ฟังข้อเสนอจากเวที ‘ทำไมรัฐต้องหยุดเข้าหาชาวบ้านในเดือนรอมฎอน’

ศอ.บต.เปิดเวทีฟังความเห็นยุติความรุนแรงในรอมฎอน ตำรวจตากใบเห็นด้วยให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติการ แต่ต้องมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา รองแม่ทัพ 4 ย้ำทำหน้าที่ปกติเพื่อรักษาความปลอดภัยประชาชน พล.ท.ภราดร ชี้ผลประชุมยืนยันชัดประชาชนต้องการความสงบสุข
 
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2556 ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ศอ.บต.จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสร้างสันติสุขและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเดือนรอมฎอน โดยมีพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ และภาคประชาชนประมาณ 300 คน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ขบวนการบีอาร์เอ็นได้แถลงเงื่อนไข 7 ข้อ ที่เกี่ยวกับการหยุดการใช้ความรุนแรงในเดือนรอมฏอน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่จัดกิจกรรมในเดือนรอมฎอน จึงขอให้ผู้นำศาสนาในพื้นที่ได้ให้ขยายความเกี่ยวกับเรื่องนี้
นายซาฟีอี เจาะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในเดือนรอมฎอนปีนี้เจ้าหน้าที่รัฐจะไปร่วมละศีลอดกับประชาชนในพื้นที่ได้ แต่ต้องได้รับการเชิญจากผู้นำศาสนา ในพื้นที่ก่อน
นายซาฟีอี กล่าวอีกว่า หากเป็นไปได้ ไม่อยากให้จัดละศีลอดที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะจะทำให้ประชาชนที่เข้าร่วมบางส่วนไม่สามารถประกอบศาสนกิจในช่วงกลางคืนได้ไม่ทัน เพราะที่ผ่านมามีการเชิญผู้นำศาสนาจากทั่วจังหวัดมาร่วม ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง หากจะจัดขอให้จัดละศีลอดในช่วงเดือนเชาวัล (เดือนที่ 10 ของปฏิทินอิสลาม) เนื่องจากไม่มีศาสนกิจที่ต้องปฏิบัติในช่วงกลางคืน
“ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐจัดกิจกรรมหรือจัดประชุมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ ในช่วงเดือนรอมฎอนเพื่อให้บุคคลเหล่านี้สามารถที่ประกอบศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอนอย่างเต็มที่” นายซาฟีอี กล่าว
นายเซ็ง ใบหมัด กรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า หากรัฐจะจัดละศีลอดก็ควรให้งบประมาณแก่ผู้นำศาสนาในพื้นที่ไปจัดกันเองดีกว่า
พ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตากใบ จ.นราธิวาส กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการที่จะให้เจ้าหน้าที่รัฐหยุดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นในช่วงเดือนรอมฎอน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างสงบสุข ยกเว้นในกรณีจำเป็นที่ต้องปฏิบัติการ แต่ต้องมีคำสั่งที่เป็นทางการจากหน่วยระดับสูง
พล.ต.กิตติ อินทสร รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ในช่วงของรอมฎอนปีนี้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) จะปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเพื่อรักษาปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่
พล.ต.กิตติ กล่าวว่า สำหรับคนที่มีหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ป.วิอาญา)หรือหมายจับตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548(พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 48) สามารถมาพบเจ้าหน้าที่รัฐได้ทุกหน่วยในพื้นที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการช่วยเหลือภายใต้กฎหมาย และอยากให้คนเหล่านี้กลับมาอาศัยอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขในเดือนรอมฎอนนี้
นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า ในช่วงของเดือนรอมฎอนนี้ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐไปเยี่ยมหรือพบปะคนที่เป็นอดีตผู้ต้องขังคดีความมั่นคง ผู้ที่อยู่ในบัญชีดำและผู้ที่เคยมีหมายหมายจับหรือหมายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในช่วงเดือนรอมฎอน
“ขอวิงวอนต่อผู้ที่ใช้ความรุนแรงทั้งหลายว่า ไม่อยากให้ยุติความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนเท่านั้น แต่อยากให้ยุติความรุนแรงอย่างถาวร”นางสาวพรเพ็ญ กล่าว
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า การเดินทางมารับฟังเสียงของพี่น้องประชานในวันนี้ ทำให้ทราบว่าทุกคนต้องการเห็นความสงบเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงของเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ เป็นความต้องการของภาคประชาชนเอง