1 ปี ‘Sinaran’ หนังสือพิมพ์เพื่อผลิตนักข่าวและสื่อภาษามลายู

1 ปี ‘Sinaran’ โครงการเพื่อผลิตนักข่าวและสื่อภาษามลายู บทสรุปจากรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ส่งให้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมในภาคใต้ของประเทศไทย (STEP Project) เพื่อเสนอต่อโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในฐานะแหล่งทุน

 
 เ
 
โครงการพัฒนาศักยภาพการเขียนข่าวนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและการผลิตสื่อภาษามลายู-ไทย เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ตุลาคม 2555 – กันยายน 2556) หรือที่เรียกสั้นๆว่า โครงการผลิตนักข่าว 2 ภาษา ซึ่งมีผลงานเป็นที่รับรู้กันในพื้นที่คือ โครงการผลิตหนังสือพิมพ์ซีนารัน ซึ่งผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลาโครงเป็นอย่างไรนั้น ต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานฉบับสมบูรณ์ของโครงการในส่วนของบทสรุปสำหรับผู้บริหารที่ส่งให้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมในภาคใต้ของประเทศไทย (STEP Project) เพื่อเสนอต่อโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในฐานะแหล่งทุนของโครงการ มีดังนี้
...............................................
โครงการพัฒนาศักยภาพการเขียนข่าวนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและการผลิตสื่อภาษามลายู-ไทย เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ตุลาคม 2555 – กันยายน 2556) ดำเนินการโดยโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (Deep South Journalism School : DSJ) สนับสนุนโดยโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมในภาคใต้ของประเทศไทย (STEP Project) เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการค่ายฝึกอบรมข่าวนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเดือนเมษายน 2555

 
แม้ในการดำเนินโครงการมีการเปลี่ยนกลุ่มผู้เข้าร่วมเป็นระยะและปรับรูปแบบกิจกรรมบ้าง แต่ยังอยู่ในเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ 1.เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารให้คนในพื้นที่ในรูปแบบ 2 ภาษา (ไทย-มลายู) 2.สร้างช่องทางการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ โดยนำเนื้อหามานำเสนอผ่านทั้งเว็บไซต์ สถานีวิทยุและหนังสือพิมพ์ ทั้งนี้ได้มีการผลิตหนังสือพิมพ์ “Sinaran” เป็นช่องทางการนำเสนอที่เพิ่มขึ้น
 
การดำเนินโครงการพบว่า พื้นฐานการใช้ภาษาของผู้เข้าร่วมโครงการทั้งภาษาไทยและมลายูค่อนข้างมีปัญหา ซึ่งสะท้อนผ่านผลงานของผู้เข้าร่วม แต่โครงการนี้กลับสามารถสร้างการตื่นตัวและสามารถจุดประกายหลายอย่างในด้านการผลิตสื่อภาษามลายูและยกระดับการใช้ภาษามลายูของคนในพื้นที่ในฐานะอัตลักษณ์หนึ่งที่สำคัญของคนในพื้นที่
 
ซึ่งหากมีการพูดถึงอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่แล้ว จะประกอบด้วยมี 3 ส่วนที่สำคัญๆ คือ “อิสลาม มลายู ปาตานี” อิสลามหมายถึงศาสนาและความเชื่อของคนในพื้นที่ มลายูหมายถึงชาติพันธ์ วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา ฯลฯ ส่วนปาตานีหมายถึงมาตุภูมิ
 
นับเป็นความโชคดีของโครงการนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม 4 ประการ คือ 1.รัฐยอมรับภาษามลายูมากขึ้น เห็นได้จากการระบุไว้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2555 – 2557 ซึ่งจะเป็นการลดเงื่อนไขหนึ่งของความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่
 
2.การเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียนที่มีประชากรกว่า 300 ล้านคนพูดภาษามลายู 3.การรณรงค์การใช้ภาษามลายูในพื้นที่มีอย่างกว้างขวางมากขึ้น และ 4.ระหว่างกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับขบวนการต่อสู้ในพื้นที่มีการสื่อสารด้วยภาษามลายู ส่งผลให้การแปลภาษามีความสำคัญไปด้วย
j
 
ทั้ง 4 ประการ ส่งผลทำให้โครงการนี้ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยเฉพาะต่อหนังสือพิมพ์ Sinaran และการเข้าร่วมเสวนา ซึ่งมีผลการดำเนินการทั้ง 4 กิจกรรมหลักของโครงการมีดังนี้
 
อบรมข่าวภาษามลายู
 
การอบรมข่าวภาษามลายู ใช้เวลา color:#222222">3 วัน ระหว่างวันที่ 21 -23 ตุลาคม 2555 ณ คณะวิทยากรสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี มีผู้เข้าร่วม 15 คน โดยมีการทดสอบความรู้ความสามารถด้านภาษามลายู ปรากฏว่ามีผลที่น่าตกใจ คือผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีปัญหาในการใช้ภาษามลายู จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาความสามารถทางด้านภาษาควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะทางด้านการสื่อสารไปพร้อมกัน
 
การประชุมข่าวสัญจร
 
กำหนดไว้เดือนละครั้ง เวียนไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้คนในพื้นที่ได้เห็นกระบวนการทำข่าว การพัฒนาทักษะการสื่อสารและสามารถมีส่วนร่วมสนับสนุนการผลิตนักข่าวและสื่อได้ โดยได้ประชุมข่าวได้ 17 ครั้ง ซึ่งสามารถประชุมข่าวได้อย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้งในช่วงปิดภาคเรียน ส่วนใหญ่จัดขึ้นที่ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ภายใน ม.อ.ปัตตานี และการสัญจรนอกพื้นที่จริงๆ มีเพียงครั้งเดียว คือ ที่โรงเรียนประทีปวิทยา ต.มะรือโบตก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2556
 
ปัญหาของการประชุมข่าวคือ ผู้เข้าร่วมโครงการบางส่วนเข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่อเนื่อง ทำให้ต้องหาคนใหม่ๆมาเพิ่ม ส่งผลให้บางครั้งการฝึกทำข่าวภาษามลายูต้องเริ่มต้นใหม่ อย่างไรก็ตามผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอมีอย่างน้อย 3 คน และมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
 
หนังสือพิมพ์ 2 ภาษา
 
หนังสือพิมพ์ 2 ภาษา (มลายู-ไทย) ชื่อ “ซีนารัน” (Sinaran) เป็นสิ่งที่ได้รับการตอบรับจากคนในพื้นที่มากที่สุด โดยเป็นช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ผลงานในโครงการนอกจากเว็บไซต์ของโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ เนื้อหาเขียนด้วยภาษามลายูอักษรยาวี ส่วนภาษาไทยเป็นเพียงสรุปเนื้อหาบนหน้าปกเท่านั้น
 
ตลอดโครงการตีพิมพ์ได้ 10 ฉบับ ออกแบบโดยกลุ่ม AWAN BOOK ส่วนยอดตีพิมพ์ฉบับแรก 200 เล่ม เมื่อสิ้นสุดโครงการตีพิมพ์เพิ่มเป็น 500 เล่ม ตามจำนวนผู้บอกรับที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการเผยแพร่ใช้วิธีการส่งทางไปรษณีย์ เมื่อสิ้นสุดโครงการมียอดผู้ขอรับหนังสือพิมพ์แยกเป็นบุคคล 306 คนและองค์กร 94 แห่งส่วนใหญ่เป็นสถาบันการศึกษาและสื่อ นอกจากนี้ ยังนำไฟล์หนังสือพิมพ์ไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ www.deepsouthwatch.org ทั้งแบบไฟล์ PDFและ EBook เพื่อให้ผู้สนใจเปิดอ่านและดาวน์โหลดได้
 
หนังสือพิมพ์นี้ได้จุดประกายให้หลายองค์กรเริ่มผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ภาษามลายูขึ้นมา โดยไม่คิดว่าการผลิตสื่อภาษามลายูในพื้นที่จะเป็นที่สงสัยหวาดระแวงอีกต่อไปโจทย์สำคัญจะพัฒนาต่อไปอย่างไร
 
การจัดเสวนาสื่อภาษามลายู
 
การจัดเสวนาในโครงการมี color:#222222">3 ครั้ง จุดประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสนับสนุนการผลิตนักข่าวและข่าวสื่อ 2 ภาษาในพื้นที่ โดยครั้งที่ 1 จัดเมื่อวันที่ 19มกราคม color:#222222">2556 ที่คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี ในหัวข้อ “ที่ทางของภาษามลายูในโลกการสื่อสาร” (Bahasa Melayu di Alam Komunikasi) มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ผลสรุปจากวงเสวนา เป็นการสำรวจสถานการณ์ของสื่อภาษามลายูในพื้นที่ว่าใครทำอะไรอยู่บ้างกับภาษามลายู รวมทั้งความสำคัญของภาษามลายูกับการสื่อสาร มาตรฐานของภาษามลายูและพลวัตรของภาษามลายูในพื้นที่
 
color:#222222">ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2556 ที่ห้องประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลาภายในงานวันสื่อทางเลือกชายแดนใต้ครั้งที่ 3 โดยใช้หัวข้อเสวนาว่า “เสียงของคนใน:ภาษามลายูในโลกแห่งการสื่อสาร” มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 300 คน การเสวนามีโจทย์สำคัญคือ “ภาษามลายูจะมีส่วนช่วยในการสร้างสันภาพในพื้นที่ได้อย่างไร” โดยมีการแสดงความเห็นที่หลากหลาย โดยเฉพาะความจำเป็นต่อการฝึกอบรมนักจัดรายการวิทยุและผู้ผลิตสื่อภาษามลายู
 
color:#222222">ครั้งที่ 3 color:#222222">เมื่อ color:#333333">วันที่ color:#333333">24 กันยายน 2556 ที่โรงแรมซีเอส.ปัตตานี หัวข้อ “ภาษามลายู 'ระหว่างทาง' กระบวนการสันติภาพ” (Bahasa Melayu Dalam Era Proses Damai) จัดขึ้นพร้อมกับเวทีเสวนา 20 คำถามเพื่อกระบวนการสันติภาพเดินหน้าต่อ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน โดยประเด็นหลักๆที่ได้คือการยอมรับมลายูของรัฐไทยและการใช้ภาษามลายูเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติภาพในพื้นที่
 
การผลิตนักข่าวและสื่อ 2 ภาษาในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ตามเป้าหมายของโครงการนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะให้ผลระยะเวลาอันสั้น ยังจำเป็นต้องมีความต่อเนื่องและต้องใช้เวลา เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะการสื่อสาร การเรียนรู้และการค้นหาความจริง แต่หากสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริงก็จะเป็นประโยชน์กับคนในพื้นที่และสังคมโดยรวมได้ โดยเฉพาะในท่ามกลางปัญหาความขัดแย้ง เพราะความสามารถในการสื่อสารของคนในพื้นที่ จะมีส่วนสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องบนฐานของข้อมูลความรู้และข้อเท็จจริงจากพื้นที่ได้ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสันติภาพ