Exclusive : ถอดบทสัมภาษณ์พิเศษ ‘ฮัสซัน ตอยิบ’ แกนนำBRN (2)

ถอดคำสัมภาษณ์ครั้งแรกของ ‘ฮัสซัน ตอยิบ’ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) ตอนที่ 2 ผ่านสื่อท้องถิ่นในชายแดนใต้ หลังการพูดคุยเพื่อสันติภาพครั้งล่าสุด แจงปัญหาภาคใต้ของไทยที่ปาตานีจะแก้ไขได้เร็ว หากทุกฝ่ายที่สนับสนุน
 
 
 
ต่อไปนี้เป็นการถอดบทสัมภาษณ์นายฮัสซัน ตอยิบ ตัวแทนขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) ที่เข้าร่วมการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทย ตอนที่ 2 ที่มีการนำคลิปเสียงออกอากาศผ่านรายการ "โลกวันนี้" ของสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันสลาตัน (Media Selatan) ซึ่งเป็นสถานีวิทยุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2556
 
 
ฝ่ายรัฐไทยร้องขอให้ฝ่ายขบวนการลงลึกในรายละเอียดคือประเด็นใดบ้าง?
คือประเด็นในเรื่องของสิทธิความเป็นเจ้าของเป็นประเด็นหลัก
 
ต้องการออโตนอมิ(ปกครองตนเอง) หรือต้องการอิสระ(เอกราช) หรือการกระจายอำนาจ?
ในเรื่องนั้นเราเองก็ยังไม่ได้ให้คำตอบ ซึ่งต้องรอปรึกษากันก่อน
 
คือหมายถึงไม่ได้ครอบคลุมไปถึงเรื่องการปล่อยตัวหรือไม่อย่างไร?
เรื่องการปล่อยตัวนั้น มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
 
หมายความว่าทั้ง 5 ข้อนั้น มีแค่เรื่องสิทธิฯ เองใช่ไหม (ที่ต้องส่งรายละเอียด)?
ความจริงแล้ว เราก็ต้องการคุยทุกประเด็น แต่ที่เป็นประเด็นหลักก็คือเรื่องของสิทธิความเป็นเจ้าของเป็นอันดับแรก
ส่วนเรื่องอื่นเราก็ต้องพูดคุยเช่นกัน แต่ในส่วนของฝ่ายรัฐเองก็ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว เช่น ในเรื่องการปล่อยตัวและผู้ที่ถูกออกหมายจับ ซึ่งทางท่านทวี (พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต.) และท่านภราดร (พล.ท.ภารดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.)เอง ก็กำลังพยายามอยู่
หนำซ้ำทางเขาเองก็ขอให้เราส่งรายชื่อ(เจาะจงเป็นรายบุคคล)หากเป็นไปได้ว่า มีใครบ้างที่อยากให้ทำการยกเลิกหมายจับ แต่ว่าทางเรายังไม่ได้ให้คำตอบในเรื่องนี้ อันนั้นก็มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของเขาก็แล้วกัน
 
เรื่องที่ต้องการลดเหตุรุนแรงในเดือนรอมฏอนนั้น หมายถึงการลดลงไม่ใช่ยุติเลยใช่ไหม?
ใช่ ไม่ได้เป็นการยุติ แต่เป็นการลดการปฏิบัติการลงในเดือนรอมฏอนนี้ แต่ว่าในหลักการแล้วเราก็ตอบรับในส่วนนั้น
 
เหตุใดไม่หยุดปฏิบัติการณ์เลย?
อันนั้นเราจะรับปากไม่ได้ เพราะว่าอาจมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งเราเองก็ไม่อาจที่จะรับทราบได้ว่า แต่คงอาจมี แต่สิ่งที่เราต้องการก็คือ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้หยุดเลยเช่นกัน
 
แต่สำหรับฝ่ายที่อยู่ในพื้นที่เอง มั่นใจไหมว่าสามารถยอมรับในเรื่องนี้ได้?
อันนั้นเราก็ต้องดูเงื่อนไขของเราก่อน ซึ่งทางเราจะส่งไปยังรัฐไทยอีกครั้งว่าจะมีอะไรบ้างที่เขาจะต้องทำ เพื่อที่จะยุติปฏิบัติการทุกรูปแบบ
 
ส่วนการชี้แจงในเรื่องสิทธินั้น คงยังไม่สามารถที่จะบอกได้ใช่ไหม?
ณ ตอนนี้ ในเรื่องดังกล่าวเรายังไม่สามารถที่จะให้รายละเอียดได้ เพราะเราอาจต้องทำการศึกษาให้ละเอียดรอบคอบอีกครั้ง เพราะว่าเรื่องนี้เรามองว่า มันเป็นเรื่องในระดับภาคปฏิบัติในระดับนโยบายมากกว่า
 
มีคำถามจากคนมลายูในพื้นที่ว่า ท่านสามารถเป็นตัวแทนของนักรบในพื้นที่ได้จริงหรือ?
คือเราในฐานะที่ขบวนการบีอาร์เอ็นเป็นองค์กรใหญ่ และในเรื่องของการต่อสู้นี้ เราเองก็เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กับกลุ่มพูโลและกลุ่มบีไอพีพีกันมานาน และกับบางกลุ่มอื่นๆ ที่มีความคิดที่ดี (ไม่ใช่ผู้ขัดขวาง) ในเรื่องแนวทางการต่อสู้และการเจรจา เราสามารถดึงมาได้หมด และตอนนี้เราเองก็กำลังพยายามอยู่ ซึ่งความจริงแล้วพวกเขาเองก็กำลังรอเสียงจากพวกเราด้วยซ้ำ
ส่วนกลุ่มอื่นๆ นั้น จากการที่เราได้รับทราบมาว่า พวกเขาเอง ต่างก็กำลังรอเสียงจากพวกเราอยู่(เพื่อต้องการเข้าร่วม) แต่ว่าเรากำลังรอดูท่าทีก่อน
 
แต่ว่าตอนนี้ทางบีไอพีพีเองก็ได้เข้าร่วมแล้วใช่ไหม?
บีไอพีพีได้เข้าร่วมแล้ว ส่วนพูโลนั้นก็ได้เข้าร่วมมานานแล้ว
 
คือหมายถึงผู้แทนที่เข้าร่วมการเจรจาในครั้งนี้?
ไม่ใช่ๆ ยังไม่มี
 
แล้วในสื่อเห็นบอกว่าเข้าร่วม?
ไม่ใช่อย่างนั้น คือได้รับความสนับสนุนต่อการเจรจาในครั้งนี้
 
ในสื่อได้รายงานมาว่าตัวแทนจากบีไอพีพีได้เข้าร่วมด้วย?
ยังไม่ได้เข้าร่วม นอกจากท่านลุกมาน บินลีมา เท่านั้น ที่มาจากพูโล ส่วนบีไอพีพีนั้น ยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงแต่เป็นทางอ้อม
 
หากท่านไม่สามารถดูแลกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ทั้งหมดได้  ท่านสามารถที่จะสื่อสารกับกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของท่านได้หรือไม่?
เราเองก็มีการสื่อสารกันมาโดยตลอด แต่ถ้าเป็นพูโลเราก็มอบหมายให้ทางฝ่ายพูโลเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนกลุ่มเล็กๆอื่นๆ นั้น ฝ่ายเราก็สื่อสารกันมาตลอด มิได้ทอดทิ้งแต่ประการใด ส่วนกลุ่มที่ใหญ่ๆ นั้น ก็ได้เข้าร่วมกับเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สรุปก็คือทางฝ่ายบีอาร์เอ็นได้รับผิดชอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่ใหญ่และที่เล็กๆ และบรรดาประชาชน(แนวร่วม)เราก็ดึงมาเช่นเดียวกัน
 
ท่านสามารถเล่าถึงประวัติการศึกษาของท่านได้ไหม? และมีความสอดคล้องกับแนวทางการต่อสู้ของบีอาร์เอ็นหรือไม่?
การศึกษาของผมก็เริ่มจากการศึกษาศาสนาที่ปาตานี จากนั้นก็ไปต่อที่อินโดนีเซียทางด้านสังคมศาสตร์และการเมืองการปกครอง โดยเฉพาะในเรื่องการปกครอง
นอกเหนือจากนั้น ผมได้รับประสบการณ์จากการเรียนรู้อย่างมากมายเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้รับการถ่ายทอดจากนักต่อสู้ที่นั่น ประมาณปี 1960-1975 ซึ่งรูปแบบการเคลื่อนไหวของเราก็รับมาจากอินโดนีเซียไม่ใช่น้อย นั่นคือประวัติการศึกษาของผมอย่างคร่าวๆ
 
อยากจะถามว่า การศึกษาของท่านสอดคล้องกันหรือไม่กับแนวทางการต่อสู้ของบีอาร์เอ็น?
การเคลื่อนไหวของเรานั้น ก็มีความสอดคล้องกับแนวทางของบีอาร์เอ็น เพราะว่าอุดมการณ์ของทางบีอาร์เอ็นนั้นอยู่บนพื้นฐานของความศรัทธาในพระเจ้าเอกองค์อัลลอฮ์ซุบฮานาฮูวาตาอาลา โดยยึดหลักแห่งอุดมการณ์ที่อยู่บนความศรัทธาและอิสลาม (iman dan islam) และแนวทางการปฏิบัติของเรานั้นเพื่อต้องการสร้างสังคมมลายูให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว ภายใต้ผู้นำที่หนึ่งเดียวจากบนลงล่าง
ซึ่งจากความเป็นหนึ่งเดียวนี้เอง เราจะสามารถปลดปล่อยตัวเราจากอาณัติแห่งการขดขี่ จากเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง อัตลักษณ์ วัฒนธรรมและอื่นๆ และในการนี้เราสามารถที่จะสถาปนาการปกครองตัวเองขึ้นมาที่มีความยุติธรรมที่สงบสุขที่ได้รับการโปรดปรานจากพระองค์
 
ภายหลังจากที่ท่านอุสตาซกลับมาจากอินโดนีเซียท่านได้ทำหน้าที่สอนหนังที่ไหนบ้าง?
หลังจากกลับมาจากอินโดนีเซีย เราได้ไปสอนที่เจาะไอร้อง (อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส) เป็นสถานที่แรก และที่สถานศึกษาปอเนาะปือดอ (อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส) และส่วนตัวนั้นก็ได้จัดตั้งสถานศึกษาของเราเองที่ตันหยงมัส (อ.ระแงะ) จ.นราธิวาส บ้านเกิดตัวเองได้ประมาณ 5 ปี แต่ปัจจุบันนี้สถานที่ดังกล่าวเหลือแต่ร่องรอยไปแล้ว
 
มาเลเซียมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับชาวมลายูปาตานี แต่ฝ่ายไทยเองไม่ค่อยกล้าที่จะให้ทางมาเลเซียเป็นตัวประสานในเรื่องนี้?
โดยปกติแล้ว มาเลเซียนั้นมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเรา ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด และเราก็เป็นคนเชื้อสายมลายูมุสลิมและเขาเองก็เป็นชาวมลายูมุสลิมเหมือนกัน อีกทั้งเรายังมีสายสัมพันธ์ทางต้นตระกูลอีกด้วยระหว่างปาตานีและมาเลเซียที่ยาวนานมากนับจากอดีต
ส่วนที่สองก็คือ ถึงแม้ว่ามาเลเซียนั้นย่อมมีผลประโยชน์อยู่บ้าง เพราะเขา(มาเลเซีย)ในฐานะที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยในกลุ่มอาเซียน และยังมีความสัมพันธ์กันในทางการเมือง มีความร่วมมือกัน และเราเองก็มีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับทางมาเลเซีย เพราะไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตามเราก็มักจะเข้าไปยังฝั่งมาเลเซีย ซึ่งตรงจุดนี้มาเลเซียเองก็มีความเห็นใจต่อเรา เพราะถึงอย่างไรก็ตาม เขาเองไม่ควรที่จะละเลย(ไม่รับรู้)ในเรื่องนี้ แต่มาเลเซียเองก็ต้องรักษาตัวเองด้วย
ถึงแม้ว่าต่างฝ่ายต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ก็ควรจะต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลในกลุ่มอาเซียนอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะมีความใกล้ชิดกับเรา แต่บทบาทในระดับอาเซียนเขาจะทำตัวเป็นกลาง ในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนบ้านและมีความเกี่ยวเนื่อง(ได้รับผลกระทบ)โดยตรง ในด้านเศรษฐกิจและการเมือง อย่างไรก็ตามเขาจะต้องรับผิดชอบต่อปัญหานี้
 
ทำไมถึงต้องการให้ฝ่ายมาเลเซียทำหน้าที่เป็นคนกลางมากกว่าผู้อำนวยความสะดวก?
เพราะว่ามาเลเซียเองย่อมมีความรู้ดีในเรื่องนี้ระหว่างเรากับรัฐไทย เพราะถ้าเรามองดูเขาเองก็มีความเป็นกลางอยู่บ้าง ด้วยเหตุนี้เราไม่ต้องการคนอื่น เพราะเขามีความรู้ดีต่อเรื่องเหล่านี้ เพราะถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่มีความรู้เลยในเรื่องนี้แล้ว จะมารับผิดชอบและเป็นคนกลางได้อย่างไรกัน แต่ถ้าเอาคนอื่นมาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่รู้ปัญหา แต่มาเลเซียย่อมรู้ปัญหานี้ดีอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้เองเรามีความต้องการให้ทางมาเลเซียทำหน้าที่เป็นคนกลาง
 
เป็นไปได้ไหมที่บีอาร์เอ็นจะรับพิจารณา หากจะมีฝ่ายที่สามเข้ามาร่วมในฐานะคนกลางด้วย และฝ่ายไทยเองก็เห็นด้วยกับฝ่ายที่สามในฐานะที่เป็นตัวกลางให้ เช่น อเมริกา หรือญี่ปุ่น?
อันนั้นก็ต้องดูสถานการณ์ เราเองก็จะต้องรับพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่ากับทางมาเลเซียเอง ฝ่ายไทยเอง ซึ่งจะต้องรอดูสถานการณ์อีกที เราเองไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ในส่วนนี้ แต่ในปัจจุบันเรายังยึดมั่นต่อมาเลเซียอยู่
 
ในประเด็นที่ว่า ทางบีอาร์เอ็นนั้นต้องการให้ฝ่ายไทยให้การยอมรับว่าบีอาร์เอ็นคือขบวนการปลดปล่อยไม่ใช่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน?
ฝ่ายบีอาร์เอ็นได้ยื่นข้อเสนอเพื่อให้ทางการไทยให้การยอมรับ เพราะว่าอย่างที่ทราบกันดีว่าบีอาร์เอ็นนั้นเป็นองค์กรที่ใหญ่และมีบทบาทสำคัญต่อสังคมปาตานีทั้งมวล และต่อขบวนการอื่นๆ นั่นคือสิ่งเราร้องขอ ก็เพราะว่าจะให้เกิดความกระจ่างและความมั่นใจต่อบีอาร์เอ็น เพราะว่าต้องการให้การพูดคุยนั้นเป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น
และอีกอย่างที่เราหวังจากรัฐไทยก็คืออยากให้รัฐไทยนั้นทำหน้าที่สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนปาตานีและเจ้าหน้าที่รัฐต่อเรื่องนี้ด้วย นั่นคือสิ่งที่ต้องการว่าอย่าได้กังวลต่อบีอาร์เอ็นอีกเลย
 
ส่วนอิสรภาพในความหมายของท่านนั้นเป็นรูปแบบใด กระจายอำนาจ การปกครองพิเศษที่ไม่ใช่เมอร์เดก้า(เอกราช) หรือรูปแบบใด?
ความจริงแล้ว เราก็ต้องไปดูในแง่ของความหมาย อิสรภาพในที่นี้คือ เราไม่ใช่องค์กรก่อการร้ายไม่ใช่องค์กรที่ต้องการก้าวก่ายผู้อื่น แต่เราต้องการอิสรภาพเพื่อชนชาวมลายูปาตานีของเรา ให้หลุดพ้นจากการเป็นผู้ที่ถูกกดขี่จากผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นอิสรภาพในด้านการเมืองการปกรอง สังคม เศรษฐกิจ อัตลักษณ์ ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม คือไม่ได้ถูกลิดรอนสิทธิโดยคนอื่น นั่นคือแก่นฐานของอิสรภาพในความหมายของเรา
 
อาจเป็นรูปแบบออโตนอมิหรือแบบปกครองพิเศษ?
จะว่าแบบออโตนอมิหรือแบบปกครองพิเศษนั้น อันนี้เราก็ต้องดูในเนื้อหาว่าเป็นในรูปแบบใด ว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นในทางการเมืองทางเศรษฐกิจ อันนั้นเรายังไม่ได้กำหนดรูปแบบที่ชัดเจนและเราเองก็ยังไม่ได้พูดคุยในเรื่องนี้
 
ในขบวนการบีอาร์เอ็นเองมีกลุ่มที่ต้องการเอกราชและอีกกลุ่มที่ต้องการแค่ออโตนอมิไหม?
ความจริงแล้วโดยหลักการเดิมของบีอาร์เอ็นนั้น คือการได้รับเอกราช เราต้องการเอกราช ชาวปาตานีทั้งหมดล้วนต้องการเอกราช และกลุ่มอื่นๆ ก็ต้องการเอกราชเช่นเดียวกัน แต่เราก็จะต้องมาพูดกันอีกที ถึงแม้ว่าโดยความเป็นจริงคนในพื้นที่เองก็ต้องการเอกราช ซึ่งก็ต้องดูในการพูดคุยของเราอีกว่าเราได้มาเท่านั้นเท่านี้ๆ แต่โดยหลักการแล้วก็คือเอกราช
 
มีความแตกแยกไหมในขบวนการ?
โดยหลักการแล้วในบีอาร์เอ็นจะต้องอยู่ภายใต้การชี้นำของฝ่ายการเมือง เราจะต้องพูดคุยในระดับแกนนำต่างๆ ว่าจะเอาแค่ไหนอย่างไร อันไหนที่รับได้อันไหนที่รับไม่ได้ แต่ต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึงตรงจุดนั้น แต่ต้องทำความเข้าใจต่อชาวโลกว่า ชาวมลายูปาตานีและกลุ่มต่างๆ นั้นต้องการเอกราช และอยู่ฝ่ายไทยด้วยว่าแค่ไหนอย่างไร
 
หากเกิดความแตกแยกระหว่างฝ่ายที่ต้องการเอกราชกับฝ่ายที่ต้องการออโตนอมิ เกิดข้อขัดแย้งกัน เราจะทำอย่างไร? และอาจมีผลต่อการพูดคุยในครั้งนี้หรือไม่?
อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นก็คือ เราขับเคลื่อนด้วยการเมือง จะดำเนินการใดๆ ก็ด้วยการเมือง สมมุติว่า แรกเริ่มของเรานั้นคือการได้รับเอกราช เราก็ต้องทบทวนในทางการเมืองดูว่าเราสามารถรับได้แค่ไหนในทางการเมือง หากฝ่ายการเมืองเห็นว่าต้องเอกราชอย่างเดียว อันนี้เราก็ต้องมาพูดคุยกันอีกทีว่ารับได้แค่ไหนอย่างไร แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่ได้ถึงจุดนั้น แต่ทางบีอาร์เอ็นก็ได้ประกาศต่อประชาคมโลกไปแล้วว่า เราจะกระทำการใดๆ ก็ด้วยการเมืองเท่านั้น
 
นับจากปีค.ศ.2004 จากการวิเคราะห์ของทางการไทยมองว่าบีอาร์เอ็นโคออดิเนทคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการปฏิบัติการณ์ในภาคใต้ แต่ในการทำข้อตกลงในครั้งนี้ ได้ทำข้อตกลงกับบีอาร์เอ็น และบอกได้ไหมว่าเมื่อไรที่บีอาร์เอ็นและโคออดิเนทก่อตั้งขึ้น?
ความจริงแล้ว บีอาร์เอ็นโคออดิเนทไม่ได้มีอยู่เลย นอกจากบีอาร์เอ็นอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนคำว่าโคออดิเนทนั้นเป็นชื่อเรียกจากคนภายนอก ชื่อโคออดิเนทนั้น เราใช้แค่ไม่กี่เดือนเองไม่ถึงปีด้วยซ้ำ คือประมาณปี 1979-1780 ประมาณ 8 เดือนเท่านั้น
ความจริงแล้วผมเองที่เป็นคนตั้งชื่อนั้นขึ้นมา เพื่อต้องการรวมกันของหน่วยแต่ละฝ่ายที่มีอยู่ทั้งหมดให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองภายในประเทศ ฝ่ายเปอร์มูดอ ฝ่ายการทหาร ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายการต่างประเทศ เพราะแต่ก่อนนั้นเรามีปัญหายังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยเหตุนี้เราจึงใช้คำโคออดิเนทไม่ใช่บีอาร์เอ็น นั่นคือเป็นเทคนิคของเรา บีอาร์เอ็นนั้นมีหนึ่งเดียวเท่านั้น
 
แล้วบีอาร์เอ็นคองเกรสนั้นเป็นมาอย่างไร?
แต่ก่อนนั้นมีการแตกแยกกันระหว่างฝ่ายเปอร์มูดอ จึงแตกออกมาเป็นคองเกรส แต่วันนี้คองเกรสไม่ได้มีอีกแล้ว และได้ร่วมเป็นหนึ่งกับบีอาร์เอ็นแล้ว เมื่อปี 2012 หรือปีที่แล้ว
 
จากการที่ได้มีข้อตกลงร่วมกันอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียแห่งนี้ เช่นทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์และที่อาเจะฮ์ ได้มีอิทธิพลต่อบีอาร์เอ็นหรือไม่ที่จะทำข้อตกลงในครั้งนี้?
จริงๆ แล้ว สำหรับทางบีอาร์เอ็นเอง ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาของกลุ่มต่างๆ ที่เคลื่อนไหว การที่จะคลี่คลายปัญหาการต่อสู้นี้ ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การใช้อาวุธอย่างเดียว คือเราไม่สามารถที่จะยุติได้ด้วยอาวุธ จากอาวุธเราก็ไปสู่การพูดคุยกัน เราก็ยึดหลักที่ว่าการที่จะแก้ไขปัญหาได้ก็ต้องที่ขึ้นโต๊ะเจรจาเท่านั้น ถึงแม้ว่าในพื้นที่จะมีการต่อสู้กัน แต่ก็ไม่สามารถคลี่คลายได้
ด้วยเหตุนี้เราเองก็ได้บอกกับทางการไทยว่า การต่อสู้ก็ต่อสู้ไป แต่สำหรับการคลี่คลายนั้นจะต้องด้วยการเจรจาเท่านั้น และอีกอย่างก็คือความบริสุทธิ์ใจที่จะสามารถให้การแก้ไขรวดเร็วขึ้น
 
มีอะไรที่จะเพิ่มเติมอีกไหม?
สิ่งที่อยากจะเพิ่มเติมในที่นี้ เท่าที่เราทราบก็คือ ฝ่ายกองทัพเองก็มีการแตกแยกกันภายใน และขอให้พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวในการสนับสนุน ซึ่งในศตวรรษที่21นี้ ถือเป็นยุคที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยบนโต๊ะเจรจา อย่าไปมองดูในพื้นที่ เพราะในพื้นที่นั้นมันเป็นเรื่องของชีวิตผู้คน คนนั้นตายคนนี้ตาย สิ่งเหล่านั้นมันได้ถูกกำหนดโดยพระเจ้าอยู่แล้ว ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้
สิ่งที่จะสามารถแก้ได้ก็ต้องบนโต๊ะเจรจา อยากให้ทางกองทัพนั้นสนับสนุนเพื่อสิ่งเหล่านี้จักได้ดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยที่ไม่มีฝ่ายที่คอยจะขัดขากันเอง ผมหวังว่าคงจะเป็นอย่างนั้น เท่าที่รับรู้ทางกองทัพเองยังไม่ลงรอยกันในเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าฝ่ายไทยเองดูจะมีความตั้งใจจริง แต่ด้วยอุปสรรคจากบางฝ่าย สิ่งที่เราต้องการก็คือขอให้สนับสนุนในเรื่องนี้
ลองคิดดูว่านานกว่า 200 ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ได้ ณ ตอนนี้เราได้เห็นสิ่งที่ทางรัฐไทยกำลังพยายามจะสามารถคลี่คลายปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นทางฝ่ายพระราชวังเองก็ขอให้การสนับสนุนด้วย
 
แล้วทางด้านของพรรคการเมือง?
ส่วนพรรคการเมืองต่างๆ นั้น อย่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธรรม และอื่นๆ ที่ไม่เห็นด้วยนั้น ก็ขอให้สนับสนุนในเรื่องนี้ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาของชาติ ปัญหาของส่วนรวม ไม่ใช่เป็นผลประโยชน์ของพรรคการเมืองหรือของผู้นำแต่อย่างใด หรือเพื่อส่วนตัว หรือเป็นการหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋า ขออย่าให้เป็นอย่างนั้น ขอให้เรามาร่วมกันสนับสนุนในเรื่องนี้
 
พรรคประชาธรรมต่อต้านไหม?
ประชาธรรมนั้นเขาทำตัวแย้งกัน เพราะไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เขาได้ขึ้นไปยังกรุงเทพฯ และพูดว่าพวกเขาสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ความจริงแล้วเขาน่าจะบอกกว่า เขาสนับสนุนต่อการพูดคุยในครั้งนี้น่าจะดีกว่า เพราะเราได้รับรายงานมาว่า พวกเขาได้ขึ้นไปยังกรุงเทพฯประมาณ 60 คน รวมถึงกลุ่มคนที่เข้าไปรายงานตัวด้วย ขึ้นไปพูดว่าพวกเขาสามารถที่จะคลี่คลายปัญหาภาคใต้ได้ อันนั่นคือตัวทำลายที่แท้จริงความจริง เขาน่าจะให้การสนับสนุนคณะเจรจาน่าจะดีกว่า อย่างน้อยเป็นการชี้แนะก็ยังดี
 
เกี่ยวกับการที่ฝ่ายไทยจะเปิดพื้นที่ให้กับภาคประชาสังคมที่ไม่ได้เข้าร่วมด้วยนั้น ท่านคิดอย่างไรกับเรื่องนี้?
เท่าที่ได้รับทราบมานั้น มีความพยายามที่จะทำในเรื่องนั้นว่า พวกเขาสามารถสานต่อได้หากว่าการพูดคุยนี้เกิดล่มไป ซึ่งเราก็บอกว่าเรื่องนั้นไม่จำเป็น แต่สำหรับคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เขาพอจะมีความเข้าใจกันเอาเอง และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็เช่นกัน ทำไมไม่สนับสนุนต่อเรื่องการพูดคุยครั้งนี้น่าจะดีกว่า
 
แต่เป็นภาครัฐเองที่พยายามดำเนินการในเรื่องนี้?
เราก็บอกไปแล้วว่า เหตุใดหรือ? ที่จะต้องนำพวกกลุ่มเหล่านี้มาข้องเกี่ยวอีกด้วย ทั้งๆ ที่รู้ๆกันอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็รู้ว่าผมโกรธ(ไม่เห็นด้วย)ในเรื่องนี้