เปิดคำประท้วงละเมิดหยุดยิงรอมฎอน แกะรอยปริศนา ‘Spoiler’ ฝ่ายอื่นจากทั้งสองฝ่าย?

เปิดคำประท้วงละเมิดหยุดยิงรอมฎอน พร้อมข้อเรียกร้องให้จัดการพวกป่วนในกระบวนการสันติภาพ อย่ายั่วยุให้เกิดการตอบโต้ วงประชุมลับชี้มีฝ่ายอื่นจากทั้งสองฝ่าย ขอให้อดทนประชาชนจะเป็นผู้ชนะ
 
 
การเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวมะสุเพียน มามะ อายุ 29 ปีของนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเมื่อวานนี้ (26 กรกฎาคม 2556) น่าสนใจยิ่ง เพราะมีไม่บ่อยนักที่จะมีผู้ใหญ่ระดับจังหวัดเข้าไปเยี่ยมคนที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต และเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงในพื้นที่
มะสุเพียน มามะ มีหมายจับติดตัวถึง 4 หมาย ถูกวิสามัญเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 หลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อมจับกุมในพื้นที่บ้านยานิง หมู่ที่ 2 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดยก่อนถูกวิสามัญ เจ้าหน้าที่ระบุว่านายมะสุเพียนได้ใช้ปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่หลายนัด
โดยมะสุเพียนอยู่ระหว่างหลบหนีจากการก่อเหตุลอบวางระเบิดทหารชุดสันติสุขที่ 404 ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เหตุเกิดบริเวณไฟฟ้าเชิงสะพานบ้านปาเร๊ะลูโบะ ม.9 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา
กรณีของมะสุเพียนยังถือเป็นกรณีสำคัญที่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือว่าเป็นชนวนเหตุซึ่งนำไปสู่การยื่นหนังสือประท้วงของนายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น(BRN) ต่อดาโต๊ะสรีอะหมัด ซัมซามิน ผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับขบวนการบีอาร์เอ็น โดยกล่าวหาว่าฝ่ายไทยได้ละเมิดขอตกลงที่จะลดการใช้ความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนและอีก 10 วันในเดือนเซาวัล เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา
จนกระทั่งเกิดเหตุรุนแรงตามมาอีกหลายครั้ง เช่น เหตุยิงตำรวจ ยิงคนไทยพุทธ กราดยิงร้านน้ำชา ล่าสุดที่เป็นเหตุสะเทือนขวัญมาก คือเหตุลอบวางระเบิดรถตำรวจที่หน้าโรงพยาบาลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทำให้ครูที่ขับรถมาประสบเหตุพอดีเสียชีวิตไป 2 คน บาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน
โดยที่เหตุการณ์ล่าสุดนี้ พล..ภราดรพัฒนถาบุตรเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือสมช. ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพฝ่ายไทย ระบุว่า ฝ่ายบีอาร์เอ็นยอมรับว่า ไม่ได้มีเป้าประสงค์ต่อครู แต่เป็นจังหวะที่ครูผ่านมาพอดี โดยกลุ่มที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มย่อยของบีอาร์เอ็น ดังนั้นจะเร่งจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น
แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือระบุว่าในคำประท้วงของบีอาร์เอ็นที่ลงนามโดยนายฮัซซัน ตอยิบ นั้น ระบุอย่างชัดเจนว่า ทางบีอาร์เอ็นขอประท้วงฝ่ายไทยจากกรณีสังหารนายมะสุเพียน มามะ
ทั้งนี้ เนื่องจากเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วง“การริเริ่มสันติภาพแห่งเดือนรอมฎอน”เนื่องจากเป็นการละเมิดข้อตกลงการริเริ่มสันติภาพแห่งเดือนรอมฎอนอย่างชัดแจ้งแสดงให้เห็นว่า ฝ่ายไทยไม่ได้ใช้ความพยายามมากพอที่จะให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดเคารพข้อตกลงดังกล่าว ในขณะที่ฝ่ายบีอาร์เอ็นนั้นได้แสดงให้เห็นถึงความอดทนอดกลั้นมาแล้วแต่เหตุดังกล่าวผลักดันให้บีอาร์เอ็นถึงจุดสิ้นสุดความอดกลั้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างการยั่วยุที่ไม่จำเป็นขึ้น
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า บีอาร์เอ็นยังตั้งคำถามต่อฝ่ายไทยว่าเหตุใดการกระทำซึ่งเป็นการบ่อนทำลายการริเริ่มเพื่อสันติภาพจึงเกิดขึ้นได้  พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าจริงๆ แล้ว ผู้ก่อกวนสันติภาพนั้นอาจเป็นมือที่มองไม่เห็นที่ต้องการให้ทั้งฝ่ายบีอาร์เอ็นและฝ่ายทางการไทยเข้าใจผิดและต่อสู้กันเอง ทั้งนี้เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายกำลังพูดคุยกันอยู่ ยืนยันว่าที่ผ่านมาฝ่ายบีอาร์เอ็นนั้นพยายามอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด แต่กลับมีผู้ที่ประสงค์จะยั่วยุให้มีการตอบโต้ เพื่อที่จะบ่อนทำลายกระบวนการทั้งหมดนี้
แหล่งข่าวกล่าวย้ำต่อว่าในคำประท้วงยังระบุด้วยว่าทางรัฐบาลไทยต้องระมัดระวังในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและต้องไม่สร้างความสับสน เพราะจะทำให้คนในพื้นที่ไม่สนับสนุนการพูดคยสันติภาพ ในขณะเดียวกัน บีอาร์เอ็นยังเรียกร้องให้ฝ่ายไทยต้องแสดงความจริงใจผ่านการลงมือทำมากยิ่งขึ้น โดยต้องควบคุมหน่วยงานของรัฐที่กำลับ่อนทำลายการริเริ่มสันติภาพในเดือนรอมฎอน เพราะเข้าใจดีว่าในขณะนี้มีผู้ก่อกวนพยายามจะทำให้การพูดคุยสันติภาพนั้นประสบกับความล้มเหลว
ฝ่ายบีอาร์เอ็นยังเน้นย้ำว่าจะทำตามสัญญาต่อไปและเรียกร้องให้แต่ละฝ่ายอดทนอดกลั้น แม้ว่าความอดทนจะยังมีขีดจำกัด แต่ในคำประท้วงก็ยังได้อ้างถึงความสำเร็จในการริเริ่มสันติภาพในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนรอมฎอน
เวลานี้ บีอาร์เอ็นเชื่อว่าการพูดคุยสันติภาพเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา การริเริ่มสันติภาพแห่งเดือนรอมฎอนเป็นความพยายามที่ดีที่จะแสดงความจริงใจและความเอาจริงเอาจังของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทั้งสองฝ่ายพยายามต่อไป
อย่างไรก็ตามในการประชุมลับๆ ของพล..ภราดรกับนายฮัสซัน ตอยิบ โดยสื่อสารผ่านดาโต็ะศรีอัฮหมัด ซัมซามีน โดยไม่ได้เจอหน้ากัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อตอบคำถามต่อคำประท้วงดังกล่าวข้างต้น โดยพล.ท. ภราดร ยังได้เริ่มต้นจากการขอบคุณที่ฝ่ายบีอาร์เอ็นลดการก่อเหตุรุนแรงลงในเดือนรอมฎอนในช่วงที่ผ่านมา
แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือในฝั่งประเทศมาเลเซียระบุว่า ทั้งไทยและบีอาร์เอ็นอ้างว่า มีฝ่ายอื่นๆออกมาปฏิบัติการก่อกวนในช่วงสองอาทิตย์ในเดือนรอมฎอนนี้ เพื่อดิสเครดิตและทำลายประกาศการหยุดยิงในระยะสั้นและดิสเครดิตและทำลายกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่กำลังดำเนินการอยู่ในระยะยาว
“ที่สำคัญเป็นฝ่ายอื่น จากทั้งสองฝ่าย” แหล่งข่าวระบุ
หลังการพบปะดังกล่าว พล.ท.ภราดร ยืนยันอีกครั้งในการให้สัมภาษณ์สื่อ เมื่อวันที่26 กรกฎาคม2556ที่หอประชุมกองทัพเรือราชนาวิกสภาหลังการจัดแสดงปาฐกถาหัวข้อการเจรจาสันติภาพทางออกวิกฤตชายแดนใต้ว่า จากข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีกลุ่มอื่นอย่างชัดเจน ซึ่งไทยกับบีอาร์เอ็นกำลังสืบสภาพร่วมกัน
“ได้สถิติที่ชัดเจนหลังจากเดือนรอมฎอน โดย 17 วันแรกของเดือนรอมฎอนมีกว่า 20 เหตุการณ์ แต่เป็นฝีมือของบีอาร์เอ็น 5-6 เหตุการณ์เท่านั้น นอกจากนั้นเป็นฝีมือของกลุ่มอื่นและภัยแทรกซ้อนอื่น”พล.ท.ภราดร ระบุ
ไม่ว่า “ผู้ทำลาย” หรือ Spoiler ในกระบวนการสันติภาพจะมาจากฝ่ายไหน อาจเพราะไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยการพูดคุย แต่ก็ใช่ว่ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพนั้นจะหยุดลง
หวังว่าการกระทำของ Spoiler คงไม่เป็นไปเพื่อให้มีการฆ่าและล้างแค้นไปมากันต่อไปไม่รู้จบ อย่างที่นางสาวบีสมี สุหลง อายุ 23 ปี ภรรยาของนายมะสุเพียนบอกว่า “ขอให้สามีดิฉันเป็นรายสุดท้าย อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก”