เวทีสันติภาพ ‘บาโงซิแน’ หนุนพูดคุยมากกว่าเจรจา ย้ำคนพื้นที่ต้องมีส่วนร่วม

 

เผยเวทีพูดคุยสันติวิธีของภาคประชาสังคมที่บ้านบาโงซิแน ยะลา เสริมสันติภาพชายแดนใต้ หนุนการพูดคุยมากกว่าเจรจา แต่ย้ำต้องให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วม จี้รัฐสำรวจความต้องการชาวบ้าน ชี้เพราะรู้ดีและอาจทำให้สันติภาพเกิดขึ้นเร็ว
 

 

 
นางสาวเตะหาวอ สาและ จากเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมช่วยเหลือเด็กกำพร้า 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า เครือข่ายฯได้เวทีพูดคุยโดยสันติวิธีของภาคประชาสังคมในกระบวนการสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ ที่อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนบ้านบาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในพื้นที่
นางสาวเตะหาวอ เปิดเผยว่า การจัดเวทีครั้งนี้ เพื่อต้องการรับรู้ถึงความคิดเห็นของคนในพื้นที่ในการแก้ปัญหาและการพูดคุยเพื่อสันติภาพของรัฐบาล เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ
นางสาวเตะหาวอ เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นที่ได้จากเวที ซึ่งเป็นเสียงจากคนในรวม 5 ข้อหลักๆ ได้แก่ 1.คนในพื้นที่สนับสนุนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ มากกว่าการเจรจาเพื่อสันติภาพ โดยให้มีคนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการพุดคุยด้วย
2.อยากให้รัฐลงมาสำรวจความต้องการของคนในพื้นที่เกี่ยวกับการพูดคุยเพื่อสันติภาพด้วย แทนที่จะเอาความคิดของฝ่ายรัฐฝ่ายเดียวเข้าไปพูดคุยหรือเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3.อยากให้ฝ่ายรัฐนำข้อเสนอจากคนในพื้นที่ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่มานั่งฟังอย่างเดียว
4.การทำประชาคมของคนในพื้นที่ ถือว่าสำคัญมากต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และ 5.การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วม เพราะคนในพื้นที่ย่อมรู้ดีว่าในพื้นที่ต้องการอะไร
นอกจากนี้ ในเวทียังมีความเห็นต่อสถานการณ์ด้วย ซึ่งมีการเขียนสรุปเป็นคำคมต่างๆ ดังนี้ “ความรุนแรง เป็นความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้” “ความสงบหาย ความหวาดระแวงตามมา” “เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยการพูดคุย มากกว่าการเจรจา” “ต้องการยุติความรุนแรง นำความสงบสุขกลับบ้านเรา”
นางสาวเตะหาวอ กล่าวว่า ทุกคนในพื้นที่ต้องการมีส่วนร่วมในการยุติความรุนแรง ต้องการมีส่วนร่วมในการพูดคุยอย่างสันติวิธี และต้องการเสนอแนะการแก้ปัญหาต่อผู้รับผิดชอบ ดังนั้น รัฐต้องนำข้อเสนอต่างๆจากคนในพื้นที่ไปเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ตำรวจ เป็นต้น เพื่อให้ทราบว่าพี่น้องในพื้นที่ต้องการอะไรและจะแก้ปัญหาอย่างไร
“คนในพื้นที่ต้องการสันติภาพโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็แล้วแต่ เพราะไม่อยากจะเห็นความสูญเสียมากกว่านี้อีกแล้ว และคนในพื้นที่ไม่สนับสนุนทุกรูปแบบที่ก่อให้เกิดความรุนแรง” นางสาวเตะหาวอ กล่าว
นางสาวเตะหาวอ กล่าวว่า มีผลการวิจัยที่ระบุความต้องการของคนในพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้มากที่สุด ปรากฏว่า ต้องการให้แก้ปัญหาการว่างงานของเยาวชน รองลงมาคือปัญหายาเสพติด ปัญหาความยุติธรรมและปัญหาความปลอดภัยหรือความสงบสุขจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
นางสาวเตะหาวอ กล่าวว่า ถามว่าเพราะเหตุใดคนในพื้นที่ต้องการให้แก้ปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัยหรือความไม่สงบเป็นลำดับที่ 4 ก็เพราะสถานการณ์เกิดขึ้นบ่อยมากจนทำให้คนในพื้นที่เกิดความเคยชินต่อสถานการณ์ไปแล้ว
นางสาวเตะหาวอ กล่าวว่า ที่ผ่านมา คนในพื้นที่เชื่อว่าความสงบหรือสันติภาพคงเกิดขึ้นได้ยาก จึงอยากให้แก้ปัญหาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่มากกว่า อีกอย่าง เพราะคิดว่าคนในพื้นที่ไม่มีสิทธิ์หรือไม่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาได้ และคิดว่ารัฐเองก็ไม่ได้จริงจังกับการแก้ปัญหามากนัก เพราะเชื่อว่าความไม่สงบที่เกิดขึ้นมาจากฝ่ายรัฐเอง โดยคนในพื้นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น
“ดังนั้นรัฐจำเป็นต้องให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และต้องตระหนักกับทุกวิธีการที่คนในพื้นที่เสนอ รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในเรื่องสันติภาพของคนในพื้นที่มากขึ้น รัฐต้องสนับสนุนให้คนในพื้นที่มีวาระการพูดคุยเพื่อสันติภาพในพื้นที่ของเขาเอง ไม่ใช่มาจากรัฐฝ่ายเดียว” นางสาวเตะหาวอ กล่าว
นางสาวเตะหาวอ กล่าวด้วยว่า การที่รัฐให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานั้น อาจจะทำให้มีทางออกได้เร็วมากขึ้น เพราะคนในพื้นที่ย่อมรู้ดีว่าเขาต้องการอะไร และไม่ต้องการอะไร น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด และสันติภาพก็อาจจะเกิดขึ้นได้เร็วๆนี้
 
ศอ.บต.ร่วมเวทีสันติภาพบาเระเหนือ
ในวันเดียวกันนั้น ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดเวทีพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจ อำนวยความยุติธรรมสู่สันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนายนัจมุดดีน อูมา ประธานสมาพันธ์เสริมสร้างความยุติธรรมและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอับดุลลาเต๊ะ อาลี นายกอบต.บาเระเหนือ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนและผู้นำสตรีเข้าร่วม
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การเปิดเวทีพูดคุยเพื่อสันติภาพกับผู้ที่มีความคิดต่าง การให้คนในพื้นที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นในการสร้างความปรองดอง การหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน คืนความเป็นธรรม ลดความขัดแย้งความหวาดระแวง เป็นต้น
นายนัจมุดดีน กล่าวว่า สมาพันธ์เสริมสร้างความยุติธรรมและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เล็งเห็นความสำคัญของการเสริมสร้างความเข้าใจและอำนวยความยุติธรรมสู่สันติภาพซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 5 ของศอ.บต. เพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรม สร้างทางเลือกให้มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพที่สอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่ ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน ในการส่งเสริมให้มีกฎหมาย มีกระบวนการยุติธรรมเฉพาะตามหลักศาสนา การให้ความช่วยเหลือเยียวยา ฟื้นฟูผู้เสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความยั่งยืน