทางเลือกชายแดนใต้จัดงานนัดพบสื่อและคนทำงานในภาคประชาสังคมในวันที่ 12-13 มีนาคมนี้เป็นปีที่ 3 ที่หอประชุมเล็กมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา ภายใต้แนวคิด “สนามสันติภาพ: เครือข่ายการสื่อสารภาคประชาสังคม” (Fields of Southern Peace: Communication Networks of Civil Society) เพื่อร่วมผลักดันภารกิจการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันและนำทุกคนลงสู่ความเข้าใจประเด็นใหม่อย่าง “กระบวนการสันติภาพ” ในชายแดนใต้

เข้าปีที่สามแล้วสำหรับพื้นที่การสื่อสารประเด็นชายแดนใต้โดยคนชายแดนใต้ หลังจากปล่อยให้หลายปีที่ผ่านมา การสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับชายแดนใต้ถูกฉายภาพโดยคนจากภายนอกที่เน้นหนักไปที่ภาพของความขัดแย้งและความรุนแรง จนปมความขัดแย้งที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2547 ได้ขมวดแน่นจนหาปลายเชือกไม่เจอ ผลลัพธ์คือผู้คนในสังคมส่วนใหญ่เสพแต่ภาพความรุนแรง จนกลืนชีวิตและตัวตนคนในพื้นที่ กระทั่งคน “ชายแดนใต้/ปาตานี” กลายเป็นคนสีเทา คล้ายจะแยกไม่ออกว่าใครคือ “ประชาชน” และใครคือ “กลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงเพื่อปลดแอกมลายูปาตานี”

ซ้ำร้าย ผลจากการสื่อสารที่ไม่รอบด้านและไม่ถ่วงดุลดังกล่าวนี้ยังส่งผลให้สังคมไทยโดยรวมขาดความเข้าใจว่าจริงๆ แล้วพื้นที่แห่งนี้กำลังประสบเหตุใดกันแน่ ระหว่าง “อาชญากรรม” หรือ “ความรุนแรงทางการเมือง” เพราะสื่อใหญ่พาดหัวข่าวเรียกขานกลุ่มปฏิบัติการด้วยคำว่า “โจรใต้” ไม่มีเปลี่ยนจนถึงปัจจุบัน

คงพอกล่าวได้ว่าเรากำลังมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เพราะพลวัตของความรุนแรงถูกขยายภาพให้ดูเลวร้ายมากกว่าสิ่งที่เป็นจริงในพื้นที่ ไม่ว่าจะเพียงเพราะหวังผลจากการ “ขายข่าว”  หรือเพื่อเหตุผลใดก็ตาม สิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลให้สังคมทั่วไปสูญเสียโอกาสที่จะได้รับรู้ว่า “รากเง้าของปัญหา” คืออะไร ตลอดจนเสียงสะท้อนจากผู้คนในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร การก่อตัวของสื่อทางเลือกจึงเป็นผลในอีกด้านหนึ่งเพื่อเติมเต็มช่องว่างของการสื่อสารดังกล่าวนั่นเอง

ปีแรก (2554): ช่วงการก่อร่างและสร้างตัวตนของสื่อทางเลือกในพื้นที่

คนทำงานในเครือข่ายสื่อได้รวมตัวกันและสถาปนาวันที่ 13 มีนาคม 2554 เป็นวันสื่อทางเลือกชายแดนใต้ครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี โดยเป็นการรวมตัวกันของเครือข่ายสื่อประมาณ 100 คน ที่มีอยู่ในพื้นที โดยมีหัวข้อของงานวันดังกล่าวคือ “สื่อใหม่/สื่อชุมชนและการเคลื่อนไหวทางสังคมแบบใหม่” (News/community Media & New Social Movement)

พลวัตการสื่อสารในพื้นที่มาจากการตื่นตัวการใช้ช่องทางการสื่อสารใหม่อย่าง social media ไม่ว่าจะเป็น facebook, blog, twitter, youtube ฯลฯ ที่เน้นความเร็วในการสื่อสารและราคาถูก ที่สำคัญ คือเน้นการสื่อสารที่มาจากพื้นที่

Froilan O. Galardo ช่างภาพข่าวจากสำนักข่าวมินดานิวส์ ที่มีฐานอยู่ในมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์เดินทางมาร่วมเป็นวิทยากรและถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานข่าวในสนามความขัดแย้ง เขาเน้นไปที่ความเข้มแข็งของสื่อและสร้างความมั่นใจในการทำงานท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งประสบการณ์จากต่างประเทศ ช่วยให้นักข่าวในพื้นที่ความขัดแย้งน้องใหม่อย่างปาตานีมองภาพตัวเองออกว่าต้องทำอะไรต่อไป

 สิ่งที่สื่อทางเลือกอย่างมินดานิวส์ทำก็คือ รายงานข่าวเชิงลึกเพื่อสะท้อนภาพโศกนาฏกรรมของมนุษย์ในพื้นที่แห่งนี้ต่อโลก และจับประเด็นข่าวที่ไม่ได้รับความสนใจ หรือไม่ให้ความสำคัญจากสื่อส่วนกลาง เช่น สภาพของผู้คนในค่ายอพยพ สถานภาพของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ เป็นต้น ที่สำคัญ คือการนำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าผลของข่าวสารที่ทำไปนั้นจะเป็นผลดีหรือผลร้ายต่อฝ่ายใด นอกจากนี้ บทบาทของมินดานิวส์ยังสนับสนุนการสร้างนักข่าวจากชุมชนรากหญ้าอีกด้วย

ปีที่สอง (2555): "เชื่อมร้อยเครือข่าย ผสานกำลังสื่อ สร้างพลังต่อรอง"

วันสื่อทางเลือกชายแดนใต้ในปี่ที่สองจัดอีกครั้งที่คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งจัดเพิ่มเป็นสองวัน เนื่องจากมีประเด็นเพิ่มจากปีที่แล้วมากขึ้น มีวิทยากรต่างประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นการสื่อสารและพลวัตสังคมที่มาจาก “พื้นที่สาธารณะ” มาสร้างสีสันให้งานนี้

หนึ่งในวิทยากรที่เป็นไฮไลท์ของงานคือ ดร.นอร์เบิร์ต โรเปอร์ส ผู้อำนวยการองค์กรสนับสนุนสันติภาพเบิร์กฮอฟ (BPS) ที่มาบรรยายในหัวข้อ เจอร์เกน ฮาเบอร์มาส: การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของพื้นที่สาธารณะ” (Jurgen Habermas: The Structural Transformation of the Public Sphere) ซึ่งว่ากันด้วยเรื่องแนวคิดพื้นที่สาธารณะของฮาเบอร์มาส นักปรัชญาและนักทฤษฎีสังคมศาสตร์ชาวเยอรมัน

การรวมตัวครั้งนี้มีมากกว่าการพูดถึงบทบาทสื่อมวลชนในการเสนอและการรายงานข่าวสารเท่านั้น แต่ยังพูดถึงการผสานกำลังระหว่างภาคประชาสังคม และช่องทางการสื่อสารที่เข้าใจปัญหาจากพื้นที่เพื่อเปิดพื้นที่ต่อรอง

อำนาจต่อรองของภาคประชาสังคมอยู่ที่การทำงานเครือข่าย ในวันสื่อทางเลือกปีที่สอง เป็นการเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมที่ทำงานแยกกันทำ ไม่เห็นการทำงานของเครือข่าย ได้มารวมตัวกันเพื่อให้เห็นช่องทางการทำงานร่วมกันในอนาคต ประกอบกับเครือข่ายสื่อทำงานอย่างเชื่อมโยง และหลากหลายยิ่งขึ้น ทำให้งานวันดังกล่าวจึงจัดภายใต้แนวคิดที่ว่า "เชื่อมร้อยเครือข่าย ผสานกำลังสื่อ สร้างพลังต่อรอง" (Bargaining Power:  Civil Networking and Synergy Media)

ในปีที่สองนั้นเอง ที่มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ หรือ ศอ.บต. มาร่วมรับประทานอาหารเย็นกับตัวแทนสื่อประชาสังคม และได้กล่าวต่อหน้าสื่อที่ร่วมประทานอาหารว่า สื่อทางเลือกในพื้นที่คือสื่อกระแสหลักที่รัฐต้องเข้ามาอ่านเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ปีที่สาม (2556): จาก platform  สู่สนามสันติภาพ

สองปีที่ผ่านมา สื่อในพื้นที่ได้ปรับตัวตามกระแสสังคมที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการสนทนาภาษาความรุนแรงสู่การทำความเข้าใจความขัดแย้งสู่สันติภาพ และปี 2556 เป็นปีที่ตัวแสดงหลักในความขัดแย้งปรากฏตัวต่อสาธารณะ เพื่อยืนยันว่าความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้มีเจ้าภาพที่ชัดเจนคือ กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งปรากฏในเวทีลงนามริเริ่มกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ระหว่างแกนนำบีอาร์เอ็น กับตัวแทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ ต่อหน้าสักขีพยานคือ ตัวแทนสภาความมั่นคงประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 ณ ประเทศมาเลเซีย

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นนิมิตหมายในการประกาศการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพหลังจากสงครามปะทุมาแล้วเกือบทศวรรษ ซึ่งกระแสดังกล่าวมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยจน “เสียงแตก” เพราะต่างวิเคราะห์ไปต่างๆ นานา เนื่องจากผู้คนในสังคมไทยส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจในกระบวนการสันติภาพที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันผู้ที่ถูกมองว่าต้องทำหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจดังกล่าวคือสื่อมวลชนนั่นเอง

งานวันสื่อทางเลือกในปีที่สามที่เป็นทั้งงานนัดพบสื่อและคนทำงานในภาคประชาสังคม จะเกิดขึ้นในวันที่ 12-13 มีนาคม ณ หอประชุมเล็กและลานกิจกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา ภายใต้แนวคิดใหม่คือ “สนามสันติภาพ: เครือข่ายการสื่อสารภาคประชาสังคม” (Fields of Southern Peace: Communication Networks of Civil Society) เปลี่ยนจากภารกิจการสื่อสารประเด็นที่ภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนอย่างแยกส่วนต่อกัน มาเป็นการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ครั้งนี้คือการสื่อสารเพื่อจะนำทุกคนลงสู่สนามสันติภาพ และกลุ่มคนที่สำคัญที่สุดที่สื่อและภาคประสังคมต้องประคับประคองสู่ความเข้าใจประเด็นใหม่ของสังคมไทยอย่าง “กระบวนการสันติภาพ” ไปจนถึงฝั่งคือ ประชาชนนั่นเอง

ไฮไลท์ของงานในทั้งสองวันคือมีวิทยากรที่เป็นผู้ที่คลุกคลี่กับการใช้สื่อใหม่และสื่อสังคมออนไลน์ในการขับเคลื่อนประเด็นคนสำคัญของสังคมไทย ได้แก่ นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต นายสมบัติ บุญงามอนงค์ "บก.ลายจุด" และผู้ดำเนินรายการประชาชน 3.0 ทางช่องรายการสปริงนิวส์

มิติใหม่ของกระบวนการสันติภาพที่ถูกนิยามให้มีกลุ่มคนหลากหลายเข้ามามีส่วนร่วมในสังคมมากขึ้น ไม่ใช่เป็นเพียงประเด็นของคู่ขัดแย้งหลักเท่านั้น

สื่อ ในฐานะเครื่องมือที่จะนำประเด็นต่างๆ ให้ถูกรับรู้ สู่ความเข้าใจในกระบวนการสันติภาพและเป็น “พื้นที่” ที่จะนำคนหลากหลายในสังคมได้เข้าใจระหว่างกัน สื่อที่รับภาระหน้าที่ที่สำคัญนี้จะวางตัวเองอยู่ในที่ทางใดในกระบวนการสันติภาพ และจะนิยามตัวเองเพียงผู้รายงานข่าวทั่วไป หรือผู้รายงานข่าวสารเพื่อสันติภาพและเข้าใจกระบวนการสันติภาพเหล่านั้นอย่างไร ในฐานะที่กำลังจะพาทุกคนสู่กระบวนการสันติภาพในนิยามใหม่นี้