เงื่อนไขหยุดยิงรอมฎอน ข้อไหนคนพุทธ-มุสลิมปัตตานี ‘เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย’

สำรวจเงื่อนไขหยุดยิงรอมฎอนของBRN ข้อไหนคนพุทธ-มุสลิม ‘เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย’ ประเด็นถอนทหารเหตุผลต่างกันสุดขั้ว แต่ต่างเห็นด้วยที่จะให้การเจรจาเป็นวาระแห่งชาติ และต้องเปิดเผยเพื่อให้คนในพื้นที่ประเมินสถานการณ์ได้และวางแผนชีวิตถูก
 
หลังจากนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นออกแถลงข้อเรียกร้องต่อฝ่ายรัฐไทยเพิ่มเติมอีก 7 ข้อ ผ่านเว็บไชต์ยูทูบเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2556 ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่แลกกับการหยุดการใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เดือนรอมฎอนปีนี้ หลายภาคส่วนในฝ่ายรัฐไทยถึงกับออกอาการไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะข้อเรียกร้องที่ให้ถอนทหารนอกกองทัพภาพที่ 4 ตำรวจจากส่วนกลาง ส่วนที่เหลืออยู่ก็ให้กลับเข้าประจำในค่าย ไม่ต้องเที่ยวมาตั้งด่านตรวจค้น ยืนยามบนท้องถนนอีกจนกกว่าจะถึงวันที่ 10 หลังจากเดือนรอมฎอน
เมื่อไม่มีทหารรักษาความปลอดภัย ถามว่าจิตใจของกลุ่มคนที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงมาตลอดจะรู้สึกอย่าง อย่างเช่น กลุ่มคนไทยพุทธในพื้นที่
 
คนไทยพุทธปัตตานี
คนพุทธรายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม มีอาชีพเปิดร้านอาหารพร้อมขายเหล้าในตัวเมืองปัตตานี กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเรียกร้องที่ให้ปิดร้านเหล้าในช่วงเดือนรอมฎอน รวมทั้งร้านของอาหารของคนไทยพุทธในพื้นที่
“เหตุผล เพราะเป็นอาชีพของคนไทยพุทธ หากปิดร้านก็ไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไร ที่แน่นๆ คือ คนมุสลิมไม่เข้าร้านอาหารของคนไทยพุทธอยู่แล้ว เพราะขายหมู รวมทั้งขั้นตอนและวิธีการทำอาหารของคนไทยพุทธก็ไม่ถูกหลักของศาสนาอิสลามด้วย”
คนไทยพุทธรายนี้ บอกว่า ส่วนเรื่องการถอนทหารและตำรวจออกจากพื้นที่ไปก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะทหารและตำรวจ มีหน้าที่คุ้มครอง ดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากถอนออกไปแล้ว ใครที่จะทำหน้าคุ้มครองหรือดูแลรักษาความปลอดภัยให้ เพราะพื้นที่นี้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเป็นประจำ ทั้งเหตุการณ์ยิงกันหรือเหตุลอบวางระเบิด
“ส่วนประเด็นที่บีอาร์เอ็นต้องการให้มีการเจรจาสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ ประเด็นนี้ผมเห็นด้วย เช่นเดียวกับประเด็นการเจรจาที่ต้องเปิดเผย เพราะจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถที่รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวหรือมีข้อตกลงอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้และสามารถวางแผนการใช้ชีวิตในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง”
 “อยากให้คณะเจรจามาจากทุกภาคส่วนของประชาชนในพื้นที่จริงๆ ทั้งตัวแทนคนมุสลิม ตัวแทนคนไทยพุทธ ได้เข้าไปร่วมโต๊ะเจรจาด้วย เพราะคนในพื้นที่รู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้มากกว่าคนนอกพื้นที่”
คนไทยพุทธคนเดิม กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ต้องการให้อาสาสมัครรักษาดินแดน(อส.) ที่เป็นมุสลิมกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวในช่วงเดือนรอมฎอนนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะอส.กินเงินเดือนที่เป็นภาษีของประชาชน ดังนั้นก็ควรที่ปฎิบัติหน้าที่ตามปกติ
“ผมเห็นด้วยที่รัฐบาลไม่ยอมรับข้อเรียกร้องบีอาร์เอ็น เพราะหากยอมรับในครั้งนี้ ต่อไปหากบีอาร์เอ็นจะมีข้อเรียกร้องอีก รัฐบาลก็ต้องยอมรับอีก”
 
คนมุสลิมปัตตานี
ขณะที่คนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองปัตตานีคน ซึ่งไม่ยอมเปิดเผยชื่อด้วย กล่าวว่า เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับข้อเรียกร้องที่ให้ถอนทหารกับตำรวจออกนอกพื้นที่ไป เนื่องจากบางเหตุการณ์เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐแล้วโยนความผิดให้ผู้ก่อความไม่สงบ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่า หลายเหตุการณ์เป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบ
“ในบางครั้งทหารหรือตำรวจไม่สามารถปกป้องชีวิตของตัวเองได้ แล้วจะคุ้มครองชีวิตของประชาชนได้อย่างไร นอกจากนี้การที่มีทหารจำนวนมากในพื้นที่ ทำให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างทหารกับประชาชน ที่สำคัญแม้ที่ผ่านมาจะมีทหารในพื้นที่จำนวนมาก แต่เหตุรุนแรงก็เกิดขึ้นจำนวนมากเช่นกัน”
คนมุสลิมรายเดิม บอกว่า ส่วนประเด็นที่บีอาร์เอ็นไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐจัดกิจกรรมในเดือนรอมฎอนนั้น เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะประชาชนจะได้มีเวลาในการประกอบศาสนกิจอย่างเต็มที่
“ส่วนที่บีอาร์เอ็นต้องการให้การเจรจาเป็นวาระแห่งชาตินั้น เห็นด้วย เพราะเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้ชีวิตจำนวนมาก ดังนั้นทุกคนในประเทศต้องช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนคนที่ไม่ต้องการให้เป็นวาระแห่งชาติ ผมคิดว่าคนเหล่านั้นมีนัยยะทางการเมืองหรือต้องการจะยึดครองทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่”
คนมุสลิมรายนี้ กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นที่บีอาร์เอ็นต้องให้ข้อเรียกร้องทั้งหมดผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาไทยนั้น มองว่าเมื่อการเจรจาเป็นวาระแห่งชาติ ข้อเรียกร้องดังกล่าวก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากตัวแทนประชาชน ไม่ใช่เป็นความเห็นชอบของคนคนเดียวเท่านั้น
“ส่วนประเด็นที่บีอาร์เอ็นต้องการให้การเจรจาต้องเปิดเผยนั้น ผมเห็นด้วย เพราะจะทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถที่รับรู้ความเคลื่อนไหวของการเจรจาได้” คนมุสลิมรายเดิม กล่าวปิดท้าย