เสียงสันติภาพ (6) สถานีวิทยุตะอาวุล วิทยุชุมชนโดยชุมชนเพื่อสังคมโลก

 

“สถานีวิทยุตะอาวุล” หรือวิทยุมัสยิดบางปูที่ยืนหยัดนับสิบปี เริ่มต้นจากความมุ่งมั่นของคนๆ หนึ่งจนกระทั่งเป็นสถานีวิทยุชุมชนที่มีคนฟังบันครอบคลุม 3 จังหวัด อีกทั้งได้พัฒนาสู่ทีวีออนไลน์ที่รับชมได้ทั่วโลก ด้วยจุดเริ่มต้นจากงบประมาณคนชุมชนภายใต้การบริหารจัดการของโต๊ะอิหม่ามอาซิ ดาราแม

 

นายอาซิ ดาราแม โต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดตะอาวุล บางปู

จุดเริ่มต้นจากเสียงคุ๊ตบะห์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

สถานีวิทยุชุมชนมัสยิดตะอาวุล หรือเรียกกันติดปากในหมู่ชาวบ้านว่า วิทยุมัสยิดบางปู เป็นหนึ่งสถานีวิทยุชุมชนที่ดำรงอยู่ได้ด้วยใจรักของคนๆ หนึ่ง และการช่วยเหลือเกื้อกูลของผู้คนในชุมชน ด้วยเวลาที่สถานีวิทยุแห่งนี้อยู่คู่ชุมชนกว่าสิบปีน่าจะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดี

สถานีวิทยุชุมชนมัสยิดตะอาวุลเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2545 เมื่อนายอาซิ ดาราแม โต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดตะอาวุล บางปู ทราบข่าวว่า รัฐบาลเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถมีสถานีวิทยุของชุมชนได้ ด้วยนิสัยรักและชอบด้านการสื่อสารสาธารณะเป็นทุนเดิมตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาอาฟริกานานาชาติ ที่ประเทศซูดาน จึงเริ่มก่อตั้ง “ตะอาวุลเรดิโอ” ในฐานะเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของมัสยิด

การก่อตั้งสถานีวิทยุครั้งแรกเกิดขึ้นจากแนวคิดเพื่อการส่งต่อโอวาทการบรรยายธรรมหรือคุ๊ตบะห์ประจำวันศุกร์ในมัสยิดตะอาวุลให้ถึงทุกคนในหมู่บ้าน เพราะเห็นว่าส่วนใหญ่ผู้หญิงไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟังและไม่ได้มาละหมาดรวมที่มัสยิด ส่วนผู้ชายส่วนใหญ่ที่ได้ฟังก็ไม่ได้กลับไปเล่าให้กับคนที่บ้านฟัง

แนวทางหนึ่งที่โต๊ะอิหม่ามอาซิคิดได้ คือการส่งเสียงตามสายโดยผ่านเครื่องขยายเสียงสู่ชุมชน แต่วิธีการนี้ถือเป็นการบังคับฟัง ไม่น่าส่งผลที่ดีนัก อีกแนวทางหนึ่ง คือการติดตั้งสายเคเบิลตามบ้านเพื่อรับการกระจายเสียงจากมัสยิด ซึ่งเป็นการลงทุนที่มากเกินไป จนกระทั่งแนวคิดตั้งสถานีวิทยุชุมชนได้เป็นคำตอบสุดท้ายที่ตัดสินใจดำเนินการ

ในเบื้องต้นของการดำเนินการ นายอาซิได้หยิบยืมทุนก้อนแรกจากกองทุนประปาที่เป็นกิจการของมัสยิดเป็นจำนวนเงิน 150,000 บาท จัดซื้อเครื่องส่งสัญญาณขนาด 300 วัตต์ กับติดตั้งเสาอากาศขนาดความสูง 15 เมตร โดยเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการดำเนินรายการใช้ของมัสยิดที่มีอยู่แล้ว ส่วนเครื่องมิกส์เสียงและอุปกรณ์อื่นเล็กๆ น้อยๆ ได้มาจากบริจาค

ครั้งแรกสถานีวิทยุชุมชนมัสยิดตาอาวุลสามารถส่งสัญญาณได้ไกลประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งนับได้ว่าเป็นสถานีวิทยุชุมชนแห่งแรกในสามจังหวัดชายแดนใต้ขณะนั้นที่มีลักษณะการให้ความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม

ผ่านไปประมาณ 3 ปี เสียงตอบรับจากผู้ฟังสูงขึ้น จึงเปิดรับบริจาคเพื่อการระดมทุนครั้งใหญ่เพื่อขยายตัวให้ไกลขึ้น โดยได้รับเงินบริจาคเป็นงบประมาณ 500,000 บาท จึงได้จัดซื้อเครื่องส่งสัญญาณขนาด 1,000 วัตต์ กับติดตั้งเสาอากาศขนาดความสูง 61 เมตร และสามารถส่งสัญญาณได้ไกลครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ประมาณ ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา

“สถานีของเราเน้นเนื้อหาหลัก คือ การให้ความรู้ทางศาสนาอิสลามที่สอดคล้องกับอัล-กุรอ่านและอัซซุนนะห์แก่ชาวบ้านในชุมชน  เพราะเราเชื่อว่าการได้เรียนรู้ศาสนาด้วยกระบวนที่ถูกต้องตามแบบฉบับของท่านนบี เป็นฐานของการเข้าใจความจริงแห่งชีวิตตามแนวทางอิสลามที่แท้จริง  ความเข้าใจชีวิตและความสำนึกว่าศาสนาอิสลามเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต จะเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ประชาชนมีคุณธรรมและจริยธรรมในตนเอง เป็นพื้นฐานสำคัญของความสงบสุขในสังคม ” โต๊ะอิมามอาซิ กล่าว

 

ก้าวสู่วิทยุชุมชนเต็มรูปแบบในปัจจุบัน

จากช่วงเริ่มแรกที่สถานีวิทยุตะอาวุลเปิดรายการวิทยุการบรรยายธรรมและการเรียนการสอนอัล-กุรอ่านเท่านั้น ภายหลังเริ่มมีรายการเพิ่มเติมหลากหลายขึ้น ปัจจุบันนี้เนื้อหารายการหลักๆ ที่มีอยู่ แบ่งเป็น 6 ประเภท คือ รายการบรรยายธรรม การเรียนการสอนอัล-กุรอ่าน รายการอิสมามิคอนาชีด (เพลงในรูปแบบอิสลาม) รายการผู้หญิง รายการด้านเยาวชน การฝึกภาษาอังกฤษ และข่าวสารจากอำเภอยะหริ่งที่มีเจ้าหน้าที่มาดำเนินรายการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตร สุขภาพ และการศึกษานอกโรงเรียน

ปัจจุบันสถานีวิทยุชุมชนตะอาวุลส่งคลื่นสัญญาณตั้งแต่เวลา 6.30 น. – 22.00 น.ของทุกวัน รายการล่าสุดซึ่งได้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คือ “ภารกิจตะอาวุล” ออกอากาศวันอังคาร เวลา 20.30 น.- 21.30 น. มีเนื้อหาเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของมัสยิดตะอาวุล

โต๊ะอิหม่ามอาซิ ในฐานะผู้ก่อตั้งและจัดการดูแลสถานีวิทยุตะอาวุล ได้อธิบายถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อสถานีวิทยุชุมชนตะอาวุลแห่งนี้ว่า นอกเหนือการร่วมบริจาคเงินเพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับสถานีแล้ว รายการบางรายการก็เปิดโอกาสให้ผู้โทรศัพท์เข้ามาเพื่อเรียนรู้ร่วมกันกับผู้จัดรายการ เช่นรายการการเรียนการสอนอัลกุรอาน ชาวบ้านก็จะโทรมาอ่านอัล-กุรอ่านให้ผู้จัดฟังว่าอ่านได้ถูกต้องตามอักขรวิธีหรือไม่

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ฟังที่มีความสนใจจัดรายการวิทยุมายื่นเสนอขอจัดรายการในสถานีได้อีกด้วย ซึ่งยังพอมีเวลาที่จะจัดสรรได้ ขณะนี้พยายามจะให้มีรายการเพิ่มเติมที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ฟังได้มีความรู้เกี่ยวกับชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยอีหม่ามอาซิกล่าวว่าที่อยากให้มีมากที่สุดตอนนี้คือรายการข่าวและรายการเกี่ยวกับโลกมุสลิมที่จัดโดยเยาวชน

 

สร้างความเข้มแข็งด้วยวิทยุเครือข่าย

โต๊ะอิมามอาซิ ได้เปิดเผยว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2552 สถานีวิทยุตะอาวุล บางปู ได้จับมือร่วมกับสถานีวิทยุริซาละฮฺ (ตะลุโบะ) สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา สถานีวิทยุอิฮยาอฺเรดิโอ (ยี่งอ) และสถานีอัล-กุรอ่านดารุสลาม (ปาลัส) รวมเป็นกลุ่มเครือข่ายภายใต้ชื่อ “สถาบันอัสสลาม” เพื่อสะดวกต่อการแบ่งปันช่วยเหลือกัน และเชื่อมโยงการทำงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน

โต๊ะอิหม่ามอาซิ เล่าให้ฟังว่า บางช่วงที่แต่ละสถานีวิทยุในเครือข่ายมีรายการพิเศษที่สถานีหนึ่งเป็นผู้จัด อีกสี่สถานีก็จะเป็นผู้รับเชื่อมสัญญาณออกอากาศ หรืออีกวิธีการหนึ่งคือ สถานีที่สะดวกที่สุดจะรับหน้าที่เชิญผู้บรรยายมาบันทึกรายการ แล้วส่งสัญญาณเมื่ออกอากาศไปยังสถานีอื่นๆ ซึ่งการเชื่อมโยงเครือข่ายการออกอากาศเช่นนี้ทำให้ประหยัดงบประมาณได้มากและมีความสะดวก คล่องตัวในการดำเนินงานของบุคคลากรมาก

เมื่อตั้งคำถามว่า สถานีวิทยุตะอาวุลจะอยู่ได้อีกนานเพียงใด  โต๊ะอิมามอาซิกล่าวว่า “ถ้าผมยังทำงานต่อไปได้ ก็คงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ สถานีวิทยุแห่งนี้ไม่ต้องการอะไรมากหรอก เพียงแค่มีคนดูแลมันด้วยใจรักต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง ทุกวันนี้ผมเป็นคนคอยเช็ดถูอุปกรณ์ต่างๆ และดูดฝุ่นภายในห้องส่งเป็นประจำ”

 “อินชาอัลลอฮฺ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากพัฒนาถึงการเป็นช่องโทรทัศน์ระบบจานดาวเทียม แต่นั่นต้องถึงขั้นที่สามารถเตรียมพร้อมสำหรับค่าเช่าดาวเทียม 1 ล้านกว่าบาทต่อเดือน เป็นโจทย์ที่กำลังหาคำตอบอยู่” โต๊ะอิหม่ามอาซิ บอกถึงเป้าหมายและแผนการพัฒนาสถานีวิทยุตะอาวุลในอนาคต

 

จากวิทยุสู่ออนไลน์ สู่ทีวีออนไลน์

ปัจจุบัน สถานีวิทยุตะอาวุล นอกจากจะได้รับฟังทางคลื่น FM 100.50 เมกกะเฮิรตซ์แล้ว ยังสามารถรับชมในรูปทีวีออนไลน์ผ่าน www.taawoon.com อีกด้วย

“เมื่อปี พ.ศ. 2552 วิทยุตะอาวุลได้เผยแพร่รายการวิทยุบนเว็ปไซต์เป็นครั้งแรก ทำให้สามารถส่งสารจากมัสยิดตะอาวุลไปได้ไกลเกือบทั่วโลก นักศึกษาที่อยู่ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย และอียิปต์สามารถรับฟังได้ ในช่วงเริ่มต้นมีเฉพาะวิทยุออนไลน์เท่านั้น ในปี 2553 เมื่อเรามีอุปกรณ์การถ่ายภาพและเทคโนโลยีพร้อม จึงขยับพัฒนาเป็นทีวีออนไลน์” โต๊ะอิมามอาซิชี้แจง

นางสาวสุนิตา สะแลแม ชาวบ้านตำบลบางปูวัย 28 ปี กล่าวด้วยแววตาแห่งความภูมิใจว่า “นักศึกษาของเราที่อยู่ต่างประเทศ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ก็สามารถรับฟังวิทยุ และรับรู้เรื่องราวต่างๆ ในชุมชนได้”

 

นักจัดรายการอาสาสมัคร คือผู้อยู่เบื้องหลัง

ในส่วนการดำเนินงานและการจัดรายการในสถานีวิทยุตะอาวุลนั้นผู้จัดรายการทุกคน ไม่ได้รับเงินเป็นค่าตอบแทนจากการจัดรายการ เพราะแต่ละคนก็จะมีอาชีพประจำอยู่แล้ว และได้สละเวลาที่เหลืออยู่มาทำงานเพื่อบริการสังคม ยกเว้นเจ้าหน้าที่ประจำสถานี 2 คน คือ นายอับดุลรอเซด แมะ กับ นายโมฮำหมัดนาเซร์ อาลี โดยทั้งสองมีหน้าที่เป็นช่างเทคนิกประจำสถานีที่ต้องอยู่ดูแลสถานีตลอดเวลา ต้องคอยอำนวยความสะดวกกับผู้จัดรายการไม่สามารถไปทำงานอื่นได้ ซึ่งเงินในส่วนนี้ก็ได้รับจากบริจาคของผู้ฟังบางส่วน

ในส่วนเนื้อหารายการที่เป็นไฟล์วีดิโอที่ไม่ได้เป็นการบันทึกในห้องส่งหรือรายการสดนั้น บางครั้งก็มีอาสาสมัครที่ตามเก็บและบันทึกการบรรยายธรรมตามเวทีต่างๆ ส่งมาให้ทางสถานีวิทยุตะอาวุล บางครั้งก็นำเนื้อหาจากเว็ปไซด์ยูทูปที่ผู้บรรยายหรือผู้เข้าฟังการบรรยายนั้นๆ บันทึกไว้และเผยแพร่ในเว็ปไซด์ดังกล่าว เช่น ไฟล์วีดิโอการบรรยายของ ดร.อิสมาอีล ลุตฟี อุสตาซมูฮำหมัด คอยา เป็นต้น

 

ความภาคภูมิใจของชุมชน

นายอับดุลรอเซด แมะ เจ้าหน้าที่เทคนิกคนหนึ่งประจำสถานีวิทยุตะอาวุล วัย 39 ปี บอกว่าได้ทำงานที่นี่ตั้งแต่ปี 2549 รู้สึกผูกพันกับการทำหน้าที่ดูแลสถานีและควบคุมการจัดรายการ เมื่อเดินออกไปข้างนอก ได้ยินเสียงตอบรับที่ดีจากชาวบ้าน ทำให้รู้สึกมีกำลังใจในการทำงาน

“ชาวบ้านบอกว่าวิทยุแนวนี้ทำให้ฟังได้เรื่อยๆ ไม่เหงา บางครั้งมีการโทรศัพท์เข้ามาติดต่อขอซีดีอัล-กุรอ่านที่ทางรายการเปิดไปเพื่อที่จะได้กลับไปฟังที่บ้านต่อ ผมไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะสนับสนุน แต่ก็พอมีกำลังความสามารถที่จะดูแลตรงนี้ได้ รู้สึกภูมิใจ”

  นายอับดุลรอเซด แมะ ได้อธิบายเกี่ยวกับการจัดรายการเพิ่มเติมว่า “สถานีวิทยุของเราจะเน้นการจัดเนื้อหาสาระในรายการให้สอดคล้องกับสภาพที่ดำเนินไปแต่ละช่วงเวลาของสังคม เช่น ช่วงเดือนรอมฎอน ก็มีการบรรยายธรรมและจัดข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเดือนรอมฎอน เพื่อให้ผู้ฟังสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติศาสนกิจและปฏิบัติตนได้ ถ้าช่วงฤดูทำฮัจญ์ที่ผ่านมา ก็จัดข้อมูลเกี่ยวกับการทำฮัจญ์ ทำให้ชาวบ้านที่ยังไม่ได้ไปทำฮัจญ์ก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับการทำฮัจญ์ไปด้วย และร่วมเรียนรู้ทำความเข้าใจเกี่ยวความสำคัญของฮัจญ์ในอิสลาม”

นายดอแม สะแลแม ชาวบ้านตำบลบางปูวัย 60 ปีกล่าวถึงการรับฟังวิทยุตะอาวุลว่า “ครั้งแรกรู้สึกดีใจมากที่มีสถานีวิทยุแบบนี้เกิดขึ้น เพราะเป็นรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นรายการดีๆ มีสาระ ทำให้คนแก่อย่างเราไม่เบื่อ เมื่อว่างจากงานก็มาเปิดวิทยุฟัง ที่สำคัญไม่มีโฆษณาด้วยทำให้เรารู้สึกว่าเขาจริงใจที่จะมอบสิ่งที่มีประโยชน์กับเรา”

ขณะที่นางฮาปีเสาะ  มามะ ชาวบ้านตำบลบางปูวัย 49 ปี บอกว่า “จากการฟังวิทยุตะอาวุล ทำให้ได้ความรู้มากขึ้น เช่น ความรู้เกี่ยวกับศาสนา วิธีการเลี้ยงดูลูกในวัยเรียน”

นายดอแม สะแลแม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “นอกจากเราจะได้รับความรู้เกี่ยวกับศาสนามาใช้ในชีวิตแล้ว ยังได้รู้เกี่ยวการดูแลสุขภาพอีกด้วย”

 

บางที การดำรงอยู่ของสถานีวิทยุตะอาวุล อาจบอกเราว่า ความจริงแล้วผู้คนในสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของเรา พร้อมใจที่จะสนับสนุนสิ่งดีๆ ให้ดำรงอยู่ ขอเพียงให้มีใครช่วยยืนหยัดเป็นผู้นำในการเดินหน้าต่อไปด้วยความจริงใจเท่านั้นเอง

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

เสียงสันติภาพ(1) : วิทยุม.อ.ปัตตานีกับการทำงานบนเส้นทางสันติภาพ

เสียงสันติภาพ( color:#333333">2) วิทยุเครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมบนเส้นทางสื่อเพื่อสันติภาพ

เสียงสันติภาพ ( color:#333333">3) “จูลี แห่งวิทยุอิฮฺยาอฺ เรดิโอสถานีความรู้คู่ชุมชน

เสียงสันติภาพ ( color:#333333">4) มันโซร์ สาและ ผู้เปิด หน้าต่างสังคมผ่านสื่อวิทยุภาษามลายู

เสียงสันติภาพ (5) สุขเกษม จารงค์ ผอ.สถานีวิทยุ ซัวรากีตาวิทยุภาษามลายู 24 ชม.

color:#333333">