เมื่อมลายูอินเทรนด์ ผู้สูงอายุก็หันมาเรียนตาดีกา

กลุ่มสตรีมุสลิมและผู้สูงอายุในอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา รวมกลุ่มเข้าเรียนตาดีกา ฝึกภาษามลายูและอาหรับ หวังให้ก้าวทันลูกหลาน ทดแทนโอกาสที่เสียไปในวัยเด็ก

 
นางฮาสียะ สะแลแม ครูสอนตาดีกาโรงเรียนตาดีกานูรุลอิสลาม บ้านต้นจำปาดะ หมู่ที่ 2 ต.ท่าม่วง อ.เทพา อ.สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงเรียนตาดีกานูรุลอิสลาม ได้เปิดสอนตาดีกาให้กลุ่มสตรีและผู้สูงอายุในหมู่บ้านด้วย นอกเหนือจากการสอนเด็กตามปกติ ทุกวันศุกร์หลังละหมาดวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น.ถึง 15.30 น.
 
นางฮาสียะ เปิดเผยต่อไปว่า โรงเรียนตาดีกาผู้ใหญ่นี้ตั้งอยู่ในบริเวณมัสยิดนูรุลอิสลาม ซึ่งเป็นมัสยิดประจำหมู่บ้าน มีผู้เข้าเรียน 30 คน ส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 45-58 ปี โดยแบ่งออกเป็น 2 ชั้นเรียน คือชั้นปรับพื้นฐานก่อนวัยเรียน คือผู้ที่ไม่มีพื้นฐานภาษามลายูอักษรยาวีเลย และชั้นฝึกอ่านและเขียนภาษามลายูอักษรยาวี คือผู้ที่มีพื้นฐานภาษามลายูอักษรยาวีและพื้นฐานการเรียนคัมภีร์อัลกุรอานมาแล้ว
 
ด
 
นางฮาสียะ เปิดเผยด้วยว่า สำหรับวิชาที่ใช้ในการเรียนการสอน มี 3 วิชา ได้แก่ วิชาภาษามลายูอักษรยาวี, วิชาอัคคลาคหรือจริยธรรมอิสลาม, วิชาเตาฮีดหรือวิชาที่ว่าด้วยการรู้จักอัลลอฮ์
 
“ส่วนตำราที่ใช้สอนนั้น สำหรับชั้นปรับพื้นฐานก่อนวัยเรียนจะใช้ตำราเล่มเดียวกับที่ใช้สอนเด็กเล็กฝึกเรียนภาษามลายูอักษรยาวีเบื้องต้น และชั้นเรียนที่มีพื้นฐานอยู่แล้วก็จะใช้ตำราเล่มเดียวกับที่ใช้สอนนักเรียนตาดีกา โดยผู้เรียนต้องฝึกอ่านให้ถูกต้องและแปลความหมายอย่างสั้นได้”
 
นางฮาสียะ เปิดเผยต่อไปว่า โรงเรียนตาดีกาสำหรับผู้ใหญ่แห่งนี้ ได้เปิดสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2556 ซึ่งมาจากความต้องการของกลุ่มสตรีและผู้สูงอายุในหมู่บ้านเองที่ต้องการรวมตัวกันเพื่อเรียนภาษามลายูอักษรยาวีเพิ่มเติม ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากยังไม่เคยมีที่ไหนเปิดสอนอย่างนี้มาก่อน
 
g
 
นางฮาสียะ เปิดเผยว่า นักเรียนตาดีกาสูงอายุนี้ ส่วนใหญ่มีอาชีพกรีดยางพารา เมื่อมีเวลาว่างจากงานจึงคิดรวมกลุ่มกันไปเรียนอ่านคัมภีร์อัลกุรอานก่อน จากนั้นจึงคุยกันว่าน่าจะเรียนศาสนาวิชาอื่นๆด้วย จึงชักชวนเพื่อนบ้านกันมาปรึกษาตนและขอให้มาสอนให้ด้วย ตนจึงตอบรับทันทีแม้ไม่มีค่าจ้างให้ก็ตาม
 
 “ระหว่างสอนเด็กกับสอนผู้ใหญ่มีความยากง่ายแตกต่างกันเล็กน้อย คือ การสอนเด็กเล็กเราต้องขยันคุย ขยันตักเตือนและต้องดูแลมากหน่อย แต่การสอนผู้ใหญ่ เราพูดครั้งเดียวเขาก็รู้เรื่องแล้ว แต่อาจล่าช้าบ้างในส่วนที่ต้องท่องจำ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการสอน” นางฮาสียะ กล่าว
 
นางฮาสียะ เปิดเผยต่อไปว่า ส่วนจะประเมินได้อย่างไรว่านักเรียนสูงอายุนี้จะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ใช้วิธีการให้การบ้านกลับไปฝึกเขียนหรือท่องจำ แล้วมาส่งงานหรือมาอ่านให้ครูฟังในสัปดาห์ต่อไป
 
i
 
นางฮาสียะ เปิดเผยด้วย ส่วนกฎระเบียบในชั้นเรียนของกลุ่มนักเรียนสูงอายุนี้ ไม่มีอะไรมากนัก เช่น ต้องให้เกียรติคนอื่น คนเรียนเก่งกว่าต้องช่วยสอนคนที่เรียนได้ช้ากว่า เป็นต้น ซึ่งกฎดังกล่าวก็แค่ตั้งไว้ให้มีบ้าง ไม่ได้เข้มงวดเหมือนที่ใช้กับเด็กนักเรียน
 
นางฮาสียะ เปิดเผยด้วยว่า คำว่าตาดีกา มาจากคำว่า Taman Didikan Kanak-kanak : TADIKA แปลว่า สถานที่อบรมเด็กเล็ก แต่เมื่อโรงเรียนตาดีกาต้องมาสอนผู้ใหญ่ด้วยแล้ว ก็ยังไม่ได้คิดว่าจะใช้ชื่อใหม่ คงต้องเรียกว่าโรงเรียนดาดีกาเหมือนเดิม คงยังไม่เรียกว่า TADITU หรือย่อมาจากคำว่า Taman Didikan Orang Tua แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ อาจะเปลี่ยนไปใช้ชื่อใหม่ก็ได้
 
นางรอปีอะห์ แซลี หนึ่งในนักเรียนตาดีกาสูงอายุ เปิดเผยว่า นอกจากรวมกลุ่มเข้าเรียนการอ่านเขียนที่โรงเรียนตาดีกาในช่วงบ่ายวันศุกร์แล้ว ชาวบ้านกลุ่มนี้รวมกลุ่มเรียนการอ่านคัมภีร์อัลกุรอานแบบกีรออาตีในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีด้วย ส่วนการเรียนอัลกุรอานแบบปกติดจะเรียนกันในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ จันทร์และอังคาร
 
“การรวมกลุ่มเข้าเรียนด้วยกันเช่นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของพวกเรา เพราะอาชีพกรีดยางต้องทำงานกันในช่วงเช้า จากนั้นเราใช้เวลาช่วงบ่ายมาเรียนหนังสือด้วยกัน” นางรอปีอะห์ กล่าว
 
a
 
นางเจ๊ะบุงอ เปาะหะ นักเรียนอีกคน เปิดเผยว่า การรวมกลุ่มเข้าเรียนตาดีกาครั้งนี้เริ่มจากการชักชวนกันในกลุ่มเพื่อนๆที่เรียนอัลกุรอานด้วยกันเพราะหวังว่าจะให้มีทักษะการอ่านเขียนภาษามลายูและภาษาอาหรับได้
 
“ตอนเป็นเด็ก เราไม่สามารถศึกษาได้อย่างเต็มที่ หรือเรียนแค่งูๆ ปลาๆ แต่ไม่สามารถอ่านเขียนได้ จึงรู้สึกเจ็บปวดมาก เพราะทำให้เป็นคนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้(บูตอฮูรูฟ) แม้จะฟังโต๊ะครูที่มาสอนที่มัสยิดประจำ แต่ก็จดบันทึกเก็บไว้ไม่ได้ หรือได้ฟังบทขอพร(ดุอา)ที่ประทับใจก็จดไว้ไม่เป็นอีก” นางเจ๊ะบุงอ กล่าว
 
นางเจ๊ะบุงอ กล่าวทิ้งท้ายว่า เสื้อผ้าที่ตลาดยังใช้เงินซื้อได้ แต่ความรู้ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน เพราะฉะนั้นต้องขยันหมั่นเพียรในการเรียนเท่านั้น จึงจะได้ความรู้มา
 
ในขณะที่กลุ่มนักเรียนสูงอายุส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันพร้อมหัวเราะกันไปด้วยอย่างครื้นเครงว่า รู้สึกมีความสุขมากที่ได้มาเรียนตาดีกา ทำให้มีความหวังว่าในอนาคตพวกเขาจะอ่านออกเขียนได้ เพราะจะเป็นกุญแจสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ต่อไป