การให้อภัยที่ไม่สิ้นสุด ฮารีรายอจากใจในเรือนจำคดีไฟใต้

การให้อภัยที่ไม่สิ้นสุด ฮารีรายอของผู้ต้องขังคดีไฟใต้ สิ่งที่ฉันเห็น คือภาพความเคลื่อนไหวแห่งสายใยผูกพัน คงมีไม่กี่ครั้งที่พวกผู้ชายสวมเสื้อที่มีหมายเลขกำกับอยู่ด้านหลังได้ทำหน้าที่นี้ มันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน
 
 
“Ma-af Zahir dan Batin”
ประโยคสั้นๆ แต่กินใจนี้ มักถูกเอ่ยขึ้นซ้ำไปซ้ำมา ต่อคู่สนทนา ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมหน้าไหนหรือต่อหน้าใครๆทุกคนที่พบพานในช่วงวันนั้น ช่วงวันรายอ อันเป็นเทศกาลแห่งการให้อภัยซึ่งกันและกัน
หากแต่จะยิ่งลึกซึ้งกินใจไปถึงก้นบึ้ง สำหรับคนที่ย้อนนึกถึงความหลังอันโหดร้ายที่มีต่อคู่ปราศรัยที่อยู่ต่อหน้าหรือเพียงแค่สนทนาผ่านคลื่นอากาศ ทั้งร้ายลึก ร้ายเล็กๆ หรือแม้แต่ความร้ายกาจที่ซ่อนเร้น ที่ยังไม่เห็นเป็นการกระทำ
เพราะเป็นประโยคที่ความหมาย “ขออภัยทั้งต่อหน้าและลับหลัง” หรือ “ทั้งเปิดเผยและปกปิด” หรือ “ทั้งภายนอกและภายใน” แล้วแต่ใครจะสาธยาย แต่ล้วนอธิบายได้ด้วยอากัปกิริยาโอบกอด สัมผัสมือหรือแค่ปากเปล่า
นั่นเป็นวิถีปกติของมวลประชาชาติมุสลิม เมื่อถึงคราวฮารีรายอ ที่มีเพียง 2 ครั้งต่อปีตามปฏิทินอิสลาม คือ อีดิ้ลฟิตตรี หรือวันฉลองสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน อย่างที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน กับอีดิ้ลอัฎฮาที่จะถึงในอีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้า
แล้วคนที่มีวิถีชีวิตที่ไม่ปกติเหมือนคนอื่น วันรายอของพวกเขาจะเป็นอย่างไร อย่างผู้ต้องขังคดีความมั่นคง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวของกับเหตุรุนแรงต่างๆนาๆ ในชายแดนใต้
สิ่งที่ฉันเห็น เมื่อครั้งกลุ่มด้วยใจนำจัด "กิจกรรมสานสัมพันธ์วันอีดิ้ลฟิตตรี" ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา ภายในเรือนจำกลางสงขลา คงเหมือนภาพชินตาที่เห็นเป็นปกติ ที่มีพ่อแม่ลูกหรือคนในครอบครัวได้ตั้งวงพูดคุยสนทนา รับประทานอาหารร่วมกัน ถ้าไม่ใช่ที่นี่
สิ่งที่ฉันเห็น บรรดาญาติได้ร่วมทำกิจกรรมกับผู้ต้องขัง ได้ร้องเพลงอนาซีด ได้ฟังการอ่านคัมภีร์อัล-กรุอ่านจากผู้ต้องขัง ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่จะมีอีก ที่สามารถเข้าเยี่ยมได้อย่างใกล้ชิดอย่างนี้ มันช่างเป็นโอกาสพิเศษเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น บรรดาญาติผู้ต้องขังจากจังหวัดสงขลาและนราธิวาส 46 ครอบครัว ครอบครัวละ 3คน ได้พบญาติที่เป็นผู้ต้องขังคดีความมั่นคง 52 คน มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น กิจกรรมบนเวทีทั้งหมด พวกเขาเป็นคนดำเนินการเองและจัดแสดงเอง ถึงแม้ว่าฉันอาจจะฟังเนื้อเพลงภาษามลายูไม่เป็นสักเท่าไร แต่ก็รับรู้ได้ถึงความตั้งใจที่พวกเขาจะสื่อออกมา "ขอให้อดทน เพราะมันเป็นแค่บททดสอบจากพระผู้เป็นเจ้า" มันช่างปลอบใจได้ดีเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น คือภาพความเคลื่อนไหวแห่งสายใยผูกพัน พ่อกล่อมลูกน้อยที่งอแงเพราะง่วงนอน แม่นั่งนวดขาลูกชาย สามีโอบกอดภรรยา สามีบรรจงจูบหน้าผากภรรยา ลูกชายโผเข้ากอดแม่ น้องสาวฝึกเขียนมลายูกับพี่ชาย มันช่างเป็นภาพที่ประทับใจเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น (และฉันคิด) คงมีไม่กี่ครั้งที่พวกผู้ชายสวมเสื้อที่มีหมายเลขกำกับอยู่ด้านหลังได้ทำหน้าที่นี้ มันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น พวกเขายิ้มได้ หัวเราะเฮฮาดังๆ ทั้งที่พวกเขาอยู่ในโลกหนึ่งที่จำกัดสิทธิเสรีภาพบางอย่างไว้ มันช่างเป็นอะไรที่ขัดแย้งกับภาพในความรับรู้ของคนทั่วไปอย่างฉันเสียเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น ผู้ต้องขังคดีความมั่นคงคนหนึ่งที่ไม่สามารถเดินเหินได้อย่างคนปกติ ต้องนั่งรถเข็ญอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บที่ท้ายทอยอันเนื่องมาจากถูกยิงระหว่างถูกจับกุม ระบายความรู้สึกด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกแต่สีหน้ายิ้มแย้ม
“ผมต้องการย้ายไปอยู่ที่เรือนจำปัตตานีเพราะใกล้บ้าน และอีกอย่างเพื่อนนักโทษมุสลิมแดน 6 ด้วยกันที่ช่วยดูแลผมจะพ้นโทษปีหน้าแล้ว” มันช่างน่ากังวลใจแทนเขาเหลือเกิน
“ผมยื่นถวายฎีกาขออภัยโทษตั้งแต่ปี 2548 แต่รู้สึกว่าจนวันนี้ก็ยังไม่ทราบความคืบหน้า พ่อผมจึงก็ขอความช่วยเหลือไปทางศอ.บต.อีกทางหนึ่ง เพื่อดำเนินการเรื่องนี้”
สิ่งที่ฉันเห็น คำว่า ขออภัยและให้อภัยสำคัญเสมอ... แม้กระทั่งกับความผิดทางกฎหมาย และความผิดต่อพระผู้เป็นเจ้า ดังที่พระองค์ทรงครองชื่อ “ผู้ทรงให้อภัย”
สิ่งที่ฉันเห็น หลังจากฟังเสียงร้องเพลงจากกลุ่มผู้ต้องขังแล้ว จึงให้ทุกคนแนะนำตัวจนกระทั่งคนสุดท้าย จากนั้นจึงปล่อยให้ทุกคนได้สนทนายปราศรัยกันเองตามอัธยาศัย และรับประทานอาหารร่วมกัน บรรยากาศช่างเป็นกันเองเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น บางคนบอกว่า ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้มานานหลายปีนับแต่ถูกจำขัง แต่ทว่าเวลาก็ไม่คอยท่า เมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศว่า กิจกรรมทุกอย่างต้องให้เสร็จสิ้นในอีกสิบนาที ทำไมบรรยากาศเช่นนี้มันช่างผ่านอย่างรวดเร็วเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น คือต้องจากลา ทุกฝ่ามือยื่นสัมผัสให้สลาม อวยพร โอบกอด พร้อมเสียงสะอื้น นัยน์ตาบางคู่เริ่มมีน้ำตาซึม มันช่างเป็นภาพน่าซึ้งใจเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น (และเข้าใจดี) ฉันไม่สามารถเก็บภาพบรรยากาศ บันทึกรูป รส แม้กระทั่งกลิ่นเสียงในเขตแดนนี้ได้ มันช่างน่าเสียดายเหลือเกิน ฉันขออภัย สิ่งฉันทำได้คือเก็บความทรงจำนี้ไว้ แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ
สิ่งที่ฉันเห็น ทุกคนมีความหวัง ความหวังต่ออิสรภาพ และฉันหวังว่า พวกเขาจะมีความหวังต่อสันติภาพด้วย โอ้ อิสรภาพและสันติภาพ มันช่างเป็นความหวังเสียเหลือเกิน
สิ่งที่ฉันเห็น ทุกคนเปล่งเสียงวาจาฝากความสันติสุขถึงคนที่อยู่ข้างนอกนั้นด้วย เป็นสิ่งเดียวที่ฉันรับฝากไว้ได้ เป็นอามานะห์หรือความรับผิดชอบที่ฉันต้องนำส่งถึงทุกคน เท่าที่สามารถทำได้ไม่สิ้นสุด
และทุกความผิดพลาดใดๆ ฉันต้องขออภัยทุกคนดั่งเช่นที่พวกเขาขออภัยจากพวกเรา และเราจะให้อภัยซึ่งกันและกัน
“Ma-af Zahir dan Batin”